ออกหมายแดง ‘พิศาล’ ต้องประสานอินเตอร์โพล

15 ต.ค. 2567 - 11:17

  • ‘ทวี’ ระบุ ออกหมายแดง ‘พิศาล’ ต้องให้ ตร.ประสานอินเตอร์โพล ย้ำ จนท.ไม่ได้เพิกเฉยตามตัวมาดำเนินคดี

  • ส่วนกรณี ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’ นั้น ‘ทวี’ ยอมรับ อยากช่วยเหลือประชาชนทางแพ่ง เพื่อตามทรัพย์สินให้ ยัน รัฐบาลนี้ยกระดับไม่อคติกับทุกเรื่อง หลังผู้เสียหายกังวลตร.-อัยการเกี่ยวข้อง ‘ดิไอคอนกรุ๊ป’

tawee_pisan_15oct2024_SPACEBAR_Hero_2754eff957.jpg

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ออกหมายแดง พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยในคดีตากใบว่า การออกหมายแดงเป็นอำนาจของอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากล ซึ่งอยู่ในการดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยหลักการแล้วน่าจะเข้าเกณฑ์ในการขอความร่วมมือ ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่มีการปฏิบัติมา ส่วนตัวติดตามเรื่องนี้อยู่ กรณีของตากใบ อยากบอกว่า ทางรัฐบาลมีความเห็นใจประชาชน และรัฐบาลอยากให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมถึงต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน ขณะนี้เหลือเวลาอีก 10 วัน จึงอยากทำความเข้าใจเรื่องในพื้นที่ภาคใต้ เราจะแบ่งเป็นคดีความมั่นคง และคดีที่ไม่ใช่ความมั่นคง เท่าที่ตรวจสอบขณะนี้ จากสถิติตั้งแต่ปี 54 จนถึงปัจจุบัน เรามีคดีความมั่นคงที่ออกหมายจับ 7,878 คดี มีการจับกุมได้ประมาณ 4 พันกว่าคดี หรือประมาณ 51% ส่วนที่เหลือเป็นเหตุที่จับไม่ได้ ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ สาเหตุหนึ่งคือการหลบหนีคดี มีประมาณ 1,678 คดี ยืนยันว่าการทำงานของตำรวจไม่มีอคติ 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คดีตากใบ เราจะแยกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือ อัยการสั่งฟ้อง 7 คน อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องที่ศาลรับฟ้อง 7 คน ในจำนวนทั้งหมดนี้ มีซ้ำกัน 1 คน หน้าที่ของตำรวจและหน้าที่ของรัฐคือ เมื่อมีหมายจับจะต้องนำตัวผู้ที่ถูกจับไปดำเนินคดีกับศาล ถือเป็นหน้าที่หลัก ทราบว่าเรื่องนี้เป็นช่วง 10 วันสุดท้าย และส่วนหนึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนักที่ประชาชนมาใช้สิทธิ์กรณีผู้บังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรืออัยการไม่สามารถนำเรื่องไปสู่ศาลได้ ประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องต่อศาล ยกเว้นคดีทหารที่กระทำความผิด ซึ่งในศาลทหารยังไม่ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนฟ้องเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกระทรวงยุติธรรมสามารถประสานกับอินเตอร์โพลเองได้ หรือให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้มีช่องทางอยู่แล้ว ปกติจะมีช่องทาง พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญา ส่วนอีกช่องทางหนึ่งคือ อินเตอร์โพล ซึ่งเหมือนคดีแป้ง นาโหนด

รมว.ยุติธรรม ยังให้สัมภาษณ์ถึงคดีดิไอคอนกรุ๊ป จะมีการพิจารณาเป็นคดีพิเศษหรือไม่ว่า เท่าที่ฟังตำรวจ ได้มีการดำเนินการในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ยังไม่ได้มีการกระทำความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงิน หรือที่เรียกว่าแชร์ลูกโซ่ กรณีของแชร์ลูกโซ่อาจจะหวังเอาผู้สมัครสมาชิกแล้วมาเอาเงิน โดยสินค้าอาจจะมีหรือไม่มีบ้าง ซึ่งในคดีฉ้อโกงประชาชน เป็นอำนาจของตำรวจ สามารถดำเนินการได้ แต่ถ้าเป็นแชร์ลูกโซ่อาจจะมีเกณฑ์ ซึ่งต้องชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถทำงานได้เร็ว ถ้าเป็นห่วงเรื่องการสอบสวนคดีนี้ว่าการสอบสวนชอบหรือไม่ชอบ ถ้าจะเป็นคดีพิเศษก็สามารถทำได้ แต่คดีลักษณะนี้เราอยากจะเอาทรัพย์สินมาให้เหยื่อมาให้ผู้เสียหาย ซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สั่งการให้ทำเรื่องฟอกเงินอยู่แล้ว ถ้าจำนวนเงินเกิน 300 ล้านบาท เราจะไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน ถ้าหลักฐานการฟอกเงินเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนแล้วตำรวจต้องการเราก็จะส่งให้ หรือถ้าตำรวจจะใช้ช่องทางคดีพิเศษ อย่างเช่นเอาอัยการมาร่วมสอบสวนได้เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ เราก็จะนำไปเป็นคดีพิเศษ บางคดีเราอยากให้ตำรวจเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนด้วยซ้ำ เพราะอำนาจสั่งคดีเป็นอำนาจของอธิบดีดีเอสไอ สิ่งสำคัญคือ ขณะนี้อยากช่วยเหลือประชาชนทางแพ่ง อยากจะฟ้องคดีเป็นกลุ่ม หรือคดีคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อจะตามทรัพย์สินให้ เพราะสิ่งสำคัญคือ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ มีความสำคัญมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีหน่วยงานที่จะตามทรัพย์สินเหล่านี้แล้วใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทราบว่าทรัพย์สินเหล่านี้อยู่ในส่วนของถาวรวัตถุ หรือวัตถุเยอะ ตรงนี้ก็อาจจะมีคืนเงินได้ และอาจจะมากกว่า 700 ล้านบาท สามารถเอาทรัพย์ตรงนี้ให้ประชาชน 

เมื่อถามว่า ผู้เสียหายกังวลว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนี้มีคนที่เป็นอัยการและตำรวจด้วย พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดทุกคดีคือ ความเชื่อมั่นของประชาชน คนทำงานต้องไม่อคติ อาจจะอคติเพราะความชอบหรืออคติเพราะความผูกพัน ซึ่งรัฐบาลชุดนี้พยายามที่จะยกระดับไม่อคติกับทุกเรื่อง เราจะให้สิ่งที่ประชาชนห่วง โดยการให้พยานหลักฐานเป็นผู้พูด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์