บุกป่าล่าไฟ PM2.5 (3): ความลับของนักดับไฟ “เราดับไฟที่คนทั่วไปมองไม่เห็น”

27 มี.ค. 2566 - 10:18

  • ไฟป่าคล้ายไฟที่มองไม่เห็น ถ้าไร้ซึ่งเทคโนโลยี ความกระหายกัดไม่ปล่อยของนักล่าไฟ ตอนนี้...ไฟดับแล้ว แต่ภารกิจยังดำเนินต่อไป

TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Thumbnail_7b68128354.jpeg
รสหวานจากขนมที่อาผ่าหยิบยื่นให้ผมช่วงพักกินข้าวเที่ยงหลังภารกิจดับไฟเสร็จสิ้น ยังคงหวานค้างอยู่ในความรู้สึก 

เช่นเดียวกับความรู้สึกยินดีของทีมอาสาดับไฟป่าที่ภารกิจวันนี้จบลงด้วยชัยชนะ เพราะแนวไฟเป้าหมายถูกดับลงแล้วโดยสมบูรณ์ 

แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันจะลุกโชนขึ้นมาอีกเมื่อไหร่
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo01_d1c040afc1.jpeg
ทีมดับไฟป่ากับรถบัญชาการ

ไฟที่มองไม่เห็น 

ภารกิจดับไฟในวันนี้จบลงด้วยชัยชนะของทีม เพราะแนวไฟเป้าหมายถูกดับลงแล้ว แต่ยังมีไฟอีกหลายจุดยังคงลุกไหม้ ซึ่งมีทั้งไฟจำเป็นและไฟไม่จำเป็น ชาวบ้านและเจ้าหน้าในพื้นที่ต่างๆ ยังคงต้องเหน็ดเหนื่อยและเสี่ยงอันตรายในการดับไฟ 

ทีมอาสาดับไฟเดินลงดอยกลับมายังรถบัญชาการ เจ้าหน้าที่อุทยานฯและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนรอพวกเขาราวกับงานต้อนรับทหารอาสาที่เพิ่งกลับจากสงคราม พวกเขากล่าวขอบคุณทีมดับไฟที่เดินทางเข้าไปทำภารกิจดับไฟที่พวกเขามองไม่เห็น 

“พวกเขาสงสัยว่าพวกเรารู้จุดฮอตสปอตได้ยังไง” โจ้เล่าให้เพื่อนร่วมทีมฟังระหว่างเดินทางออกจากพื้นที่ “เวลาที่ผมประสานไปยังหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ ผมส่งข้อมูล ภาพถ่าย และพิกัดไปด้วย ไม่ได้ส่งข่าวโคมลอย”
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo02_db2c951175.jpeg
การเผาไร่ของคนทำเกษตรคือสาเหตุหนึ่งของปัญหา PM 2.5 นอกจากไฟป่า
“เราวิ่งหาไฟ ผอ.ของผมมีสายตาสอดส่องหาเหยื่อ ไฟไม่มีก็ขับรถตระเวน กลางค่ำกลางคืนก็ไป” โต้งฉายให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างข้อจำกัดและข้อเท็จจริง 

“พวกคุณดับไฟที่มองไม่เห็น” ผมรู้สึกแบบนั้น ไฟที่ต้องออกแรงไล่ล่า กัดไม่ปล่อย 

“ใช่” โจ้เห็นด้วยและย้ำ “เราดับไฟที่คนทั่วไปมองไม่เห็น” 

“เราเก็บละเอียด 100 เปอร์เซ็นต์” โต้งกล่าวเสริม “ก่อนออกจากพิกัดที่เราได้รับมอบหมาย เราจะวิทยุกลับมาหา ผอ. เราจะสั่งให้ ผอ.โจ้ บินโดรนเพื่อลาดตระเวนอีกครั้ง เพราะถ้าเราสุ่มสี่สุ่มห้าออกจากพื้นที่มาก่อน แล้ว ผอ.ไปลาดตระเวนพบไฟเข้า เราต้องเดินกลับเข้าไปใหม่นะครับ ใครจะอยากเดินกลับเข้าไปอีกล่ะ”
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo03_f9f8483966.jpeg
ในป่า ระยะสายตาถูกจำกัดด้วยต้นไม้นับพันหมื่นที่แทงขึ้นจากผืนดิน
“ปีแรกหนูก็ไม่เข้าใจ” ไนเอ่ยขึ้นมาจากที่นั่งข้างคนขับ “ทำไมต้องให้พี่โจ้บินโดรนอีก ทั้งที่ไฟดับแล้ว” 

“เราบินสำรวจไฟรอบตัวให้เขา เพราะเวลาที่เขาอยู่หน้าไฟ เขามองไม่เห็นหรอก มันเหนื่อยมากนะที่จะต้องเดินสำรวจเอง เพราะในภูมิประเทศแบบนั้นมันไม่ง่ายเลย” โจ้กล่าว 

ผมสัมผัสได้ถึงความยินดีในน้ำเสียงของคนทั้งสามในรถยนต์ที่กำลังเดินทางกลับที่พัก เหมือนเรากำลังอยู่ในงานเฉลิมฉลองเล็กๆ แม้ว่าไฟที่พวกเขาดับได้ในแต่ละวัน จะเป็นเพียงไฟดวงเล็กในกองไฟที่โหมไหม้ในสงครามไฟป่า
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo04_18865e2fe2.jpeg
ทีมอาสาดับไฟป่านอนแผ่หลาเมื่อถึงที่พัก
“จริงๆ แล้ว” โจ้กล่าว “มวลรวมของสิ่งที่ทำให้เกิดค่า PM2.5 เกิดจากไฟหลายกลุ่มที่สุมรวมกันจนทำให้เกิดวิกฤติ ดังนั้นไม่ว่าเราจะเลือกดับไฟในจุดไหน มันช่วยลดปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ได้แน่นอนครับ ค่าฝุ่นในพื้นที่ที่เราดับจะลดน้อยลงไป ภาพรวมของปัญหาก็จะดีขึ้น แม้ว่าทีมของเราจะเป็นทีมเล็กๆ แต่เราตั้งใจออกจากบ้านมาแล้ว เราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหานี้” โจ้กล่าว
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo05_598374c57b.jpeg
ภาพไฟป่าคุโชนพาฝุ่นควันลอยคลุ้งในเย็นวันหนึ่ง (Shutterstock)

กลับบ้าน 

“ถ้าวันไหนดับไม่จบ เราจะนอยด์ รู้สึกล้มเหลว แต่ถ้าดับจบ ไม่ว่าจะกลับดึกหรือช้าแค่ไหน ก็มีความสุขครับ” โต้งกล่าว ร่างกายกำยำสูงใหญ่แต่ดวงตาเหมือนเด็กรักการผจญภัย ในฐานะผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลฯ ปี 62 โต้งให้คำมั่นกับตนเองว่า "ถ้าบ้านเพื่อนเกิดภัยพิบัติ ผมจะมาช่วย เพราะเวลาที่บ้านผมเกิดภัยพิบัติ เพื่อนยังมาช่วยเลย ผมก็เลยได้มาในวันนี้ครับ”
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo06_9983ef741d.jpeg
โต้ง-สถาพร ศรีแย้ม
ปีที่เมืองอุบลน้ำท่วมใหญ่ ทีมอาสาล้างบ้านของมูลนิธิกระจกเงาเดินทางจากเชียงรายมาช่วยเหลือชาวเมืองอุบลฯ ปีถัดมาโต้งจึงเดินทางขึ้นเหนือมาเชียงราย ร่วมทีมอาสาดับไฟป่าตามคำมั่นที่เขาให้ไว้กับตนเอง ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วที่เขาร่วมทีมดับไฟ 

“ผมเริ่มภารกิจตั้งแต่วันที่ 20 กุมภา ตั้งต้นดับไฟที่เชียงราย พอไฟที่เชียงรายลดลง พวกเราก็ไปที่จังหวัดน่าน 8 วัน ระหว่างที่ดับไฟที่น่าน ที่เชียงรายมีไฟป่าอีก เราก็กลับมาตีไฟ เพราะเชียงรายคือฐานที่มั่นของเรา แต่พอมาถึงเชียงราย ไฟก็เริ่มน้อยลงอีก เราก็โยกย้ายมาเชียงใหม่ วันนี้เราเข้าตีไฟที่เชียงใหม่เป็นวันที่สองแล้วครับ แต่เมื่อคืนนี้มีไฟไหม้ที่เชียงรายอีกแล้ว เหมือนไฟมันรู้ว่าทีมของเราไม่อยู่ มันก็เลยไหม้” โต้งกล่าวด้วยน้ำเสียงของคนที่มองเห็นขวากหนามเป็นดอกไม้ 

ทีมอาสาดับไฟป่าเข้าถึงที่พักด้วยความอ่อนล้าและมอมแมม ที่โรงแรมยังมีทีมกองหลังคอยจัดการเรื่องอาหาร ซักเสื้อผ้าให้ทีมดับไฟ รวมถึงซ่อมบำรุงอุปกรณ์
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo07_16969db015.jpeg
กล่องอุปกรณ์ดับไฟ
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo08_eb8718a271.jpeg
ขวดไฮยีน ภาชนะสำคัญที่ใช้บรรจุน้ำยามเข้าป่า
“ตื่นเช้ามา เสื้อผ้าตัวไหนที่จะเอาไปซัก เราก็เอาไปใส่รถเข็นของเจ๊แป้น เจ๊ดูแลทุกอย่างครับ” โต้งกล่าวถึงทีมหลังบ้าน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกชีวิตและการทำงานของพวกเขา 

อุปกรณ์ในการดับไฟถูกส่งให้ช่างตรวจสอบ อุปกรณ์เหล่านี้จะต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานในวันรุ่งขึ้น “เพราะมันไปทำงานกับฝุ่นกับดินบนภูเขาครับ เราต้องมีการเซอร์วิส ซ่อมบำรุงในแต่ละวัน ตรวจสอบสภาพการทำงานให้พร้อมทำงานในวันพรุ่งนี้ แบตเตอรี่ของอุปกรณ์สื่อสารและโดรนก็ต้องพร้อมในแต่ละวัน” โจ้กล่าว รวมถึงความพร้อมของคนด้วย 

พวกเขาเข้าที่พัก เอาเสื้อผ้าไปซัก รองเท้าผึ่งแดด บางคนเอาแป้งโรยรองเท้า “กำจัดกลิ่นเพื่อถนอมความรู้สึกของเพื่อน” เบญบอกอย่างมีอารมณ์ขัน
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo09_9e64d03eb6.jpeg
โรยแป้งกำจัดกลิ่นในรองเท้า
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo10_2672da0e32.jpeg
สตั๊ดดอยสีเขียว
การย้ายจากเมืองหนึ่งไปเมืองหนึ่งเพื่อดับไฟป่าทำให้พวกเขาดูเหมือนคณะละครเร่ที่ตระเวนเดินทางไปเปิดการแสดงตามเมืองต่างๆ แต่นักแสดงกว่า 30 ชีวิต รถยนต์ 3 คัน มอเตอร์ไซค์ Enduro 2 คัน พร้อมด้วยอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์ดับไฟ โดรน รวมไปถึงครก ได้ตระเวนไปเปิดการแสดงต่อหน้าเปลวไฟที่พร้อมจะตลบหลังได้ทุกเมื่อ 

“จุดไหนก็ได้ มาเลย” โต้งตอบทันทีที่ผมถามว่า ในวันพรุ่งนี้เขาจะรู้สึกอย่างไรหลังจากตื่นขึ้นมาพบจุดฮอตสปอตแดงเต็มเเผนที่ 

แต่ฝนตกตามการแจ้งเตือนของกรมอุตุฯในเช้าวันรุ่งขึ้น ทีมดับไฟได้พักจากงานดับไฟ แต่พวกเขาเลือกที่จะเดินทางกลับมายังพื้นที่อำเภอแม่วางแทนการนอนอยู่ในโรงแรมย่านชานเมือง 

เมื่อวานนี้พวกเขาพบชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังออกตามหาพ่อของเด็กหนุ่มชาวม้งที่หายตัวไป ทีมดับไฟจึงนำเครื่องมือในการค้นหาพิกัดไฟออกตามหาคน กระทั่งพบศพชายคนนั้นในถ้ำ หลายวันต่อมาพวกเขาจึงได้กลับบ้าน 

แต่ภารกิจยังคงดำเนินต่อไป.
TAGCLOUD_documentary_hunting_forest_fire_3_SPACEBAR_Photo11_19647ec82b.jpeg
รองเท้าสตั๊ดดอยสีเขียวพักพิงกำแพงอย่างเอกเขนกรอลุยภารกิจครั้งต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์