28 เม.ย. 66 ‘ธีรัจชัย พันธุมาศ’ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 18 พรรคก้าวไกล รณรงค์หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้ามืด และเปิดเผยกรณีศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดี ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรรับทราบในกรณีแหวนแม่นาฬิกาเพื่อน
ธีรัจชัย ในฐานะอดีตโฆษกกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ข้อบกพร่องในชั้นการสอบสวนของ ป.ป.ช. คือการไม่ได้ตรวจสอบเชิงลึก เช่น Serial Number ของนาฬิกาหรู ป.ป.ช. สามารถส่งเรื่องไปสอบถามต่างประเทศได้ แต่กลับไม่ทำ จนสังคมตั้งคำถามว่า ป.ป.ช. เชื่อง่ายและจงใจเชื่อเกินไปหรือไม่
ทั้งนี้ ตนเคยย้ำในสภาฯ แล้วว่าตามหลักกฎหมาย มีเงื่อนไขมากมายที่ทำให้สามารถรื้อฟื้นคดีดังกล่าวได้ เพียงแต่ปัจจุบันการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเต็มไปด้วยความล่าช้า มีลักษณะประวิงเวลา ยังไม่นับว่าประธาน ป.ป.ช. มีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร และกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน ก็มาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีกระบวนการแต่งตั้งโดย ส.ว. ที่มาจาก คสช. ทั้งหมดจึงทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.
ส่วนที่ล่าสุด กรรมการ ป.ป.ช. ประชุมและมีมติเสียงข้างมากว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวและเห็นควรให้ทำหนังสือถึงศาลปกครองสูงสุดทบทวนว่าข้อมูลส่วนใดบ้างที่สามารถเปิดเผยได้และไม่สามารถเปิดเผยได้ ธีรัจชัยกล่าวว่า ในขณะที่ศาลปกครองทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แต่ ป.ป.ช. ดูคล้ายพยายามประวิงเวลา ให้เรื่องนี้ผ่านพ้นช่วงเลือกตั้งไปก่อนหรือไม่
“ผมคิดว่า ป.ป.ช. ต้องเป็นแบบอย่างของความเที่ยงตรง ปราบปรามทุจริตและคอร์รัปชันให้องค์กรอื่นๆ ทำตาม แต่หาก ป.ป.ช. ไม่ทำ และมีอาการยึกยักแบบนี้ ต้องขอตั้งคำถามว่าความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. ยังมีอยู่หรือไม่ หากเป็นเช่นนี้ ต้องขอโอกาสให้พรรคก้าวไกลเข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อจัดการปฏิรูปองค์กรอิสระ ให้มีที่มาที่เป็นที่ยอมรับ ยึดโยงประชาชน ไม่ถูกบั่นทอนความน่าเชื่อถือเช่นที่เป็นอยู่” ธีรัจชัย กล่าว
ธีรัจชัย ในฐานะอดีตโฆษกกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ข้อบกพร่องในชั้นการสอบสวนของ ป.ป.ช. คือการไม่ได้ตรวจสอบเชิงลึก เช่น Serial Number ของนาฬิกาหรู ป.ป.ช. สามารถส่งเรื่องไปสอบถามต่างประเทศได้ แต่กลับไม่ทำ จนสังคมตั้งคำถามว่า ป.ป.ช. เชื่อง่ายและจงใจเชื่อเกินไปหรือไม่
ทั้งนี้ ตนเคยย้ำในสภาฯ แล้วว่าตามหลักกฎหมาย มีเงื่อนไขมากมายที่ทำให้สามารถรื้อฟื้นคดีดังกล่าวได้ เพียงแต่ปัจจุบันการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเต็มไปด้วยความล่าช้า มีลักษณะประวิงเวลา ยังไม่นับว่าประธาน ป.ป.ช. มีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร และกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน ก็มาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีกระบวนการแต่งตั้งโดย ส.ว. ที่มาจาก คสช. ทั้งหมดจึงทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.
ส่วนที่ล่าสุด กรรมการ ป.ป.ช. ประชุมและมีมติเสียงข้างมากว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวและเห็นควรให้ทำหนังสือถึงศาลปกครองสูงสุดทบทวนว่าข้อมูลส่วนใดบ้างที่สามารถเปิดเผยได้และไม่สามารถเปิดเผยได้ ธีรัจชัยกล่าวว่า ในขณะที่ศาลปกครองทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แต่ ป.ป.ช. ดูคล้ายพยายามประวิงเวลา ให้เรื่องนี้ผ่านพ้นช่วงเลือกตั้งไปก่อนหรือไม่
“ผมคิดว่า ป.ป.ช. ต้องเป็นแบบอย่างของความเที่ยงตรง ปราบปรามทุจริตและคอร์รัปชันให้องค์กรอื่นๆ ทำตาม แต่หาก ป.ป.ช. ไม่ทำ และมีอาการยึกยักแบบนี้ ต้องขอตั้งคำถามว่าความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. ยังมีอยู่หรือไม่ หากเป็นเช่นนี้ ต้องขอโอกาสให้พรรคก้าวไกลเข้าไปเป็นรัฐบาล เพื่อจัดการปฏิรูปองค์กรอิสระ ให้มีที่มาที่เป็นที่ยอมรับ ยึดโยงประชาชน ไม่ถูกบั่นทอนความน่าเชื่อถือเช่นที่เป็นอยู่” ธีรัจชัย กล่าว




