จังหวัดอุตรดิตถ์เร่งให้ความช่วยเหลือ-เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและอุบัติภัยจากอิทธิพลพายุ ‘บัวลอย’ ที่มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่

สถานการณ์ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (1 ตุลาคม 2568) จังหวัดอุตรดิตถ์เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยมีหน่วยงานต่างๆ เตรียมลงพื้นที่ เพื่อเยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคแก่ผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่
ขณะที่แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 2 แนะนำเส้นทางปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง สามารถใช้เส้นทางอุตรดิตถ์ – น้ำปาด – ฟากท่า – บ้านโคก ได้ตามปกติ โดยใช้ ทล.1045 (วังสีสูบ – เขื่อนสิริกิติ์) ถึงแยกสักใหญ่ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.117 ซึ่งสามารถสัญจรไปยังน้ำปาด ฟากท่า และบ้านโคกได้ตามปกติ
ด้านโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ ชี้แจงข่าวฝายห้วยแมงตามที่มีกระแสข่าวว่า “ฝายห้วยแมงจะระบายน้ำเพิ่มขึ้นจากอ่างน้ำไผ่แตก” นั้น ชลประทานอุตรดิตถ์ ชี้แจงว่า ฝายห้วยแมง (คลองตรอน) มีปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ โดยเมื่อเวลา 06.00 น. มีน้ำไหลผ่าน 460 ลบ.ม./วินาที และลดลงเหลือ 160 ลบ.ม./วินาที เวลา 15.00 น. หากไม่มีฝนเพิ่ม สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติใน 36 ชั่วโมง
ส่วนอ่างเก็บน้ำน้ำไผ่ที่เป็นข่าว แท้จริงคือ อ่างเก็บน้ำบ้านเพีย (สร้างเมื่อปี 2527 ปัจจุบันชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้) ซึ่งมีความจุเพียง 500,000 ลบ.ม. และไม่เกี่ยวข้องกับฝายห้วยแมง จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับทราบโดยทั่วกัน

ฝนถล่ม ‘หนองบัวลำภู’ พื้นที่เกษตรเสียหายนับหมื่นไร่ กระทบ 1,090 ครัวเรือน
ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568 นายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในอำเภอโนนสัง ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุบัวลอย

โดยที่ อ.โนนสัง มีพื้นที่ประสบอุทกภัยจากพายุบัวลอย จำนวน 10 ตำบล 87 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 1,090 ครัวเรือน เบื้องต้นทางจังหวัดได้นำถุงยังชีพมอบให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนบางส่วนแล้ว
นอกจากนี้คณะยังได้เข้าตรวจสอบ บริเวณพื้นที่ก่อสร้างถนนเส้นทางระหว่างตำบลกุดดู่-อำเภอโนนสัง ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พบว่าผิวถนนที่ยังไม่แข็งแรง ถูกกระแสน้ำที่ท่วมสูงและไหลเชี่ยวกัดเซาะ จนได้รับความเสียหาย ประกอบกับมีรถบรรทุกหนัก สัญจรผ่านเป็นจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
โดยทางจังหวัด ได้มีการประสานงานไปยังหน่วยงานทางหลวง เพื่อดำเนินการปิดการสัญจรบนเส้นทางดังกล่าวเป็นการชั่วคราว และขอให้ประชาชนหันไปใช้เส้นทางสัญจรอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
น้ำท่วมอยุธยา นานนับเดือน ระดับน้ำสูงต่อเนื่อง ชาวบ้านเก็บของหนีน้ำอีกรอบ
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (1 ตุลาคม 2568) หลังเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้มวลน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแม่น้ำน้อยและคลองสาขาหลายแห่งมีระดับน้ำสูงขึ้นเฉลี่ย 10 เซนติเมตร

ระดับน้ำในระดับน้ำแม่น้ำน้อย บริเวณสะพานหัวเวียง อำเภอเสนา วัดระดับได้ 5.35 เมตร (รทก.) เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 7 ซม. สูงกว่าตลิ่ง 2.60 เมตร
ระดับน้ำแม่น้ำน้อย หน้าตลาดบ้านแพน อำเภอเสนา วัดระดับ 4.20 เมตร (รทก.) เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 6 ซม. สูงกว่าตลิ่ง 1 เมตร
ระดับน้ำคลองบางบาล บ้านบางบาล อำเภอบางบาล ระดับน้ำ 4.28 เมตร (รทก.) ปริมาณน้ำ 127 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 13 ซม. สูงกว่าตลิ่ง 0.14 เมตร
ระดับน้ำคลองบางหลวง (คลองโผงเผง) อำเภอบางบาล ระดับน้ำ 6.55 เมตร (รทก.) ไหลผ่าน 864 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 11 ซม. สูงกว่าตลิ่ง 2.19 เมตร
ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำ 5.09 เมตร (รทก.) ไหลผ่าน 1,377 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 9 ซม. สูงกว่าตลิ่ง 0.74 เมตร
ที่ชุมชนหมู่ 1 ตำบลไทรน้อย อำเภอบางบาล ซึ่งถูกน้ำท่วมต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งเดือน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ถนนทางเข้าชุมชนถูกน้ำท่วมสูง สวนกล้วยยืนต้นเสียหายทั้งหมด
ส่วนสถานการณ์ในลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี ปัจจุบันระบายน้ำ 557 ลบ.ม./วินาที ขณะที่เขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำเพิ่มเป็น 577 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 5 ซม. และที่สะพานปรีดี–ธำรง อำเภอพระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้น 7 ซม.

สถานการณ์โดยรวมยังคงมีแนวโน้มระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่ยังคงไหลเข้าท่วม
ทั่วไทยยังเจอฝน กรมอุตุฯ เตือน '10 จังหวัด' ตกหนัก กทม.ร้อยละ 60 ของพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป (1 ตุลาคม 2568) พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และตาก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง
โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง เนื่องจากมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้ (2 ตุลาคม 2568)
ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และพิษณุโลก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และบุรีรัมย์
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา ตั้งแต่จังหวัดพังงา ขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่





