‘เชื่องช้า ตาพร่ามัว’ ประเทศไทยเหมือนคนแก่ไร้พลัง TDRI แนะคนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ เปิดใจ จับมือสร้างความเปลี่ยนแปลง

30 พ.ย. 2565 - 16:59

  • ประเทศไทยเชื่องช้า มีปัญหาในหลายด้าน เปรียบเทียบคล้ายคนสูงวัย เดินช้า สายตาพร่ามัว ขาดเสน่ห์ในสายตาของนักลงทุน

  • ความขัดแย้งของคนต่างวัย มาจากความต้องการและค่านิยมที่ต่างกัน คนรุ่นใหม่ต้องการนวัตกรรมใหม่ แต่คนรุ่นเก่ายังยึดติดสิ่งที่ตนคิดว่าดีงาม

  • ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน TDRI กล่าวว่า “คนทุกรุ่นต้องช่วยบริหารความขัดแย้งแห่งช่วงวัย ทำให้ประเทศไทยน่าอยู่ร่วมกัน”

TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Hero_5490578707.jpeg
ทีดีอาร์ไอจัดงาน TDRI Annual Public Conference 2022 ทำอย่างไรให้ประเทศไทยหนุ่มสาวขึ้น? เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) โดยเปิดประเด็นปัญหาความเชื่องช้าของประเทศไทยในหลายด้าน เปรียบเทียบคล้ายคนสูงวัยที่เดินช้า สายตาพร่ามัวจนก้าวไม่ทันหลายประเทศ ทำให้ขาดเสน่ห์ในสายตาของนักลงทุนเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน 
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo11_1_2453f8748c.jpeg
TDRI
นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาที่คนแต่ละรุ่นมีค่านิยมที่แตกต่างกัน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง และทำให้ประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แนวทางในการแก้ปัญหาต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ คือ การจัดการความขัดแย้งแห่งช่วงวัย การหนุนคนทุกวัย 

โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ให้มีพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัย และการเปิดให้คนแต่ละรุ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศในระบบประชาธิปไตย 
 

ความขัดแย้งแห่งช่วงวัย เพราะความต้องการเราต่างกัน 


ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดประเด็นสัมมนา ในหัวข้อแรก ‘จัดการความขัดแย้งแห่งช่วงวัย’ ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกและประเทศไทย คือ คนมีอายุยืนยาวขึ้นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงมีคนอย่างน้อย 6 รุ่นอยู่ร่วมกัน ในขณะที่สภาพแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความขัดแย้งระหว่างช่วงวัยเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น และทำให้ขาดส่วนร่วมของรุ่นคนที่หลากหลายในการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ประเทศไทยจึงเหมือนคนสูงวัยที่ไร้พลังสดใหม่
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo02_2530d10cc0.jpeg
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ
ดร.สมเกียรติ อธิบายรากปัญหาความขัดแย้งของคนต่างวัยที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน นำมาซึ่งความต้องการที่ต่างกัน แต่เป็นสิ่งที่จัดการได้ เช่น คนหนุ่มสาวต้องการการศึกษาที่มีคุณภาพ สวัสดิการเด็กเล็กและเป็นห่วงเรื่องการว่างงาน  ขณะที่คนวัยเกษียณห่วงเรื่องเงินออมและเงินเฟ้อ มีความต้องการบำเหน็จ บำนาญ และการรักษาพยาบาล 

นอกจากนี้ความขัดแย้งของคนต่างวัย ยังมาจากค่านิยมที่ต่างกัน เห็นได้จากคนรุ่นใหม่ต้องการนวัตกรรมใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม แต่คนรุ่นเก่าอาจยังยึดติดโดยอนุรักษ์สิ่งที่ตนคิดว่าดีงามไว้เป็นสำคัญ
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo03_a6c763ab75.jpeg
TDRI
อีกทั้งคนอายุมากยังมักมองคนหนุ่มสาวในแง่ที่ไม่ถูกใจนัก เช่น เมื่อปี 2013 นิตยสาร TIME ขึ้นหน้าปก The Me Me Me Generation ที่กล่าวถึง คน Generation Y ว่าคนรุ่นนี้ขี้เกียจ เห็นแก่ตัว และหลงตัวเอง ขณะที่พึ่งตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพ่อแม่ รายงานลักษณะนี้ยังสร้างภาพจำต่อคนรุ่นต่างๆ ในทางที่ไม่น่าพึงประสงค์ เช่น Generation Alpha ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่สุด ถูกมองว่าฉลาดกว่าทุกรุ่น แต่ขาดความอดทน ส่วน Generation Z มีความรู้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แต่ไม่ชอบความลำบาก 
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo04_0db163a617.jpeg
นิตยสาร TIME เดือนพฤษภาคม ปี 2013 ทำประเด็นเรื่อง ME Generation

ภาพจำที่ไร้หลักฐาน หนุนรอยร้าวของช่วงวัย 


ดร.สมเกียรติ เห็นว่าภาพจำของคนแต่ละรุ่นมักถูกนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคล และการทำการตลาด ทั้งที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนทำให้เกิดภาพจำที่ผิดและทำให้คนแต่ละรุ่นเสี่ยงต่อการขัดแย้งกันมากขึ้น เพราะคิดว่าความแตกต่างของคนแต่ละรุ่นเกิดจาก “ปัจจัยรุ่นคน” (Cohort Effect) เท่านั้น  โดยละเลยต่อ “ปัจจัยด้านวัฏจักรชีวิต” (Life-cycle Effect) เช่น เมื่ออายุมากขึ้น คนทุกรุ่นจะสนใจเรื่องสุขภาพมากกว่า “ปัจจัยจากเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดในช่วงนั้น”  (Period Effect) เช่น หากเกิดการก่อการร้าย หรือ โรคระบาดใหญ่ ทุกรุ่นคนจะมีทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไป และ “ปัจจัยของประเทศที่อยู่” (Country Effect) ซึ่งมีผลต่อค่านิยมและวัฒนธรรมของคนทุกรุ่นในประเทศนั้น 
 

คนไทย 5 เจน คิดอย่างไรกับชีวิต การเมือง และสังคม 


ดร.สมเกียรติ ได้ใช้ข้อมูลจาก “การสำรวจค่านิยมของประเทศต่างๆ ในโลก” (World Value Survey) ซึ่งมีการสำรวจในประเทศไทยแล้ว 3 รอบ โดยสถาบันพระปกเกล้า เพื่อทำความเข้าใจค่านิยมด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่างๆ ของคนไทย 5 รุ่น (ไม่รวมรุ่น Alpha ซึ่งยังมีอายุน้อยมาก) ได้แก่ 

- รุ่นก่อนสงคราม ซึ่งเกิดก่อนปี 1945  (ก่อน พ.ศ. 2488) ปัจจุบันมีอายุเกิน 75 ปี 

- รุ่นเบบี้บูม ซึ่งเกิดช่วงปี 1945-1965  (พ.ศ. 2488-2508)  ปัจจุบันมีอายุ 56-75 ปี 

- รุ่น Gen X ซึ่งเกิดช่วงปี 1966-1979 (พ.ศ. 2509-2522) ปัจจุบันมีอายุ 41-55 ปี 

- รุ่น Gen Y (มิลเลเนียล) ซึ่งเกิดช่วงปี 1980-1995 (พ.ศ. 2523-2538) ปัจจุบันอายุ 25-40 ปี 

- รุ่น Gen Z ซึ่งเกิดช่วงปี 1996-2010 (พ.ศ. 2539-2553)  ปัจจุบันมีอายุน้อยกว่า 25 ปี

โดยพบทำการสำรวจความคิดคนไทยใน 9 ด้านด้วยกัน ได้แก่ 

1. ด้านการเมือง โดยรวมคนไทยคิดว่า ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ดี แต่คนหลายรุ่นเห็นว่าประชาธิปไตยเป็นสิ่งดีลดลง ซึ่งอาจเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดความผิดหวังต่อประชาธิปไตยที่เกิดทั่วโลก  โดยคนไทยทุกรุ่นมององค์ประกอบประชาธิปไตยว่า รัฐบาลต้องมาจากการเลือกตั้ง ต้องช่วยเหลือประชาชนเรื่องการว่างงาน ปัญหาปากท้อง และมองว่าสิทธิของพลเมืองต้องได้รับการคุ้มครอง แต่องค์ประกอบสุดท้ายมีความเห็นพ้องกันน้อยกว่า 2 องค์ประกอบแรก

TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo06_4915d15fda.jpeg
TDRI
2. ด้านเศรษฐกิจ โดยรวมคนไทยอยากเห็นเศรษฐกิจเติบโตในระดับที่สูง แต่มีความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างการสร้างความเท่าเทียมทางรายได้และการจูงใจให้คนมีความพยายามมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีความรู้สึกก้ำกึ่งว่าความสำเร็จเกิดจากทำงานหนัก หรือ เกิดจากโชคและเครือข่าย ด้านวัฒนธรรม พบว่าคนไทยค่อนข้างอนุรักษ์นิยมทางวัฒนธรรม คือ เกินครึ่งไม่ยอมรับการหย่าร้าง การมีเซ็กส์ก่อนแต่งงาน การรักคนเพศเดียวกัน และการทำแท้ง แต่ยอมรับได้มากขึ้นตามเวลาและรุ่นคน
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo07_102789911c.jpeg
TDRI
3. ด้านคอร์รัปชั่น โดยรวมเชื่อว่าประเทศไทยมีทุจริตค่อนข้างมาก โดย 45% เชื่อว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดทุจริต และไม่คิดว่าการไม่จ่ายค่ารถสาธารณะ การโกงภาษีและการรับสินบนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo08_b538106ad8.jpeg
TDRI
4. ด้านความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่างๆ โดยรวมแล้ว คนไทยเชื่อมั่นต่อสถาบันตุลาการมากที่สุด ตามด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และ ทหาร แต่มีความเชื่อมั่นต่อนักการเมืองและพรรคการเมืองน้อย แต่ความเชื่อมั่นต่อสถาบันตุลาการในช่วงหลังลดลงเล็กน้อย ในขณะที่ความเชื่อมั่นต่อทหารลดลงมากในการสำรวจรอบสุดท้าย ทั้งนี้ในการสำรวจรอบสุดท้ายมีสิ่งที่น่ากังวล คือ คนรุ่น Gen Z คิดว่าต้องเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยการปฏิวัติมากกว่ารุ่นอื่นๆ และเชื่อมั่นในการปฏิรูปน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่เห็นความสำเร็จจากการปฏิรูป และความไม่เชื่อในสถาบันต่างๆ
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo09_f740624618.jpeg
TDRI
5. ด้านความภูมิใจในความเป็นคนไทย คนทุกรุ่นรวมทั้งคนหนุ่มสาวมีความภูมิใจที่เป็นคนไทย  และทุกรุ่นคิดว่ามาตรฐานการครองชีพดีกว่ารุ่นพ่อแม่เมื่ออายุพอๆ กัน  นอกจากนี้คนไทยส่วนใหญ่มีความสุข และค่อนข้างพอใจในชีวิตในระดับใกล้เคียงกันทุกรุ่น แม้ช่วงหลังแต่ละรุ่นมีความพอใจลดลง
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo10_a4aeb22266.jpeg
TDRI
6. ด้านทัศนคติต่อการเลี้ยงลูก พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา โดยสัดส่วนคนที่คิดว่าควรให้เด็ก ‘อยู่ในโอวาท’ ลดลงตามเวลาและตามรุ่นคน ในขณะที่สัดส่วนคนที่คิดว่าควรให้เด็ก ‘เป็นตัวของตัวเอง’ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามเวลา และตามรุ่นคน เช่นเดียวกับความต้องการให้เด็ก ‘มีจินตนาการ’
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo11_2_1d367a0678.jpeg
TDRI
7. ด้านสิ่งแวดล้อม คนรุ่น Gen Z และรุ่นก่อนสงครามเห็นความสำคัญของการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมมากกว่ารุ่นอื่นๆ
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo12_8427c27d80.jpeg
TDRI
8. ด้านการทำงาน คนรุ่น Gen Y และคนรุ่น Gen Z เห็นความสำคัญของการทำงานสูงพอควรแม้จะหมายถึงการมีเวลาพักผ่อนน้อยลง โดยแม้จะไม่สูงเท่ารุ่นก่อนและกังวลต่อการตกงานมากขึ้น  คนรุ่นเก่าจึงไม่ควรเปรียบเทียบว่าคนรุ่นใหม่ ไม่ขยันเท่ารุ่นของตน เพราะทุกรุ่นให้ความสำคัญต่อการทำงานลดลง ซึ่งอาจเป็นผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจที่ทำให้คนทุกรุ่นมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และมีแรงกดดันให้ต้องทำงานลดลง
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo13_387c1e5ee9.jpeg
TDRI
9. ด้านศาสนา คนรุ่น Gen Y และรุ่น Gen Z คิดว่าศาสนามีความสำคัญ แต่น้อยกว่ารุ่นอื่นๆ โดยคน Gen Z คิดว่าศาสนามีความสำคัญ แต่น้อยกว่าคนรุ่น Gen Y เมื่ออายุใกล้เคียงกัน และทุกรุ่นเห็นความสำคัญลดลงตามเวลา 
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo14_b86eb72677.jpeg
TDRI

เปลี่ยนประเทศไทย คนรุ่นเก่าเปิดใจ คนรุ่นใหม่หันมาร่วมจับมือ 


ในตอนท้ายของการนำเสนอ ดร.สมเกียรติ ได้เสนอแนวทางการจัดการความขัดแย้งแห่งช่วงวัยว่า ต้องทำระบบการศึกษาให้ดี สร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และคนทุกรุ่น พร้อมปรับตัวรับกับสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

คนรุ่นก่อนต้องเปิดใจกว้างให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาททางการเมือง โดยประวัติศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นว่ามีหลายเหตุการณ์สำคัญทั้งในระดับโลกและประเทศไทย ที่มีคนรุ่นใหม่เป็นผู้นำสร้างความเปลี่ยนแปลง และสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้โลกมาแทบทุกยุคทุกสมัย เช่น ขบวนการสิทธิพลเมืองในอเมริกาในทศวรรษ 1960 ซึ่งสร้างความเสมอภาคของคนต่างชาติพันธุ์และสีผิว, การประท้วงสงครามเวียดนาม และขบวนการสันติภาพ ซึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของประเทศต่างๆมากมาย และเหตุการณ์อาหรับสปริง ที่ขับเคลื่อนด้วยคนรุ่นใหม่
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo15_7df2db8528.jpeg
TDRI
รวมถึงกรณีของไทย เช่น 14 ตุลาคม 2516 ที่แม้นิสิตนักศึกษาจะไม่ใช่พลังชี้ขาด แต่ได้ริเริ่มทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง สร้างจิตสำนึกให้คนจำนวนไม่น้อยทำงานเพื่อสังคมมาจนถึงปัจจุบัน
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo16_e8d0fcc7fa.jpeg
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 | AFP
เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 และขบวนการประชาธิปไตยในปัจจุบัน การเปิดใจรับคนรุ่นใหม่ ไม่ผูกขาดอำนาจทางการเมืองไว้ในมือคนรุ่นเก่า จะช่วยให้ประเทศไทยมีพลังของความหนุ่มสาวมากขึ้น 
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo17_c2d5ca4714.jpeg
เหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 | AFP
นอกจากนี้ ดร.สมเกียรติ ได้ฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยให้ตระหนักว่า รุ่นของตนเพียงรุ่นเดียวอาจไม่มีพลังเพียงพอสร้างความเปลี่ยนแปลง
TDRI_annual_public_conference_2022_thailand_old_country_SPACEBAR_Photo18_0f649a562c.jpeg
TDRI
หากดูสัดส่วนจำนวนคน Gen Z แม้จะมีร้อยละ 19 แต่ถ้านับจำนวนเสียงเลือกตั้งจะมีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้น คนรุ่นใหม่จึงต้องจับมือคนรุ่นก่อนที่มีจำนวนและทรัพยากรมากกว่าในการขับเคลื่อนประเทศ  โดยควรเลือกประเด็นที่แสวงหาจุดร่วมและสงวนจุดต่างมากขึ้น คำนึงถึงความรู้สึกและอัตลักษณ์ของคนยุคก่อนหน้า 

“เพราะคนทุกรุ่นต้องช่วยบริหารความขัดแย้งแห่งช่วงวัย ทำให้ประเทศไทยน่าอยู่ร่วมกัน” ดร.สมเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์