‘ภนิดา ศิริยุทธโยธิน’ พร้อมทนายความ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ 1 ในผู้ต้องหาแก๊งเรือสปีดโบ๊ท หลังพบข้อมูลว่ามีการนำบัตรเครดิตของแตงโมไปใช้รูดซื้อสินค้า หลังจากแตงโมตกเรือเสียชีวิต
‘ภนิดา’ เปิดเผยว่า เธอพบข้อมูลว่า 1 ในผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนสนิทของแตงโม ได้นำบัตรเครดิตไปใช้ในช่วงเวลาที่หน่วยกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาร่างของแตงโมหลังเกิดเหตุตกเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 3 ครั้ง ในรอบ 3 วัน
อีกทั้งยังพบว่ามีการรับเงินจากกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ ที่ยกผลประโยชน์ให้กับบุตรสาวบุญธรรม ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ ของผู้จัดการแตงโม (กระติก) มูลค่า 1 ล้านบาท จากบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งไปแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เธอได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอรับส่วนแบ่งจากกรมธรรม์ในฐานะมารดา 50% แต่ระหว่างคดีอยู่ในชั้นศาลปรากฏว่ามารดาของบุตรบุญธรรม (กระติก) ได้รับเงินดังกล่าวไปแล้ว
‘ภนิดา’ ยังระบุว่า การนำบัตรเครดิตของแตงโมไปรูดซื้อสินค้าหรือกระทำการใดๆ ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าทำไมบัตรเครดิตไปอยู่ในมือของผู้ต้องหาได้ และที่สำคัญการรูดใช้บัตร เป็นช่วงที่แตงโมตกเรือไปแล้ว
อีกทั้งกรณีมีการเซ็นรับเงินกรมธรรม์ประกันชีวิตทั้งที่คดียังอยู่ในชั้นศาล ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น มองว่าการกระทำดังกล่าวส่อเจตนาไปทางไม่บริสุทธิ์ เธอจึงปรึกษากับทนายความ และว่าควรนำเรื่องนี้ มาแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบปราม
นอกจากนี้ ‘ภนิดา’ ยังเปิดเผยว่า เธอพบหลักฐานใหม่เป็นคลิปเสียงจากกล้องหน้ารถคันหนึ่งหลังแตงโมเสียชีวิต พบการสนทนาระหว่าง 1 ในผู้ต้องหากับบุคคลภายนอก เป็นการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความเป็นมาทั้งหมด ซึ่งจากข้อความดังกล่าวพบพฤติกรรมบางอย่างส่อเจตนาได้ว่า 1 ในผู้ต้องหาแก๊งสปีดโบ๊ท มีเจตนาฆ่าแตงโม หวังผลประโยชน์
ดังนั้นเธอและทนายความ จะเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี โดยขอให้ศาลฯ รื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่จากคดีประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นคดีฆาตกรรม ส่วนการยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อไหร่จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง
‘ภนิดา’ เปิดเผยว่า เธอพบข้อมูลว่า 1 ในผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนสนิทของแตงโม ได้นำบัตรเครดิตไปใช้ในช่วงเวลาที่หน่วยกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาร่างของแตงโมหลังเกิดเหตุตกเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 3 ครั้ง ในรอบ 3 วัน
อีกทั้งยังพบว่ามีการรับเงินจากกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ ที่ยกผลประโยชน์ให้กับบุตรสาวบุญธรรม ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ ของผู้จัดการแตงโม (กระติก) มูลค่า 1 ล้านบาท จากบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งไปแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เธอได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอรับส่วนแบ่งจากกรมธรรม์ในฐานะมารดา 50% แต่ระหว่างคดีอยู่ในชั้นศาลปรากฏว่ามารดาของบุตรบุญธรรม (กระติก) ได้รับเงินดังกล่าวไปแล้ว
‘ภนิดา’ ยังระบุว่า การนำบัตรเครดิตของแตงโมไปรูดซื้อสินค้าหรือกระทำการใดๆ ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าทำไมบัตรเครดิตไปอยู่ในมือของผู้ต้องหาได้ และที่สำคัญการรูดใช้บัตร เป็นช่วงที่แตงโมตกเรือไปแล้ว
อีกทั้งกรณีมีการเซ็นรับเงินกรมธรรม์ประกันชีวิตทั้งที่คดียังอยู่ในชั้นศาล ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น มองว่าการกระทำดังกล่าวส่อเจตนาไปทางไม่บริสุทธิ์ เธอจึงปรึกษากับทนายความ และว่าควรนำเรื่องนี้ มาแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบปราม
นอกจากนี้ ‘ภนิดา’ ยังเปิดเผยว่า เธอพบหลักฐานใหม่เป็นคลิปเสียงจากกล้องหน้ารถคันหนึ่งหลังแตงโมเสียชีวิต พบการสนทนาระหว่าง 1 ในผู้ต้องหากับบุคคลภายนอก เป็นการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความเป็นมาทั้งหมด ซึ่งจากข้อความดังกล่าวพบพฤติกรรมบางอย่างส่อเจตนาได้ว่า 1 ในผู้ต้องหาแก๊งสปีดโบ๊ท มีเจตนาฆ่าแตงโม หวังผลประโยชน์
ดังนั้นเธอและทนายความ จะเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี โดยขอให้ศาลฯ รื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่จากคดีประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นคดีฆาตกรรม ส่วนการยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อไหร่จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง




