เซ็นทรัลนำทีมสร้างระบบ Zero Waste ครบวงจร ดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

2 ส.ค. 2568 - 11:04

  • กลุ่มเซ็นทรัลผลักดันโมเดล Zero Waste แบบครบวงจร ภายใต้แคมเปญ “Love the Earth : Zero Waste รักโลกต้องเริ่มเลย” ดึงผู้ประกอบการร่วมลดขยะอย่างยั่งยืน

  • จากคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และการลด Zero Waste ช่วยกลุ่มเซ็นทรัลลดการสร้างขยะสู่หลุ่มฝังกลบได้ถึง 43,600 ตันในปีเดียว

  • ปี 2024 คัดแยกขยะรีไซเคิลรวม 801.31 ตัน ลดการปล่อยคาร์บอน 3,471 tCO2eq เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 365,368 ต้น

เซ็นทรัลนำทีมสร้างระบบ Zero Waste ครบวงจร ดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

ในยุคที่โลกต้องเผชิญกับปัญหาขยะล้นเมืองและวิกฤติสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง “ขยะ” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในวิกฤติที่กระทบต่อคุณภาพชีวิต และความสมดุลของระบบนิเวศอย่างลึกซึ้ง ขยะจำนวนมหาศาลยังคงถูกส่งไปฝังกลบในแต่ละวัน โดยมีเพียงส่วนน้อยที่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธีและนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างแท้จริง หากไม่เร่งแก้ไขตั้งแต่วันนี้ ปัญหานี้จะยิ่งสะสมและยากต่อการเยียวยาในอนาคต

กลุ่มเซ็นทรัล ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคและชุมชนทั่วประเทศ เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน คู่ค้า ลูกค้า และประชาชนทั่วไป ภายใต้แคมเปญ “Love the Earth : Zero Waste รักโลกต้องเริ่มเลย” โดยมุ่งพัฒนา “โมเดล Zero Waste แบบครบวงจร” ที่เชื่อมโยงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่มีประสิทธิภาพในการ ลด-แยก-จัดการขยะ และส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า พร้อมประกาศความเป็นผู้นำองค์กรค้าปลีกที่มีระบบจัดการขยะครบวงจร ผลักดันภาคธุรกิจเข้าสู่แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน และยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

sustainability-centralgroup-pioneers-zero-waste-system-driving-circular-economy-SPACEBAR-Photo01.jpg

โดย “โมเดล Zero Waste แบบครบวงจร” เริ่มต้นนำร่องที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นแห่งแรก โดยมุ่งเน้นการลดตั้งแต่ต้นทาง การสร้างศูนย์คัดแยกขยะระดับมาตรฐานสากล และร่วมมือกับหน่วยงานที่รับจัดการขยะ เพื่อนำขยะไปจัดการอย่างถูกวิธีเพื่อลดการสร้างขยะสู่หลุมฝังกลบ ในเฟสแรกนี้ มีร้านค้าภายในศูนย์เข้าร่วมแล้วมากกว่า 200 ร้านค้า ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ อาทิ แฟชั่น อาหาร และเครื่องดื่ม ที่ให้ความร่วมมือ โดยกลุ่มเซ็นทรัลจะมีการมอบ ตราสัญลักษณ์ “Love the Earth: Zero Waste” เพื่อเชิดชูร้านค้าที่ร่วมปฏิบัติตามแนวทางของโครงการอย่างจริงจัง และในเฟสถัดไปกลุ่มเซ็นทรัลจะขยายผลโครงการสู่ ศูนย์การค้าทั่วประเทศ

sustainability-centralgroup-pioneers-zero-waste-system-driving-circular-economy-SPACEBAR-Photo02.jpg

โดยในปี 2024 กลุ่มเซ็นทรัล สามารถลดการสร้างขยะสู่หลุ่มฝังกลบได้ถึง 43,600 ตัน และยังให้ความรู้และขยายโมเดลส่งเสริมการคัดแยกขยะไปสู่ 190 ชุมชนที่อยู่ภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญในการลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบให้เหลือ 30% ภายในปี 2573 และเดินหน้าสู่การเป็นองค์กร Net Zero ในปี 2593 เพราะความยั่งยืนไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วมกันของทุกคนในสังคม กลุ่มเซ็นทรัลจึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น เพื่อร่วมสร้างระบบ Ecosystem ที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

“กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คู่ค้า ลูกค้า และประชาชนทั่วไป การแยกขยะอย่างถูกวิธีถือเป็นส่วนสำคัญของการเดินทางไปสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ที่ได้วางไว้ หากทุกคนเห็นคุณค่าของการจัดการขยะอย่างถูกต้องและเข้ามามีส่วนร่วมในแคมเปญ Love The Earth: Zero Waste รักโลกต้องเริ่มเลย จะเป็นการสร้างกระแสการเปลี่ยนแปลงที่แผ่ขยายไปสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม ในฐานะโมเดลต้นแบบ เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับร้านค้าทุกร้านในศูนย์การค้า อาทิ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท คอฟฟี่ คอนเซ็ปต์ รีเทล จำกัด, บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด และพันธมิตรอื่น ๆ ที่ไม่เพียงยกระดับวิธีการทำงาน แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักให้กับลูกค้า การที่ทุกคนมีจิตสำนึกร่วมกันลงมือทำนี้จะทำให้โครงการประสบความสำเร็จ”

พิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าว

ลด-แยก-จัดการ 3 ขั้นตอนสู่ Zero Waste

สำหรับเป้าหมาย Zero Waste คือการเปลี่ยนแปลง ลงมือทำในทุกส่วน แนวคิดในการลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่าน 3 ขั้นตอน ลด แยก จัดการ ได้แก่

sustainability-centralgroup-pioneers-zero-waste-system-driving-circular-economy-SPACEBAR-Photo03.jpg

1.‘ลด’ ตั้งแต่เลือก

ปฏิเสธการรับสิ่งของที่ไม่จำเป็น หรือก่อให้เกิดขยะและหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น อาทิ

  • โครงการ Say No To Plastic Bags ตั้งแต่ปี 2561 กลุ่มเซ็นทรัล ประกาศ “ปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติก” Say No to Plastic Bag โดยทุกกลุ่มธุรกิจในเครือของบริษัทฯ ได้เข้าร่วมในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ซึ่งเป็นการช่วยลดการเกิดขยะ รวมทั้งเชิญชวนลูกค้าปฏิเสธถุงพลาสติก รวมถึงต่อยอดด้วยกิจกรรม Bring Your Own Bag เพื่อส่งเสริมการใช้ซ้ำ หันมาใช้ถุงผ้า เพื่อลดขยะ สร้างพฤติกรรมรักษ์โลกอย่างยั่งยืน ที่ได้มีการรณรงค์ในห้างทั่วประเทศ และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 3 ล้านราย คิดเป็น 12 ล้านครั้งของการปฏิเสธถุง
  • CRG Say No to Plastic รักษ์โลก เลิกพลาสติก เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกในธุรกิจอาหาร บริษัทได้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100% ไม่มีสารตกค้าง และสามารถกำจัดได้โดยการฝังกลบภายในระยะเวลา 180 วัน ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกลงรวมทั้งสิ้น 16.5 ล้านชิ้น 
  • โครงการจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, โก โฮลเซลล์, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน), และบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ได้ร่วมมือกับภาคี ได้แก่ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS)  และมูลนิธิ วีวี แชร์ (VV Share Foundation) ส่งมอบอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพให้แก่ชุมชนขาดแคลนและกลุ่มเปราะบาง กว่า 807 ชุมชน ลดปริมาณขยะอาหารไปสู่หลุมฝังกลบน้ำหนักรวมกว่า 568 ตัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1,438 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
  • ไทวัสดุ ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ในการขนส่ง ศูนย์กระจายสินค้า ไทวัสดุ โดยสามารถลดปริมาณการใช้ฟิล์มหุ้มได้ถึง 10.54 ตัน รวมทั้งลดพื้นที่ในการขนส่งได้จากเดิม 2 เท่า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้ถึง 20.4 ล้านบาทต่อปี
sustainability-centralgroup-pioneers-zero-waste-system-driving-circular-economy-SPACEBAR-Photo04.jpg

2.‘แยก’ ขยะที่ต้นทาง

คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการเปื้อนของขยะที่ยังสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ ทำให้ปริมาณขยะที่ต้องส่งไปกำจัดน้อยลง อาทิ

