บรรพต ก่อเกียรติเจริญ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยว่า วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2568) ได้มีการหารือนัดพิเศษร่วมกับคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดตาก เพื่อเกาะติดความเคลื่อนไหวของผลกระทบจากรัฐบาลไทยสั่งงดจ่ายไฟฟ้าให้กับจังหวัดเมียวดีของเมียนมา เพื่อแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเบื้องต้นทราบว่า นอกจากจะงดจ่ายกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังสั่งให้งดส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง และตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตทั้งหมดด้วย
“ผลกระทบที่เกิดขึ้นคาดว่าจะมีผลระยะสั้นต่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มสแกมเมอร์เท่านั้น เพราะสามารถที่จะย้ายถิ่นที่ตั้งไปได้ในจุดต่างๆ ตามแนวชายแดน โดยทราบมาว่า เริ่มมีชาวต่างชาติที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายบางส่วนย้ายเข้าไปในจังหวัดชั้นในของเมียนมา รวมถึงลงไปยังฝั่งทางด้านจังหวัดกาญจนบุรี และเท่าที่ทราบหลังจากที่มีการงดจ่ายไฟฟ้าไปแล้ว ได้มีผลต่อระบบการทำงานของภาครัฐ โดยเฉพาะระบบการเข้าออกเมืองของจังหวัดเมียวดี และกระทบต่อผู้ป่วยของโรงพยาบาลเมียวดี”
“นอกจากนี้ บรรยากาศบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 และสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ก็จะมีความหนาแน่นไปด้วยรถบรรทุกที่จะลำเลียงสินค้าส่งเข้าไปยังเมียนมา และขณะนี้ได้มีการงดส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง คาดว่าผู้ที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปั่นไฟฟ้าจะได้รับกระทบอย่างหนัก โดยตลอดทั้งวันนี้ จะได้ยินเสียงการปั่นไฟดังกว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา โดยคาดว่าหากยังงดการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป ทางจังหวัดเมียวดีจะประสบกับภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก กล่าว

ด้าน เฉลิมวัฒน์ ตรีรัตน์วัฒนา รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า การงดจ่ายไฟฟ้าไปยังจังหวัดเมียวดีไม่น่าจะมีผลกระทบต่อพื้นที่สีเทา เพราะทั้งบ่อนกาสิโน และแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักจะมีการเคลื่อนย้ายเข้าออกเป็นประจำอยู่แล้ว และน่าจะเตรียมการไว้แล้ว
ส่วนบรรยากาศการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งฝั่งอำเภอแม่สอด และจังหวัดเมียวดี ยังอยู่ในภาวะปกติ ซึ่งต้องมีการเกาะติดสถานการณ์ว่าจะมีคำสั่งใดๆ ออกมากจากทั้งฝั่งไทย และฝั่งเมียนมาหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องมาดูว่า ต้นทุนในการส่งออกนำเข้าสินค้าจะเพิ่มขึ้นหรือไม่




