เวทนามาร์เก็ตติ้ง? รัฐต้องจริงจัง ปมเลี้ยง ‘ช้าง’

9 ต.ค. 2567 - 12:21

  • ‘อี้ แทนคุณ’ มอง รัฐต้องจริงจัง-ดูแลเข้มงวด ปม น้ำท่วมทำ ‘ช้างดับ’ ข้องใจ ทำไมยังขายทัวร์จนนาทีที่ทราบว่าน้ำมาแน่นอน มอง กระทรวงทรัพย์ฯ ควรเป็นเจ้าภาพในการสะสางปัญหา ชี้ อย่าให้ดรามากลบข้อเท็จจริง ไม่ควรปล่อย เวทนามาร์เก็ตติ้งดำเนินต่อไป

  • ‘แทนคุณ’ ยื่นประธานสภาฯ สอบคนแอบอ้าง มีตำแหน่งสำคัญในสภาและกมธ.งบฯ เข้า-ออกบุกถ่ายภาพในห้องประชุม-หน้าห้องประธาน หลอกคนลงทุน-รัก อ้างฝากราชการได้

tankoon_9oct2024_SPACEBAR_Hero_5569e460d8.jpg

แทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดรามาน้ำป่าไหลหลากท่วมศูนย์บริบาลช้าง มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จนกระทั้งมีช้างเสียชีวิต 2 เชือกว่า ต้องดูเจตนาว่าต้องการทำอะไร ทำไมถึงมีข้อมูลว่า ยังขายทัวร์จนถึงนาทีที่ทราบว่า น้ำมาแน่นอน หากจะอพยพจริงๆ คิดว่า ทันเหมือนปางอื่น

“ปางอื่นทำไมถึงรอดหมด แล้วทำไมปางนี้ถึงมีช้างเสียชีวิต ความสงสารภายหลังเป็นเรื่องที่เราเข้าใจได้ แต่สาเหตุเหล่านี้ก็สามารถป้องกันได้ ช้างเป็นสัตว์ใหญ่ต้องมีเวลาในการอพยพ ไม่ใช่ทำได้ปุ๊บปับทันที อีกทั้งเครื่องมือที่ใช้ก็ไม่เหมือนสัตว์ทั่วไป การวางแผนรับมือจริงไม่มีควรลักษณะอย่างที่เกิดขึ้น”

แทนคุณ กล่าว

แทนคุณ กล่าวว่า ต่อจากนี้ไปควรมีมาตรการในการขึ้นทะเบียนช้างอย่างจริงจัง มีมาตรการในการอพยพ และการบังคับอพยพในกรณีผู้ที่บริบาลช้างเกิดดื้อแพ่ง ปฏิเสธการช่วยเหลือ กลไกของรัฐควรเข้ามาจริงจังเข้มงวดกับสัตว์ต่างๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะช้างเท่านั้น 

ส่วนรายได้ของแต่ละปางควรเปิดเผยหรือไม่นั้น แทนคุณ ระบุว่า แน่นอนว่าสมควร หากยังปล่อยแบบนี้ไปอาจถูกอาศัยช่องโหว่หาผลประโยชน์ เพราะมีการจดทะเบียนทั้งมูลนิธิ หรือในนามของคนรักสัตว์แต่ความจริงเป็นการหาประโยชน์จากสัตว์ ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียหลายด้าน ไม่ใช่แค่เพียงภาพลักษณ์ของประเทศเพียงอย่างเดียว

เมื่อถามว่า ควรมีหน่วยงานใดที่จะเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการจัดการปัญหานี้หรือไม่ แทนคุณกล่าวว่า เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น่าจะเป็นเจ้าภาพที่ดี ท่านเป็นคนที่ตื่นตัวอยู่แล้ว ก็ควรเคร่งครัด จริงจัง และไม่ปล่อยให้เรื่องดรามากลบข้อเท็จจริง ไม่ควรปล่อยให้เวทนามาร์เก็ตติ้งดำเนินต่อไป

S_364912662_97dc1459b0.jpg

นอกจากนี้ แทนคุณ ยังได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านคัมภีร์​ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร ​เพื่อขอให้ติดตามตรวจสอบ​ ชายอายุ ​41 ปี​ อักษรย่อ​ ‘น’ ที่แอบอ้างว่าได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญจากสภาฯ​ ไปยืนถ่ายภาพหน้าห้องสำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร ใส่ชุดขาวอ้างยศว่า เป็นนาวาตรี เป็นทหารเรือ ไปหลอกลวงผู้หญิง และผู้เสียหายจำนวนมาก โดยมีลักษณะหลอกลงทุนครั้งละ 1-2​ แสนบาท​ มีผู้เสียหายหลาย 10 คน พร้อมแอบอ้างว่าสามารถฝากรับราชการได้ โดยเสียค่าใช้จ่าย 1,200,000 บาท และยังมีการหลอกให้ลงทุนคลินิก แอบอ้างสามารถดีลงานหน่วยงานราชการต่างๆ มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรรมาธิการงบประมาณ นอกจากนี้ ยังแอบอ้างว่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องโลจิสติกส์ และมีพฤติกรรมหลอกลวง ทำให้มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์เป็นคดีความหลายที่ และบุคคลดังกล่าวถูกตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลต่างๆ มายื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะได้สั่งการวินิจฉัยว่า บุคคลนี้เป็นอันตรายต่อสังคม ซึ่งจะติดตามต่อไป

“คนนี้เป็นผู้ชายอายุ 41 ปีเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 3 ครั้งจะนิยมใส่ชุดปกติขาวและชุดข้าราชการทหารแสดงตัวว่ามียศนาวาตรี ใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบายบนความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ไปๆ มาๆ ในสภาฯ มีบัตรเข้าออกลักษณะเข้าร่วมประชุม เคยเข้าห้องประชุมสุริยัน ไปถ่ายภาพฝั่งตรงข้ามบัลลังก์ประธานสภา เพื่อหยิบยกไปแอบอ้าง ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เพราะโปรไฟล์ดี บุคลิกดี หว่านล้อมดี พูดเก่ง เป็นโรแมนซ์สแกม เหยื่อเสียทั้งทรัพย์สินและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีการติดต่อมายังผมด้วย พยายามบอกให้ผมหยุดปกป้องผู้หญิงที่ถูกหลอก ถ้าไม่ยอม ถ้ายังไม่หยุด ขู่ว่าจะฟ้องดำเนินคดี”

แทนคุณ กล่าว

ด้านคัมภีร์ กล่าวว่า จะรับเรื่องนำเสนอประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อไป พร้อมเห็นว่า เป็นประเด็นสำคัญ เพราะมีการถ่ายภาพหน้าห้องประธานสภาฯ ด้วย และเกี่ยวข้องกับเรื่องรักษาความปลอดภัย ที่อาจจะบกพร่อง ซึ่งจะต้องดูทั้งฝั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์