  • โครงการขวดเปล่าไม่สูญเปล่า ผ่านตู้ Better Bottle เป็นโครงการที่ตระหนักถึงปัญหาของขยะ ปลูกจิตสำนึกในการบริจาคขวดน้ำพลาสติก PET เพื่อนำขวดพลาสติกจากโครงการนี้ไปรีไซเคิล เพิ่มมูลค่าจนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ชุด PPE สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ผ้าห่ม และเสื้อกันหนาว ส่งต่อให้แก่ผู้ประสบภัยหนาว
  • ปลา P.O.P. 'Plastic Only Please!' โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั้ง 28 แห่ง ได้จัดสร้างรูปปั้นปลา P.O.P. เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้มีการแยกขยะพลาสติก โดยในปี 2567 มีขยะพลาสติกรวม 743.62 กิโลกรัม นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งไปหลุมฝังกลบ
  • ทิ้งดี โร้ดโชว์ กับ Recycle Day  เปลี่ยนขยะไร้ค่าให้มีมูลค่า โดยร่วมกับบริษัท Recycle Day ในการรณรงค์ และสร้างพฤติกรรมการคัดแยกขยะจากบ้าน และมาส่งมอบเพื่อแลกรับคะแนนและของรางวัล เน้นกลุ่มเป้าหมาย คือกลุ่มพนักงานจากผู้เช่าอาคารสำนักงาน ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิศเซส ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  โดยมีบริษัทฯ ในอาคารสำนักงาน ให้ความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก พบว่ามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 836 รายเพิ่มขึ้นจากปี 2566 35% รับขยะรีไซเคิลทั้งสิ้น 7,633.98 กิโลกรัม เทียบเท่าการลดก๊าซเรือนกระจก 27,055.33 กิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้  2,842 ต้น  และเพื่อตอบสนองมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม 6 Actions for ONE Planet จึงได้จัดแคมเปญ One Recycling Drop a Month โดยส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้พนักงานและบริษัทผู้เช่าได้มีส่วนร่วมในการแยกขยะรีไซเคิล เดือนละ 1 ครั้ง ทุกพุธ-พฤหัสบดี สุดท้ายของเดือน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับคะแนน The 1 Point ผ่าน Application Central X ซึ่งในปี 2567 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 2,245 คน คัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี จำนวน 49.689 ตัน ปี 2658 ถึงเดือนพฤษภาคม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 2,820 คน คัดแยกขยะเพื่อนำไป  รีไซเคิลอย่างถูกวิธี จำนวน 39.94 ตัน 
sustainability-centralgroup-pioneers-zero-waste-system-driving-circular-economy-SPACEBAR-Photo05.jpg

3. ‘จัดการ’ อย่างถูกวิธี

มีการรวบรวมขยะที่แบ่งตามประเภทโดยใช้สัญลักษณ์ เช่น สีถุง เชือก ริบบิ้น เป็นต้น ในห้องพักขยะ เพื่อให้หน่วยงานที่เชี่ยวชาญรับไปกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ

  • Recycle Station ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตั้ง Recycle Station ณ ชั้น B1 ซึ่งเป็นจุดรับขยะแยกประเภทแบบไดรฟ์ทรูที่มีระบบการจัดการอย่างถูกวิธี สนับสนุนให้ประชาชนคัดแยกขยะ นำมาส่งมอบ ณ จุดรับ โดยเริ่มต้นกับสตาร์ทอัพ บริษัท Recycle Day สร้างแรงจูงใจให้เกิดการคัดแยกขยะให้ถูกประเภท สะสมคะแนนแลกของรางวัล โดยปี 2024 คัดแยกขยะรีไซเคิลทั้งหมด 801.31 ตัน คิดเป็นการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3,471 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าหรือการปลูกต้นไม้ 365,368 ต้น มีสมาชิก 3,550 คน
  • กิจกรรมขยะกำพร้าสัญจร ตั้งจุดรับขยะกำพร้า หรือขยะเชื้อเพลิง (RDF) โดยเป็นพาร์ทเนอร์กับ N15 Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงขยะ RDF โดย N15 Technology ผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF จากขยะชุมชนและขยะอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นอันตราย นำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จนได้เป็นเชื้อเพลิงขยะ RDF ที่มีคุณภาพ 
  • ผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ได้นำขยะอินทรีย์ประเภทเศษอาหารมาเลี้ยงเชื้อในเครื่องย่อยขยะอาหาร ที่สามารถเปลี่ยนขยะเศษอาหารให้เป็นก๊าซชีวภาพ โดยการนำพลังงานที่ได้ไปใช้ในห้องครัวของห้องอาหารพนักงาน โดยปัจจุบันมีการติดตั้ง 3 โรงแรม คือ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ มารีส รีสอร์ทจอมเทียน พัทยา  โรงแรมเซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีชรีสอร์ท ภูเก็ต สามารถผลิตก๊าซชีวภาพรวม 7,820.87 กิโลวัตต์ชั่วโมง และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3,024 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากนี้ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า หัวหิน ได้มีการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลที่ผลิตจากเศษไม้ เพื่อนำมาใช้กับเตาอบพิซซ่า
sustainability-centralgroup-pioneers-zero-waste-system-driving-circular-economy-SPACEBAR-Photo06.jpg

ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัล เชื่อมั่นว่าการเดินหน้าขับเคลื่อน Zero Waste อย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของภาครัฐ เอกชน พันธมิตรทางธุรกิจ และประชาชนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพราะทุกขยะที่จัดการอย่างถูกวิธี คือก้าวสำคัญสู่อนาคตที่ดีกว่าของโลกใบนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์