แม้ว่าพายุโซนร้อนวิภาจะอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน และกำลังจะอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ อย่างจังหวัดน่าน และ เชียงราย โดยมีฝนตกต่อเนื่อง และตกหนักบางพื้นที่ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (22 กรกฎาคม 2568) โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน และ อำเภอเทิงจังหวัดเชียงราย ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมแล้ว
โดยน้ำจากแม่น้ำน่าน หลากเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอท่าวังผาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 23 กรกฎาคม ระดับน้ำที่หลากเข้าท่วมพื้นที่ค่อยๆ เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชาชนต่างออกมาสังเกตการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือ บางส่วนเร่งเสริมพนังกั้นน้ำบริเวณหน้าร้านของตนเอง เพื่อความแข็งแรง


ไชยา สามเมือง ชาวชุมชนท่าวังผา อ.ท่าวังผา จ.น่าน กล่าวว่า ที่บ้านได้รับสัญญาณแจ้งเตือนภัยเวลาประมาณ 02.00 น. หลังจากนั้นน้ำก็ทะลักมาอย่างรวดเร็ว หากเกิดน้ำท่วม ทุกคนในบ้านยืนยันว่าจะไม่ออกไปอาศัยภายนอก จะอาศัยอยู่ชั้น 2 ของตัวบ้าน และได้เตรียมข้าวสารอาหารแห้งไว้แล้ว เพราะเชื่อมั่นว่าน้ำจะไม่ท่วมถึงบริเวณชั้น 2 ล่าสุดยังไม่มีหน่อยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ประชาชน ต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก
ด้าน สุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลเมืองน่าน เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (23 กรกฎาคม 2568) ได้วัดตรวจระดับน้ำที่สถานีวัดระดับน้ำกาดแลง N1วัดได้กว่า 5 เมตร น้ำขึ้นชั่วโมงละ 30 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าปริมาณน้ำน่านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“หากถึงจุดวิกฤต ทางเทศบาลเมืองน่านจะแจ้งไปยังกรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณะภัย เพื่อ เปิดการแจ้งเตือนทางหอเตือนภัยที่อยู่ริมน้ำน่านใกล้สะพานพัฒนาภาคเหนือ ขณะนี้เดินเครื่องสูบน้ำทุกเครื่องแล้ว และมีการปิดประตูระบายน้ำทุกบาน สาเหตุที่น้ำขึ้นมาเร็วเพราะมีฝนตกในเขตเทศบาลเมืองด้วย”

ล่าสุด ชัยนรงค์วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้เรียกประชุมนายอำเภอทั้ง 15 อำเภอ ประเมินสถานการณ์ เกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อเร่งเข้าช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากขณะนี้จังหวัดน่านมีหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือ
ขณะที่ จังหวัดเชียงราย ในพื้นที่ ต.ตับเต่า อ.เทิง มีฝนตกหนัก ปริมาณฝนมากกว่า 200 มิลลิเมตร ทำให้ เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมหลายพื้นที่ น้ำจากแม่น้ำหงาว แม่น้ำสายหลักของ ต.ตับเต่า เอ่อล้นเข้าท่วมในชุมชน โดยมีน้ำป่าไหลหลากมาจากบนเขา ทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมน้ำ และพื้นที่ทำการเกษตรถูกน้ำท่วม หากฝนตกไม่หยุดก็มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมใหญ่ เช่นปี 2567 ที่ผ่านมา


ส่วนพื้นที่ตัวเมือง อ.เทิง ก็ถูกน้ำท่วมหนักเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่หน้าโรงพยาบาลเทิง น้ำท่วมถนนสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้ ผู้ป่วยที่จะสัญจรมาโรงพยาบาลเทิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ถนนเส้นทางหลักระหว่างอำเภอเมือง และ อำเภอเทิง ก็เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่เช่นกัน

ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการเตือนภัย เปิดเผยว่า ที่น่าห่วงคือพายุอ่อนกำลังลงแล้วฝนจะตกแช่ จังหวัดน่าน ต้องเฝ้าระวัง กับจังหวัดเชียงราย ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ก็ต้องเฝ้าระวังวันที่ 23 กรกฎาคม นี้ ฝนจะตกหนัก หมายความว่าถ้าฝนตกหนักสะสมวันละ 80-100 มิลลิเมตร 3 วัน 300 มิลลิเมตร ก็เป็นไปได้ ซึ่งสิ่งนี้ที่เรากังวลคือฝนตกสะสม
“แต่ละแห่งความเปราะแตกต่างกัน ถ้าริมแม่น้ำสายใหญ่เขาก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่บางสายน้ำ เช่นแม่น้ำน่าน ปัจจุบันปริมาณน้ำยังมากอยู่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้พยายามพร่องน้ำ แต่ก็ยังเยอะอยู่เ พราะฉะนั้นเสี่ยงสูงสุดคงไม่พ้นน่าน ที่เรามอง ตามมาด้วยจังหวัดเชียงราย กรมอุตุนิยมวิทยามีการคาดการณ์ว่าจังหวัดเชียงรายนั้นจะมีฝนตกเกือบ 300 มิลลิเมตร เพราะฉะนั้นแม่สายก็คงหลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นก็คงต้องติดตามสถานการณ์เพราะแม่สายมาเร็วไปเร็ว ซึ่งจะต้องมีการมอนิเตอร์ระดับน้ำตลอดเวลา”
— ดร.เสรี ศุภราทิตย์




