ธนัญญา อุทธนผล น้องสาวของ ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีต ผู้กำกับโจ้ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่ชายทั้งหมด โดยเฉพาะการเสียชีวิตภายในเรือนจำ พร้อมขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้การช่วยเหลือ รู้สึกมั่นใจมากขึ้นหลังได้เข้าพบรมว.ยุติธรรม ว่าจะทำให้ครอบครัวตนเองได้รับความเป็นธรรม
พ.ต.อ.ทวี ให้สัมภาษณ์กรณี อดีตผู้กำกับโจ้ สมัครใจขอขังเดี่ยว เพราะกลัวถูกบุคคลอื่นทำร้ายนั้น ว่า ขออธิบายว่าห้องดังกล่าว ไม่ใช่ห้องขังเดี่ยว แต่เป็นห้องนอน ที่โดยปกติสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ 4-5 คน แต่ อดีตผู้กำกับโจ้ นอนคนเดียว และตอนกลางวันก็ยังสามารถไปร่วมกิจกรรมอื่นๆ ได้หมด และวันก่อนเกิดเหตุก็ยังได้เข้าเยี่ยมญาติด้วย
ซึ่งปกติแล้วสิ่งที่ผู้ต้องขังในเรือนจำเรียกร้องมาที่สุดก็คือพื้นที่การนอน แต่ประเด็นที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือล่าช้า เนื่องจากเรือนจำมีที่ประมาณ 100 ไร่ และต้องไปเอากุญแจที่อาคารด้านนอก กว่าจะมาถึงห้องขังจึงล่าช้า
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ที่ตนเองเคยให้สัมภาษณ์ว่า อดีตผู้กำกับโจ้ มีอาการป่วยทางจิตเวชนั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีก เนื่องจากเอกสารที่ออกมาของกระทรวงยุติธรรมทำให้ตนเองเข้าใจผิด เพราะเมื่อไปพูดคุยกับแพทย์ถึงรายละเอียดแล้ว พบว่าเป็นแค่อาการวิตกกังวล ไม่ใช่อาการป่วยทางจิตเวช
ส่วนประเด็นที่มีเจ้าหน้ากรมราชทัณฑ์โทรไปคุยกับครอบครัวของ อดีตผู้กำกับโจ้ เพื่อให้ถอนแจ้งความนั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คดีทำร้ายร่างกายภายในเรือนจำอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะถ้ามีคนเสียชีวิต ก็ถือว่าเป็นโทษวินัยร้ายแรง จะต้องมีการสอบปากคำผู้คุมและเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานในขณะนั้นทั้งเรือนจำ
ขณะที่ผ้าขนหนูเป็นผ้าที่ใช้งบประมาณของกรมราชทัณฑ์จัดซื้อมา ซึ่งผู้ต้องขังได้รับหมดทุกคน ส่วนขนาดที่มีความ คลาดเคลื่อนนั้น จริงๆคือเป็นขนาดประมาณ 40-50 นิ้ว ไม่ใช่เซนติเมตร
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้หารือร่วมกับตำรวจ อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็มีความมุ่งมั่นที่จะคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในเรือนจำ อะไรที่เป็นกฎระเบียบที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน หรือหลักกฎหมาย ก็ถึงเวลาสังคายนา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 17 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงกรณีการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งมีนางเอมอร เสียงใหญ่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานฯการประชุมกรณีดังกล่าว




