หมดสิทธิ์ชิง ผบ.ตร. ! ‘บิ๊กโจ๊ก’ ไม่รอด ก.พ.ค.ตร. ชี้ขาดคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนชอบด้วยกฎหมาย

6 ส.ค. 2567 - 13:38

  • ‘บิ๊กโจ๊ก’ ไม่รอด ก.พ.ค.ตร. ชี้ขาดคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนชอบด้วยกฎหมาย หมดสิทธิ์ชิง ผบ.ตร. !

surachate_was_removed_from_the_police_6_aug_2024a_SPACEBAR_Hero_8653e33ed7.jpg

กรณี พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) เพื่อให้พิจารณาว่าคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบ.ตร. ลงนามในคำสั่ง คณะเป็นรักษาการผบ.ตร. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 

ล่าสุดเมื่อช่วงส่ายวันนี้ (6 ส.ค.) ก.พ.ค.ตร. ได้ออกแถลงการณ์ผลการวินิจฉัย โดยมีใจความสำคัญว่า คณะกรรมการฯ ได้ส่งคำวินิจฉัยไปให้ผู้อุทธรณ์และคู่กรณีทราบแล้ว และปรากฏหลักฐานว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้รับคำวินิจฉัยแล้ว ก.พ.ค.ตร. จึงสามารถเปิดเผยผลการวินิจฉัยต่อสาธารณะได้ 

โดย ก.พ.ค.ตร. ได้พิจารณาวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ และตามกฎ ก.พ.ค.ตร.ว่าด้วยอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ พ.ศ.  2567 ซึ่งกำหนดให้ใช้วิธีการไต่สวนและได้ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง โดยคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสได้โต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตนแล้ว

ข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ คำขอคุ้มครองชั่วคราว คำชี้แจงของผู้อุทธรณ์ คำแก้อุทธรณ์ของคู่กรณีในอุทธรณ์ คำชี้แจงและเอกสารที่เกี่ยวข้องของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย และการแถลงด้วยวาจาของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายรับฟังได้ว่า ผู้อุทธรณ์ได้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา และถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง คู่กรณีในอุทธรณ์ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาผู้ออกคำสั่งอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 105 มาตรา 107 มาตรา 131 และมาตรา 179 ประกอบกฎ ก.พ.ค.ตร. ว่าด้วยการการสั่งพักราชการและออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

วินิจฉัยว่า คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567 เป็นคำสั่งที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ที่กฎหมาย และกฎ ก.ตร. กำหนด และเป็นการใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสม จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย วินิจฉัยยกอุทธรณ์และยกคำขอกำหนดวิธีการชั่วคราวของผู้อุทธรณ์

ทั้งนี้ หากผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของ ก.พ.ค.ตร. มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุด โดยวิธีการยื่นฟ้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลหรือยื่นฟ้องโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายในระยะเวลา 90 วันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคำวินิจฉัยนี้

อนึ่ง เอกสารรายละเอียดในสำนวน ก.พ.ค.ตร. ไม่สามารถเผยแพร่ได้ ด้วยเป็นเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่คู่กรณีประสงค์จะเผยแพร่ด้วยตนเอง

ทั้งนี้ หมายความว่า พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ที่เดิม มีสถานะเป็นแคนดิเดตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลำดับที่ 1 จะหมดสิทธิ์ชิงตำแหน่งดังกล่าวทันที เนื่องจากในช่วงเดือนกันยายนนี้จะมีการจัดคัดเลือก ผบ.ตร. คนใหม่ และต้องลุ้นต่อไปว่ากระบวนการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดจะใช้เวลานานเท่าไหร่ และจะทันก่อนที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ จะหมดอายุราชการก่อนในอีก 6 ปีหรือไม่

surachate_was_removed_from_the_police_6_aug_2024a_SPACEBAR_Photo01_baf6750572.jpg
  • มติเอกฉันท์คำสั่งให้ พล.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการตำรวจชอบแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ส.ค.2567 เวลา 13.30 น. คณะกรรมการ ก.พ.ค.ตร. ได้ประชุมพิจารณาวินิจฉัย กรณีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนของ พล.อ.สุรเชชษฐ์ โดยที่ประชุมมีมติ 6:0 เห็นว่าคำสั่งให้ พล.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีผู้โต้แย้ง

ส่วนคำร้องที่ พล.อ.สุรเชชษฐ์ ขอคุ้มครองชั่วคราว ที่ประชุมมีมติยกคำร้อง โดยเสร็จสิ้นการประชุมเวลา 23.40 น.

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์