‘ทวี’ ย้ำดูแล ‘แป้ง นาโหนด’ หลังญาติหวั่นโดน ‘ฆ่าตัดตอน’

1 มิ.ย. 2567 - 16:07

  • ‘รมว.ยุติธรรม’ นำทีมบินอินโดนีเซีย รับตัว ‘แป้ง นาโหนด’ กลับไทย 4 มิ.ย.นี้

  • ใช้เครื่องบิน ทอ. ‘แอร์บัส A320’ บันทึกวิดีโอตลอดทาง ตาม ‘พ.ร.บ.อุ้มหายฯ’

  • ส่งตัวดำเนินดดี คุมขังเรือนจำในกรุงเทพฯ ย้ำดูแลไม่ให้เสียชีวิต หลังญาติหวั่นโดน ‘ฆ่าตัดตอน’

  • ‘ตำรวจ’ เตรียมสอบทุกประเด็น ‘หลบหนี-ให้การช่วยเหลือ’ จับตา ‘ตำรวจฯ ภาค 9’ มีเอี่ยวหรือไม่

Tawee_emphasizes_taking_care_of_Pang_Nanode_after_relatives_fear_he_will_be_killed_SPACEBAR_Hero_2c9e9732d6.jpg

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, พล.ต.ท. ภานุวัฒน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรักษาราชการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และคณะ

เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เที่ยวบินการบินไทย TG 435 ไปยังสนามบินนานาชาติโซคาร์โน ฮัตตา กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อประชุมร่วมกับทางการอินโดนีเซีย และขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือในการจับกุม ‘เชาวลิต ทองด้วง’ หรือ ‘แป้ง นาโหนด’ ได้ที่เกาะบาหลี เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ใช้เครื่องบิน ทอ. ‘แอร์บัส A320’ รับตัว พร้อมบันทึกวิดีโอตลอดทาง ตาม ‘พ.ร.บ.อุ้มหายฯ’

พ.ต.อ.ทวี กล่าวก่อนเดินทางถึงความชัดเจนในการนำตัวกลับมาว่า นายกรัฐมนตรีได้ประสานกับกองทัพอากาศ ในการนำตัว ‘แป้ง นาโหนด’ กลับมา โดยจะใช้เครื่องบินแอร์บัส A320 ของกองทัพอากาศ ซึ่งทางการอินโดนีเซีย ให้ไปรับได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ แต่เนื่องจากเรื่องธุรการ รวมถึงเส้นทางการบินต้องขออนุญาตประเทศที่ผ่านทาง ทำให้ได้เวลาเหมาะสมว่าจะไปรับตัวกลับมาได้ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้

ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการประสานงานโดยตรงกับ ผบ.ตร.อินโดนีเซีย จึงได้ให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข รักษาการรอง ผบ.ตร. เดินทางไปด้วย แต่ประเทศไทยมีกฎหมาย พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ดังนั้น การจะบกุมตัว จึงต้องมีการบันทึกวีดีโอทุกขั้นตอนในการจับกุมก่อนเข้าประเทศไทย ซึ่งจะมีการบันทึกตั้งแต่อินโดนีเซีย

ขอบคุณทางการอินโดนีเซีย ช่วยรวบตัว แต่ยังไม่พบหลักฐานเอี่ยว ‘ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ’

ซึ่งการเดินทางไปในวันนี้ เป็นการไปประสานงานภายในเพิ่มเติม ในด้านเอกสารต่างๆ จากนั้น ก็จะประชุมความร่วมมือกัน ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อประสานงานเรื่องการหาข้อมูลของการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จึงมีและ ป.ป.ส. เดินทางไปด้วย

รวมถึงเป็นการไปขอบคุณทางการอินโดนีเซีย ที่ได้ให้การสนับสนุน ทั้งตำรวจอินโดนีเซีย ตำรวจท้องถิ่นเกาะเมดาน เกาะบาหลี ซึ่งได้ทุ่มเททำงานในการจับกุมครั้งนี้ และจะพาตำรวจดังกล่าวมาพบทางการไทยด้วย

ส่วนการส่งตัวกลับมา พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน แต่เป็นความร่วมมือต่างตอบแทน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มีการส่งตัวกลับ เพราะทางการไทยได้ร้องขอให้จับกุมคนร้ายคนสำคัญ และอินโดนีเซียก็มีความสัมพันธ์อันดีกับไทย เพราะไทยเคยส่งผู้ต้องหาค้ายาไปให้อินโดนีเซียกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายอินโดนีเซีย

ดังนั้น เมื่อ ‘แป้ง นาโหนด’ คนเป็นคนร้ายรายสำคัญของไทย แต่ไม่มีคดีในอินโดนีเซีย การส่งตัวกลับครั้งนี้ จึงก็จะเป็นการผลักดันออกนอกประเทศ และการนำตัวกลับมา โดยเกิดจากการร่วมมือกันของอินเตอร์โพล    

พร้อมยืนยันว่า การจับกุม ‘แป้ง นาโหนด’ เกิดจากการมี ‘หมายแดง’ อยู่แล้ว ส่วนวิธีสืบสวนเป็นเรื่องการติดตามตัว ที่สืบมานานแล้ว และตำรวจก็ได้เกาะติดมานาน ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นการทะเลาะเบาะแว้งกับสาวในอินโดนีเซีย เพราะการทะเลาะเบาะแว้งไม่จำเป็นต้องมีหมายจับ และครั้งนี้ ต้องให้เครดิตทางการอินโดนีเซียในการติดตามตัวมาให้

