‘พายุตาปะฮ์’ ลดระดับเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมจีน อุตุฯ ย้ำชัดไม่กระทบไทย

9 ก.ย. 2568 - 11:44

  • กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับสุดท้ายเรื่องพายุ “ตาปะฮ์” หลังอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมจีนตอนใต้ ยันไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไทย

  • ติดตามพยากรณ์อากาศประจำสัปดาห์ ไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย เตือนอีสาน ตะวันออก กทม.และปริมณฑล ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนสะสม

‘พายุตาปะฮ์’ ลดระดับเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมจีน อุตุฯ ย้ำชัดไม่กระทบไทย

จากสถานการณ์ฝนที่ตกต่อเนื่องในหลายจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้น้ำท่วมขังรอระบายในหลายพื้นที่ ประชาชนส่วนใหญ่จึงเข้าใจว่าเป็นเพราะอิทธิพลของพายุ “ตาปะฮ์” (TAPAH) ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องพายุ “ตาปะฮ์” ฉบับที่ 12 (244/2568) เผยพายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” บริเวณประเทศจีนตอนใต้ ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และได้อ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ (เมื่อเวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา) โดยไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย ซึ่งเป็นประกาศฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้

tapah-weakens-no-impact-on-thailand-SPACEBAR-Photo01.jpg

ติดตามพยากรณ์อากาศประจำสัปดาห์

ช่วงวันที่ 9 – 11 ก.ย.

ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร  และปริมณฑล เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย 

ช่วงวันที่ 12 – 14 ก.ย. 

ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะเริ่มมีฝนลดลง ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง   ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยยังคงมีกำลังปานกลาง


อันดามันและอ่าวไทย

ช่วงวันที่ 9 – 11 ก.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

วงวันที่ 12 – 14 ก.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลงแต่ยังคงมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ช่วงวันที่ 9 – 11 ก.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง 

คาดหมายอากาศรายภาค

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 8 – 9 และ 12 – 14 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค
ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 11 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมแปรปรวน ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม. 
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 35 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 8 – 11 ก.ย. ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 12 – 14 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค
ในช่วงวันที่ 8 – 9 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 14 ก.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส 

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง
ในช่วงวันที่ 8 – 9 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 14 ก.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 8 – 10 ก.ย.
ในช่วงวันที่ 8 – 11 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 12 – 14 ก.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 8 – 11 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 12 – 14 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง 
ในช่วงวันที่ 8 – 11 ก.ย. ตั้งแต่จังหวัดพังงา ขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 12 – 14 ก.ย. ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ ขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดตรัง ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 8 – 10 ก.ย.
ในช่วงวันที่ 8 – 11 ก.ย. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 12 – 14 ก.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์