พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะ เข้าพบ จาตุรนต์ ไชยะคำ กงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมแรงงานไทยในฮ่องกง ภายใต้โครงการ MOL Overseas Matching ที่มุ่งขยายตลาดแรงงานไทยไปต่างประเทศ
รมว.แรงงาน ระบุว่า เป้าหมายของการขยายตลาดแรงงานไทยในฮ่องกงและมาเก๊า ในปี 2568 คาดว่าสามารถเปิดตำแหน่งงานได้กว่า 18,000 อัตรา ครอบคลุมหลายภาคอุตสาหกรรม จากการหารือมีข้อเสนอจาก กงสุลใหญ่ฮ่องกง ในหลายด้าน ประกอบด้วย
- ด้านสิทธิแรงงาน ขอให้ช่วยผลักดัน ให้ยกเว้นหักค่าเช่าบ้านของพนักงานหลังทำงานครบ 7 ปี
- ด้านความต้องการแรงงานร้านอาหารไทย ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยกว่า 251 ร้าน และยังต้องการพ่อครัว-แม่ครัว พนักงานเสิร์ฟ และล้างจาน รวมกว่า 2,000 ตำแหน่ง
- ด้านเร่งรัดการนำเข้าพ่อครัวไทย กระบวนการขออนุมัติแรงงานใช้เวลานาน ถึง 10 เดือน ทำให้ร้านอาหารขาดแคลนบุคลากร ขอให้กระทรวงแรงงานช่วยผลักดันให้รัฐบาลฮ่องกงลดระยะเวลาดังกล่าว
- ด้านมาตรฐานฝีมือแรงงานไทย การเปิดทดสอบฝีมือแรงงาน และผู้ประกอบอาหารไทยในฮ่องกงทุกปี ช่วยเพิ่มโอกาสจ้างงานและค่าตอบแทนที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ รมว.แรงงาน ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ฟิตเนสที่เปิดสอนศิลปะมวยไทยให้กับชาวฮ่องกง ที่ตั้งอยู่บนถนน Fa Yuen Street เขต Mong Kok โดยมี สันติชัย คงแสนแก้ว เจ้าของฟิตเนสและทีมผู้ฝึกสอนให้การต้อนรับ
โดย รมว.แรงงาน ระบุว่า ฟิตเนสที่เปิดสอนมวยไทยในประเทศฮ่องกง เป็นโอกาสทองของครูมวยไทย เพราะมีรายได้สูง และมีสิทธิพำนักถาวร ดังนี้
- มีเงินเดือนเริ่มต้น 81,000 บาท/เดือน (หลังหักค่าใช้จ่ายสามารถส่งเงินกลับไทยได้เต็มที่)
- มีสวัสดิการมีที่พักและอาหารฟรี
- ทำงานเกิน 7 ปี มีสิทธิ์ยื่นขอพำนักถาวรในฮ่องกง
- ค่าสอนเฉลี่ย 1,000-1,500 เหรียญฮ่องกงต่อชั่วโมง
ย้ำว่า มวยไทยเป็นอาชีพที่มีศักยภาพสูงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในฮ่องกงที่ต้องการครูมวยไทยจำนวนมาก การได้รับใบรับรองอาชีพจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยทำงานได้อย่างมั่นคง ถูกต้อง และได้รับการคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเหมาะสม




