‘ทวี’ เผยคุมเข้ม ‘แป้ง นาโหนด’! เตรียมรับตัวจากอินโดฯ ฝากขังนัดแรก

2 มิ.ย. 2567 - 17:05

  • ‘ทวี’ เผย ‘แป้ง นาโหนด’ ยอมรับ “จนมุมแล้ว”

  • เตรียมรับตัวจากอินโดนีเซีย ไปที่ จ.นครศรีธรรมราช 4 มิ.ย. เพื่อฝากขังนัดแรก

  • ก่อนที่ ‘กรมราชทัณฑ์’ นำตัวไปคุมขัง ‘เรือนจำความมั่นคง’

Thawee_reveals_tight_control_over_Pang_Nanode_preparing_to_take_him_to_jail_for_the_first_time_on_June_4th_SPACEBAR_Hero_675249bc7a.jpg

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยุติธรรม) ให้สัมภาษณ์ที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย (2 มิถุนายน 2567) เปิดเผยถึงขั้นตอนการส่งตัว เชาวลิต ทองด้วง หรือ ‘แป้ง นาโหนด’ ผู้ต้องหาคดีหลบหนีเรือนจำนครศรีธรรมราช และถูกจับกุมตัวได้ที่ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คดีนี้ นายกรัฐมนตรี ให้ทางกองทัพอากาศอำนวยความสะดวกในการส่งตัว เพราะถ้าไปเครื่องบินพาณิชย์ จะมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เพราะชื่อเสียงของนายเชาวลิต จะเป็นที่น่ากังวลของผู้โดยสารได้ การใช้เครื่องบินกองทัพอากาศทำให้ประสิทธิภาพสมบูรณ์มากกว่า และเนื่องจากไทยมีกฎหมายพระราชบัญญัติป้องกันการทรมานและบังคับบุคลสูญหาย จะต้องมีการตั้งกล้องวีดีโอ ถ้าอยู่บนเครื่องบินพาณิชย์ อาจจะไม่สะดวก

“เมื่อกฎหมายใช้บังคับแล้วผมเป็นประธานคณะกรรมการอุ้มหายฯ ต้องทำให้ถูกระเบียบ จึงต้องทำให้เกิดความสะดวก ในเรื่องความยุติธรรม ผมไม่ได้มองที่ความสิ้นเปลือง ความยุติธรรมไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ถ้าสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ ไม่มีอะไรที่จะสิ้นเปลือง”

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ในการส่งตัว เชาวลิต จากกรุงจาการ์ต้า ไปยัง จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาแล้วเห็นว่า ในทางปฏิบัติจะต้องมีการฝากขังในคดีที่ เชาวลิต หลบหนีจากเรือนจำนครศรีธรรมราช จากการประสานทางศาลทราบว่าในอดีตฝากขังออนไลน์ได้ แต่ จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีการฝากขังทางออนไลน์ จึงต้องเอาตัวนายเชาวลิตไปที่ จ.นครศรีธรรมราช และหลังจากนั้นจะฝากขังทางวีดีโอคอลได้ 

“การเดินทางจากอินโดนีเซีย จึงต้องนำตัวไปที่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อความสะดวก จะไม่ไปในกรุงเทพมหานครแล้ว พอถึงนครศรีธรรมราช ฝากขังครั้งแรก เสร็จแล้ว ก็สามารถนำตัวมากรุงเทพฯ ได้  แต่ครั้งแรกต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าศาล โดยจะอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช 1 วัน หลังจากนั้นจะไปฝากขังต่อศาล และในวันที่ 6 มิ.ย.67 อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กำลังพิจารณาว่าจะนำไปฝากขังที่ใด ซึ่งต้องเป็นเรือนจำความมั่นคง เพราะอดีตเป็นบทเรียน เพราะเหตุการณ์ความผิดพลาดประชาชนขาดความเชื่อมั่น ถ้าเกิดเหตุอีกประชาชนจะตำหนิ เพราะการจับตัวนายเชาวลิต มีความยากลำบากมาก ทำให้เราต้องระมัดระวัง”

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า พนักงานสอบสวน จ.นครศรีธรรมราช จะสอบสวนคดีหลักคือคดีหลบหนีเรือนจำและคดีที่ข่มขู่ฯ โดยพนักงานสอบสวนที่ จ.พัทลุง จะมารอสอบปากคำและอายัดตัว และยื่นคำร้องฝากขังที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่เพื่อความปลอดภัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ จะพิจารณาว่าไปคุมขังที่ไหน เช่นที่กรุงเทพมหานคร หรือเรือนจำความมั่นคงสูง แต่ต้องมีการคำนึงถึง 2 ด้าน เพราะครอบครัวนายชวลิตห่วงความปลอดภัยด้วย แต่ยืนยันว่า กรณี เชาวลิต จะไม่นำตัวเข้าเรือนจำนครศรีธรรมราช แต่จะอยู่ในการดูแลของตำรวจ 

พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่าตำรวจสามารถดูแลได้ ไม่ได้นำเข้าเรือนจำ เพราะไม่มีใครมีอิทธิพลมากไปกว่าตำรวจ โดยนายเชาวลิตจะอยู่ในการควบคุมของตำรวจ 1 คืน โดยแผนในการดูแลความสงบเรียบร้อย ทางรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์ต้องดูแลมาตรการความปลอดภัย

“คดีนี้เราได้เสียงบประมาณเกี่ยวข้องกับการตามจับไปมากแล้ว สิ่งต่างๆ เราต้องหาผู้รับผิดชอบในความบกพร่องที่เกิดขึ้น ต้องตรวจสอบว่าทำไมมีเหตุการณ์ที่มีผู้ทรงอิทธิพลได้ อาจจะมีคดีเพิ่ม”

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า ในวันส่งตัว เชาวลิต จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยและอินโดนีเซีย เชื่อว่าการเดินทางไปจะไม่มีเหตุการณ์ซับซ้อน ถ้ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น จะสามารถป้องกันได้ 

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยด้วยว่า ได้รับการยืนยันว่าสุขภาพของเชาวลิต ไม่มีปัญหา และได้รับการยืนยันจากชุดจับกุมว่า แข็งแรงดี สามารถเดินทางได้ ยืนยันตัวตนว่าเป็น เชาวลิตจริง และเจ้าตัวยอมรับด้วยตัวเองว่า “จนมุมแล้ว”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์