ความปลอดภัยสั่นคลอน 'สวนดุสิต' มองอาชญากรรมรุนแรงขึ้น

9 ส.ค. 2569 - 13:00

  • ผลสำรวจ 'สวนดุสิตโพล' สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย

  • 87.40% มองว่าสถานการณ์รุนแรงขึ้น ขณะที่ 55.09% ยอมรับว่ารู้สึกกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยในชีวิต

  • 81.55% เห็นว่าควรเพิ่มความเข้มงวดในการลงโทษผู้กระทำผิด โดยเฉพาะคดีร้ายแรงและการกระทำผิดซ้ำ

ความปลอดภัยสั่นคลอน 'สวนดุสิต' มองอาชญากรรมรุนแรงขึ้น

'สวนดุสิตโพล' มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง 'อาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย' กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,198 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 4-7 สิงหาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า

  • กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 87.40 เห็นว่าอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย ณ วันนี้ รุนแรงมากขึ้น โดยมองว่าสาเหตุสำคัญ คือ การบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษยังโทษยังไม่เข้มงวดพอ
  • ร้อยละ 86.81 จากข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ทำให้รู้สึกกังวลอย่างมากเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง
  • ร้อยละ 55.09 สำหรับแนวทางที่จะช่วยลดปัญหานี้ได้ เห็นว่าควรลงโทษผู้กระทำผิดอย่างหนัก โดยเฉพาะคดีร้ายแรง/กระทำผิดซ้ำ
  • ร้อยละ 81.55 และเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 50.58 ไม่ค่อยเชื่อมั่น

'ดร.พรพรรณ บัวทอง' ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนความรู้สึกของประชาชนว่าปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยรู้สึกกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิต ขณะที่ยังไม่เชื่อมั่นเท่าใดนักว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้ ภาครัฐจึงต้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและแสดงให้เห็นถึงผลการทำงาน เพื่อสร้างความปลอดภัยและฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน

ขณะที่ 'ดร.เปมิกา สนิทพจน์' อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สรุปว่า ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีความหวาดกลัวต่ออาชญากรรม (Fear of Crime) สูงขึ้นมากสัมพันธ์กับความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตระดับสูงเช่นกัน เพราะในปัจจุบันอาชญากรรมที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยมาก เช่น กรณีผู้พ้นโทษจากเรือนจำได้เพียง 2 เดือน ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปถึง 5 คน และกรณีของนักเรือนที่ก่อเหตุกราดยิงครูและเพื่อน จนมีผู้เสียชีวิตและอาชญากรรมจึงเป็นมาตรการที่ต้องยกระดับอย่างจริงจัง ซึ่งประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้มีบังคับใช้กฎหมายประหารชีวิต

Advertisement

สำหรับผู้กระทำผิดในคดีอาชญากรรมร้ายแรงที่สร้างความสะเทือนขวัญต่อสังคมในวงกว้าง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความปลอดภัย ได้แก่ ระบบกล้อง CCTV และระบบตรวจจับอาวุธมาใช้ในการป้องกัน ในระยะเร่งด่วนรัฐบาลควรมุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและผู้กระทำผิดซ้ำ เพื่อลดโอกาสในการเกิดเหตุซ้ำ สร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม และยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/politics/news_5839541

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์