กำลังเป็นประเด็นทางสังคมที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับเรื่องของ ‘ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ’ แห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ที่มาจากเรื่องราวในรายการโหนกระแส โดยภายในรายการผู้เสียหายได้ออกมาเล่าว่ามาตรฐานและความเป็นอยู่จัดอยู่ในระดับที่ ‘แย่สุดๆ’ ทั้งสถานที่พักอาศัย อาหารการกิน และวิธีการดูแล
โดยหลังจากจบรายการทางทีมข่าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ภาพที่ถูกเปิดเผยออกมาต้องบอกตามตรงว่าเป็นอะไรที่น่าตกใจมากๆ เพราะวิธีการอยู่อาศัยไม่เหมือนกับสถานที่ที่คนควรอยู่แต่เหมือนสถานที่กักขังสัตว์ มีการปิดกรงเหล็กครอบเตียง การล็อกห้องจากด้านนอกพร้อมรั้วลวดหนามหลายจุด บรรยากาศรวมๆ ดูจากภาพแล้วแทบไม่ต่างอะไรจาก ‘คุก’ ทั้งที่ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูต่อเดือนสูงถึง 20,000 บาท ทำให้สังคมเกิดคำถามขึ้นมาว่า นี่มันใช่มาตรฐานหรือไม่ และจริงๆ แล้วมาตรฐานที่ควรจะเป็นของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเป็นอย่างไร
ข้อแรกที่ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันก่อนคือ ‘ผู้สูงอายุคือผู้รับบริการ ไม่ใช่ผู้ถูกควบคุมตัว’ มาตรฐานควรตั้งต้นด้วย ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิของผู้สูงอายุ’ พูดง่ายๆ ก็คือผู้สูงอายุควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ ไม่ควรมีการข่มขู่ ดุด่า หรือทำร้าย ไม่ควรจำกัดการเคลื่อนไหว และครอบครัวต้องติดต่อแล้วเยี่ยมได้ตามกติกาที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
ต่อมาคือเรื่องของกรงเตียง การล็อกห้อง และรั้วลวดหนาม การจะนำคนคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในพื้นที่อะไรแบบนี้ต้องมีเหตุผลทางการแพทย์ที่ชัดเจน ไม่ควรใช้เหตุผลด้านความสะดวกมาเป็นประเด็นหลัก และการจำกัดการเคลื่อนไหวไม่ควรเป็นวิธีการปฏิบัติปกติของสถานที่
ประเด็นถัดมาคือต้องแยกให้ถูกว่านี่คือ ‘ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ’ หรือ ‘สถานพยาบาล’ สถานที่นี้รับดูแลผู้สูงอายุในระดับไหน เช่น ช่วยเหลือตัวเองได้, ช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน, ติดเตียง, มีภาวะสมองเสื่อม หรือ มีโรคซับซ้อน ดังนั้นสถานที่ดังกล่าวต้องแยกให้ออกตั้งแต่แรก ไม่ใช่ตกลงรับทุกคนเพราะคิดว่าลูกค้าจ่ายเงินมาแล้วดูแลได้หมด
ส่วนในเรื่องอื่นๆ ก็มีอย่างเช่น บุคลากรที่ต้องมีความรู้ในการดูแลรักษาบุคคลกลุ่มนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนเฝ้า, อาหารและสุขอนามัยในสถานที่ต้องตรวจสอบได้, ระบบบันทึกเกี่ยวกับคนไข้ต้องชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวของผู้สูงอายุหรือผู้รับบริการต้อง ‘ตรวจสอบได้’ ในเรื่องอย่างเช่น ใบอนุญาต บุคลากร และกฎเกณฑ์ต่างๆ เป็นต้น
สำคัญที่สุดคือ ‘ศูนย์หรือสถานดูแลนั้นต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวได้’ เพราะครอบครัวไม่ได้ฝากแค่ ‘ร่างกาย’ แต่ฝากไว้ทั้ง ‘ชีวิต สุขภาพ ศักดิ์ศรี และความปลอดภัย’ สุดท้ายมาตรฐานที่ควรจะเป็นไม่ใช่แค่ ‘ผู้สูงอายุไม่เจ็บป่วย ไม่ตาย’ แต่ต้องเป็น ‘ผู้สูงอายุยังมีชีวิตที่มีศักดิ์ศรีและมีสิทธิในชีวิตของตัวเอง’





