รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ‘โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง’ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ ‘อุปกิต ปาจรียางกูร’ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน มีส่วนร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หลังเมื่อวานนี้ (27 มี.ค. 66) ‘อุปกิต’ ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และได้ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าว
‘โกศลวัฒน์’ อธิบายว่าการที่ ‘ผู้ถูกกล่าวหา’ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา โดยที่ยังไม่มีหมายจับหรือหมายเรียก ถือว่า ‘ผู้ถูกกล่าวหา’ มีเจตนาที่จะเข้ามาแสดงความบริสุทธิใจ ไม่จำเป็นต้องควบคุมตัว ยืนยันว่าจะเร่งทำสำนวนนี้ให้เร็วที่สุด โดยนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 17 เม.ย. นี้ และหากพบว่ามี ‘ส.ว.อุปกิต’ มีความผิดจริง จะได้รับโทษเพิ่มเป็น 2 เท่า เนื่องจากมีตำแหน่งเป็น ‘ส.ว.’
ส่วนประเด็นที่ พนักงานสอบสวน ขออำนาจศาลฯ ให้อนุมัติออกหมายจับ ‘สว.อุปกิต’ ในคดีดังกล่าวแล้ว แต่ศาลฯ มีออกเป็นหมายเรียกแทน รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด บอกว่าไม่สามารถให้ความเห็นในเรื่องนี้ได้ แต่ในส่วนนี้ คณะทำงานระหว่างพนักงานอัยการและตำรวจ บช.ปส.3 ได้ร่วมกันสอบสวน ซึ่งทางพนักงานอัยการเห็นควรให้ตำรวจ ไปสอบเพิ่มใน 4 ประเด็น ซึ่งขณะนี้ได้สอบสวนครบถ้วนทั้งหมดแล้ว
‘โกศลวัฒน์’ อธิบายว่าการที่ ‘ผู้ถูกกล่าวหา’ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา โดยที่ยังไม่มีหมายจับหรือหมายเรียก ถือว่า ‘ผู้ถูกกล่าวหา’ มีเจตนาที่จะเข้ามาแสดงความบริสุทธิใจ ไม่จำเป็นต้องควบคุมตัว ยืนยันว่าจะเร่งทำสำนวนนี้ให้เร็วที่สุด โดยนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 17 เม.ย. นี้ และหากพบว่ามี ‘ส.ว.อุปกิต’ มีความผิดจริง จะได้รับโทษเพิ่มเป็น 2 เท่า เนื่องจากมีตำแหน่งเป็น ‘ส.ว.’
ส่วนประเด็นที่ พนักงานสอบสวน ขออำนาจศาลฯ ให้อนุมัติออกหมายจับ ‘สว.อุปกิต’ ในคดีดังกล่าวแล้ว แต่ศาลฯ มีออกเป็นหมายเรียกแทน รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด บอกว่าไม่สามารถให้ความเห็นในเรื่องนี้ได้ แต่ในส่วนนี้ คณะทำงานระหว่างพนักงานอัยการและตำรวจ บช.ปส.3 ได้ร่วมกันสอบสวน ซึ่งทางพนักงานอัยการเห็นควรให้ตำรวจ ไปสอบเพิ่มใน 4 ประเด็น ซึ่งขณะนี้ได้สอบสวนครบถ้วนทั้งหมดแล้ว




