ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าคดี ‘ดิไอคอน กรุ๊ป’ ว่า วันนี้ที่เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำคดี ‘ดิไอคอน กรุ๊ป’ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ในการที่จะอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในคดีที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
ทั้งนี้ จากรายงานของตำรวจถือว่าเราทำหน้าที่อย่างเต็มที่ รับเรื่องราวร้องทุกข์จากทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด โดยทั้งหมดจะเข้าสู่เงื่อนไขที่จะต้องมอบอำนาจให้ดีเอสไอไปดำเนินการ
สิ่งหนึ่งที่เรามีความกังวลและอยากให้สื่อฯ ช่วยชี้แจง คือ นี่ไม่ใช่การยกคดีไปให้ดีเอสไอแล้วผู้ที่ดำเนินการตั้งแต่ต้นจะทิ้งคดี แต่เป็นการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการสอบสวน ในขณะนี้สำนวนใกล้เสร็จแล้วทั้งหมด และพร้อมยื่นให้ดีเอสไอ
— ภูมิธรรม เวชยชัย
ซึ่งเราได้คุยกันแล้วว่า ทั้ง 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมมือกันทำงานต่อไปให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้อง ซึ่งจากนี้ไป ตำรวจจะยื่นคดีให้กับดีเอสไอตามข้อกฎหมาย ส่วน ปปง.จะดูแลเรื่องการยึดทรัพย์ต่างๆ
วันที่ 28 ตุลาคมนี้ จะยื่นคดีทั้งหมดให้กับดีเอสไอ ซึ่งวันนี้ คดีนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะมีความเสียหายที่มีมูลค่ามากกว่า 300 ล้านบาท และมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก
— ภูมิธรรม เวชยชัย
อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนว่า การเปลี่ยนผ่านมือไปสู่อีกส่วนหนึ่ง เป็นแค่การทำตามกฏหมาย แต่ทั้ง 3 หน่วยงานยังจะทำงานร่วมกัน โดยหากติดขัดอะไร ทางฝ่ายการเมืองก็พร้อมที่จะเข้าไปช่วย
ส่วนในการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ชี้แจงกับที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมในวันนี้ ว่า สคบ. ถูกกล่าวหาว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องคดี จึงไม่ให้เข้ามาเป็นคณะทำงานในเรื่องของการสอบสวน แต่จะสนับสนุนให้การสอบสวนเกิดความยุติธรรม
ทั้งนี้ เมื่อมอบคดีให้กับดีเอสไอแล้ว จะทำให้คดีเร็วขึ้นหรือไม่? ภูมิธรรม ตอบว่า ต้องไปดูรายละเอียดในวันที่ 28 ตุลาคม แต่ยืนยันจะทำคดีให้เร็วที่สุด
เชื่อว่า กระบวนการจะไม่มีอะไรสะดุด ช่วงเปลี่ยนผ่านแค่ตำรวจส่งมอบ ดีเอสไอยืนยันแล้วว่าเพียงแค่วันเดียวหลังการส่งมอบ ดีเอสไอจะสามารถชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
— ภูมิธรรม เวชยชัย
เมื่อถามว่า สำหรับผลการสอบสวนจะจบเพียงแค่นี้ หรือจะมีการสอบสวนบุคคลอื่นที่อยู่เบื้องหลัง ‘กลุ่มบอส’ ภูมิธรรม ระบุว่า เบื้องต้นเราได้ดำเนินการแล้ว แต่จะดูข้อกฎหมายอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันถ้ายังมีส่วนใดที่เกี่ยวข้อง จะไม่มีการนิ่งนอนใจ โดยจะสามารถปิดคดีได้เพื่อให้ประชาชนจะได้รับประโยชน์
ดังนั้น ปปง.จึงจะติดตามทรัพย์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง และตำรวจจะสนับสนุนการทำงานของดีเอสไอ พร้อมกันนี้ ยังย้ำอีกว่า การเปลี่ยนผ่านเป็นแค่กระบวนการตามกฎหมาย
‘บิ๊กก้อง’ บอก “ยังไม่ถึงจุดนั้น” หลังถูกถามล็อต 2 มีดาราเอี่ยวเพิ่มหรือไม่
ขณะที่ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาคดี ‘ดิไอคอน กรุ๊ป’ เพิ่มเติมในล็อต 2 ว่า ตอนนี้เป็นการดำเนินการ ตามที่ได้กล่าวไป และในวันที่ 28 ต.ค. จะส่งสำนวนไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ดีเอสไอจะเป็นเจ้าภาพต่อไป และตำรวจจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดีเอสไออีกที ซึ่งหลังจากนี้คงต้องไปหารือกัน
— พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.)
เมื่อถามว่า การออกหมายจับผู้ต้องหาในล็อตที่ 2 มี ‘ดารา’ เข้าไปเกี่ยวข้องเพิ่มด้วยหรือไม่? พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า “ยังไม่ถึงจุดนั้น”
เมื่อถามว่าเมื่อวันที่ 25 ต.ค. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (ซีไอบี) เปิดเส้นทางการเงิน ‘3 บอสดารา’ เป็นเงินที่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย? พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า “เดี๋ยวเอาไว้วันที่ 28 ต.ค. เดี๋ยวนัดคุยกันอีกที”




