คืบหน้าคดีเรือน้ำมันเถื่อน! เตรียมออกหมายจับ ‘เสี่ยโจ้’ 1 ใน 4 ผู้สั่งการ

1 ก.ค. 2567 - 18:14

  • ‘บิ๊กเต่า’ เผยมติที่ประชุมจ่อฟัน 157 สองตำรวจชั้นประทวน ไม่เฝ้าเวรยามทำเรือน้ำมันเถื่อนของกลางหาย

  • ยัน ‘เสี่ยโจ้’ เป็น 1 ใน 4 ผู้สั่งการ เตรียมออกหมายจับภายในสัปดาห์นี้ เร่งตามตัวดำเนินคดี

arrest_warrant_for_Sia_Jo_SPACEBAR_Hero_e86beeb5bc.png

ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว (บิ๊กเต่า)รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมพนักงานสอบสวนคดีเรือน้ำมันเถื่อนประชุมคืบหน้าหลังพบ ‘เสี่ยโจ้’ โผล่ปอตเปต

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ ว่า มติที่ประชุมได้ข้อสรุปแล้ว จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ 3 นาย ประกอบด้วย ตำรวจระดับสารวัตร 1 ราย และ ชั้นประทวน 2 ราย รวมถึงเตรียมประสานให้ บก.รน. ส่งตัวแทนเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อแจ้งเอาผิดตามมาตรา 157 กับตำรวจชั้นประทวน ทั้ง 2 นายนี้เพิ่มเติม ส่วนสารวัตรที่มีส่วนเอี่ยวในก่อนหน้านี้ตนได้ตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่เข้าข่าย เนื่องจากมีหน้าที่ในการสั่งตำรวจทั้ง 2 นายเฝ้าเรือ 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ในส่วนตำรวจทั้ง 2 นายที่เข้าข่ายมาตรา 157 เพราะว่าบกพร่องในหน้าที่ ไม่เข้าเวรยาม หลังจากการดำเนินคดีแล้วทางเจ้าหน้าที่จะฟ้องละเมิด

“ในวันนี้เรามีการสรุปคือ ได้นำโทรศัพท์ทั้งหมด 9 เครื่อง มาดูข้อมูลในโทรศัพท์ทั้งหมด เหลืออยู่ 1 เครื่องที่ไม่สามารถดูได้เนื่องจากว่าไฟล์มันใหญ่เกินไป โดยโทรศัพท์ทั้ง 9 เครื่องนี้มีของทางผู้กำกับและสารวัตร รวมไปถึงของเวรยามที่เฝ้าเรือทั้งก่อนเข้าเวรและหลังเข้าเวร หากสามารถดูไฟล์ในโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวได้แล้ว และพบความเชื่อมโยงในคดีก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย มาตรา 157”

ผู้สื่อข่าวถามว่าการตรวจโทรศัพท์ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตรวจเรื่องของหลักฐาน แต่เป็นตรวจเรื่องของการดูบัญชีเงินเข้าออกด้วยหรือไม่ พล.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตำรวจต้องตรวจสอบทุกมิติอยู่แล้ว ว่ามีความเกี่ยวข้องกับทางคดีอย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนี้กำลังตรวจว่าสิ่งที่เรือหายไปเกี่ยวโยงกับเรื่องของการมีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดหรือไม่ หรือมีความช่วยเหลืออย่างไรหรือไม่ โดยต้องมองว่าในมาตรา 157 ต้องมีเจตนาพิเศษ ซึ่งการที่เราดำเนินการตามข้อมูลที่มีถือว่าเป็นการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากกระทำความผิดก็ต้องดำเนินการในมาตรา 157 พร้อมกับวินัยร้ายแรงด้วย 

เมื่อถามว่าทางตำรวจมีความเห็นใจกับทางเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า มีความเห็นใจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดอายุยังน้อย แต่อย่างไรก็ตามเราถือกฎหมายเหมือนกัน หากกระทำความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ (1 ก.ค.) ได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปราม ว่าการรายงานการสืบสวนความเชื่อมโยงของคดีทั้งหมดมีอยู่ 2 ส่วน ในส่วนของการรายงานที่จะสอดคล้องในการจับผู้ต้องหาคดีเรือน้ำมันเถื่อนว่า มีใครเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ และสอดคล้องเกี่ยวกับคดีเรือน้ำมันเถื่อนหายหรือไม่ 

อีกทั้งรายงานการสืบสวนทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้ จะส่งไปให้ทางอัยการ และ ปอศ. เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ และในส่วนของเรือหาย ทางกองปราบจะขออนุมัติออกหมายจับในอาทิตย์นี้เช่นเดียวกัน ซึ่งผู้ต้องหาคดีน้ำมันเถื่อน และผู้ต้องหาเรือน้ำมันเถื่อนหายเป็นผู้ต้องหากลุ่มเดียวกัน ซึ่งจะครบทั้งหมดหรือไม่ยังไม่รู้ แต่เท่าที่รู้ประมาณ 4-5  คน พร้อมยืนยันว่า ‘เสี่ยโจ้’ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสั่งการทั้งหมด 

ส่วนประเด็นที่มีแชทหลุดของผู้กำกับ น. นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ผู้กำกับ น. ให้การว่าเป็นแชทของตัวเองจริง แต่ในเรื่องของการรับผลประโยชน์ผู้กำกับ น.ให้การปฏิเสธ และยืนยันว่ามีการพูดคุยกับกลุ่มผู้ต้องหาจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปที่ ‘หนุ่มเพชรบุรี’ แต่ยังไม่มีการตอบรับ จึงเตรียมไปสอบปากคำที่เพชรบุรี และหากสอบแล้วมีการยืนยันว่าได้รับผลประโยชกันจริง ทางผู้กำกับ น.ก็ไม่รอด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์