ส่วนกรณีกระแสข่าวที่มีข้อมูลว่า ‘แป้ง นาโหนด’ เกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาตินั้น พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ทางการอินโดนีเซีย ตรวจสอบแล้ว ยืนยันเบื้องต้น ‘แป้ง นาโหนด’ ยังไม่มีการกระทำความผิดในประเด็นนี้ ส่วนในอนาคต หากพบว่ากระทำความผิดและเกี่ยวข้องการยาเสพติดข้ามชาติ ก็จะมีหมายจับตามมา ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคต ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย และอาจจะส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่อินโดนีเซีย

ส่งตัวดำเนินดดี คุมขังเรือนจำในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ตามขั้นตอน เมื่อแป้ง กลับมาถึงประเทศไทย พร้อมกับ พล.ต.ท.ประจวบ และคณะที่ไปรับตัว ก็จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยพนักงานสอบสวนจะมาแจ้งข้อหา ในคดีที่ยังสอบสวนอยู่ ทั้งคดีหมายจับพัทลุง 3 หมาย, หมายจับนครศรีธรรมราชอีก 1 หมาย รวม 4 หมายจับ ทั้งคดีพยายามฆ่า หนีที่คุมขัง และอาวุธปืน

และจากนั้น ราชทัณฑ์ ก็จะเอาไปควบคุมตัวไว้ ตามคดีที่ถูกตัดสินถึงที่สุดให้จำคุกตลอดชีวิต ในคดีการปล้นทรัพย์ เรื่องการขัดแย้งยาเสพติด แม้ในทางปฏิบัติจะต้องเอาไปคุมตัวที่เกิดเหตุ แต่ในปัจจุบัน ใช้ช่องทางกระบวนการผ่านทางออนไลน์ได้ ก็สามารถคุมขังที่กรุงเทพฯ ได้

ทำให้ยืนยันว่า เบื้องต้น จะเอาตัว ‘แป้ง นาโหนด’ ไว้ในเรือนจำความมั่นคงสูงที่กรุงเทพมหานคร เช่น เรือนจำบางขวาง หรือเรือนจำคลองเปรม เพื่อไม่ให้หลบหนี และไม่ไปก่อเหตุซ้ำ  ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการประสานเรื่องการโอนสำนวนคดีในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และนครศรีธรรมราช มาที่กรุงเทพมหานคร

ส่วน ‘แป้ง นาโหนด’ จะเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในประเทศไทยหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี บอกว่า แม้จะยังไม่มีหลักฐาน ที่ปรากฎว่า ‘แป้ง นาโหนด’ ค้ายาเสพติด  แต่ถ้าไปอ่านคำพิพากษาคดีปล้นทรัพย์ ก็จะมีรายละเอียดเรื่องนี้อยู่ ทำให้ตอนนี้อยู่ระหว่างการตั้งเรื่องสืบสวน

ย้ำดูแลไม่ให้เสียชีวิต หลังญาติหวั่นโดน ‘ฆ่าตัดตอน’

เมื่อถามถึงความกังวลใจของครอบครัว รวมถึง ‘แป้ง นาโหนด’ ที่กังวลว่าจะได้รับอันตราย หรือถูกฆ่าตัดตอน หากกลับเข้าเรือนจำอีกครั้ง เพราะอาจไปเกี่ยวข้องกับการเปิดโปงการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่า ก็คิดได้ แต่เป็นไปไม่ได้ และกระทรวงยุติธรรม และนายกรัฐมนตรี ต้องการให้มีสอบสวนเรื่องที่เจ้าตัวพูด

หากเป็นเรื่องจริง ก็ดำเนินการกับคนที่เกี่ยวข้อง แต่หากไม่ใช่เรื่องจริง ก็จะได้ซักฟอกตัวเอง และหวังว่าสิ่งที่ ‘แป้ง นาโหนด’ พูดจะเป็นเรื่องจริง ดังนั้น รัฐบาลก็จะต้องคุ้มครองป้องกันไม่ให้แป้งเสียชีวิตแน่นอน

สอบทุกประเด็น ‘หลบหนี-ให้การช่วยเหลือ’ จับตา ‘ตำรวจฯ ภาค 9’ มีเอี่ยวหรือไม่

ด้าน พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า ขั้นตอนของอินโดนีเซีย ขณะนี้ ทางการอินโดนีเซีย ได้ทำหนังสือไป ตม. และทำเรื่องเนรเทศ แจ้งไปยังสถานทูตไทย เพื่อให้ทำหนังสือปล่อยตัว แล้วทางการไทยจึงจะรับตัวมาได้ และเมื่อได้ตัวมาแล้ว ก็จะแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนทั้ง 2 จังหวัด เพื่อให้มาร่วมสอบปากคำตามข้อหาของหมายจับในพื้นที่

รวมถึงตำรวจจะต้องมีการสอบปากคำเรื่องเส้นทางการหลบหนีทางทะเล ขบวนการช่วยเหลือ การให้ที่พักพิงทั้งในไทยและในอินโดนีเซีย ซึ่งจะสอบปากคำทั้งหมด รวมทั้งประเด็น ‘ตำรวจหญิง’ ญาติของ ‘แป้ง นาโหนด’ ที่มีความใกล้ชิดกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ด้วยว่า จะเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือให้หลบหนีในครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งรายละเอียดจะปรากฏข้อเท็จจริงทั้งหมด หลังการสอบปากคำ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์