จับตา 12 จว.เหนือ-อีสานวันนี้ฝนยังหนักมาก อีก 20 จว.เฝ้าระวัง เตือนฝนระลอกใหม่ 23 ส.ค.นี้

21 ส.ค. 2569 - 10:15

  • กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 12 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน เตือน 12 จังหวัดเหนือ-อีสานฝนยังหนักถึงหนักมาก ขณะที่อีก 20 เฝ้าระวังฝนตกวันนี้

  • รายงานน่านฝนสะสม 24 ชม.สูงถึง 388 มม. ประชาชนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 12,900 ครัวเรือน

  • สทนช.เกาะติดสถานการณ์ฝนระลอกใหม่ 23 สิงหาคม พร้อมเฝ้าระวังมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่าน

จับตา 12 จว.เหนือ-อีสานวันนี้ฝนยังหนักมาก อีก 20 จว.เฝ้าระวัง เตือนฝนระลอกใหม่ 23 ส.ค.นี้

เกาะติดสถานการณ์น้ำ ล่าสุด สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 12 (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569) ระบุว่า

ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขัง ในระยะสั้นได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว

thai-heavy-rain-12-provinces-new-wave-23-08-2026-SPACEBAR-Photo02.png

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมากวันนี้

ภาคเหนือ: จังหวัดลำปาง กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักวันนี้

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา น่าน และแพร่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ และขอนแก่น

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สทนช.เกาะติดสถานการณ์ฝนระลอกใหม่ (23 สิงหาคม)

พร้อมเฝ้าระวังมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่าน

ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยลุ่มน้ำน่าน โดยมี ชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

“สำหรับสถานการณ์ฝนตกหนักที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดน่าน มีปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงสูงถึง 388 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 12,900 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และรายงานผู้สูญหายเพิ่มเติมอีก 1 ราย”

ด้าน เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่อำเภอท่าวังผาและอำเภอเมืองน่านเริ่มทรงตัวและทยอยลดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังมวลน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนที่จะไหลลงมาส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเวียงสา ที่ระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

แนวโน้มสภาพอากาศ ในช่วงวันที่ 20-22 สิงหาคมนี้ ปริมาณฝนในพื้นที่จังหวัดน่านจะลดลง แต่จะกลับมามีฝนตกหนักอีกครั้งในวันที่ 23 สิงหาคม โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่าน เช่น อำเภอปัว อำเภอสองแคว อำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง คาดการณ์ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมง อยู่ที่ประมาณ 50-70 มิลลิเมตร

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ระบุ

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันสภาพดินในพื้นที่มีความอิ่มน้ำ  แม้ปริมาณฝนตกใหม่จะไม่สูงมากนัก แต่ก็อาจกลายเป็นน้ำส่วนเกินที่ไหลหลากลงสู่ลำน้ำและทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตามที่รองนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์