เส้นทางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟเชียงใหม่ถึงสถานีรถไฟลำพูน ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย จากจุดเด่นที่ค่าโดยสารเพียง 5 บาท ซึ่งจุดเริ่มต้นของกระแสนี้มาจากการที่อินฟลูเอนเซอร์จีนมาถ่ายคลิปท่องเที่ยวและนำไปลงในสื่อสังคมออนไลน์ของจีนเกี่ยวกับการได้สัมผัสประสบการณ์การนั่งรถไฟระยะสั้น ชมวิถีชีวิตสองข้างทาง และสถานีรถไฟลำพูน จนเกิดกระแสตามรอยท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
กระแสดังกล่าวไม่เพียงสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ แต่ยังส่งผลดีต่อร้านค้า ร้านอาหาร และผู้ประกอบการบริเวณใกล้สถานีรถไฟทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบเรียบง่าย ประหยัด เข้าถึงวิถีท้องถิ่น และสามารถนำเสนอเรื่องราวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้

จากการลงพื้นที่และทดลองนั่งรถไฟระยะสั้นจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ไปยังสถานีรถไฟลำพูน พบว่ามีตั๋วที่มีราคา 5 บาทอยู่จริง และมีนักท่องเที่ยวชาวจีนมารอซื้อตั๋วกันอย่างคึกคัก รวมถึงมีบริษัททัวร์ที่ได้บรรจุเข้าไปในแพ็กเกจการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีชาวไทยหลากหลายช่วงวัยที่มาทดลองนั่งรถไฟที่อยู่ในกระแสเพื่อถ่ายรูปและท่องเที่ยวอีกด้วย
ในช่วงนี้ รอบรถไฟท้องถิ่นราคา 5 บาทถือว่าคึกคักเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปต่างมาใช้บริการแน่นทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่คึกคักมาก ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวหรือไปออกกำลังกายเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ส่วนในช่วงสายจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นรวมถึงนักท่องเที่ยวคนไทยที่อยากทดลองนั่ง


สำหรับรถไฟสายเชียงใหม่-ลำพูน เป็นรถไฟสายสั้น จำนวน 3 ตู้ ซึ่งเป็นสายท้องถิ่นอยู่แล้ว จึงมีประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางอยู่เป็นประจำ ซึ่งประชาชนที่ขึ้นมายังรถไฟขบวนนี้ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จำนวนผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่พอจะมีที่นั่งอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ผู้โดยสารหลายคนต้องใช้วิธีการยืน ในขณะที่รถไฟกำลังเดินทางนักท่องเที่ยวก็ได้มีการถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ที่ตนเองได้นั่งหรือยืนอยู่บนขบวนรถไฟ ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความสนุกสนานและรอยยิ้ม เมื่อถึงสถานีลำพูนก็ได้ลงไปถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก บางส่วนก็ซื้อตั๋วกลับเชียงใหม่รอบถัดไปในช่วงสาย บางคนก็ซื้อตั๋วกลับช่วงบ่ายที่มีเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง เพื่อไปเที่ยวในตัวเมืองลำพูนเช่น วัดพระธาตุหริภุญชัย และบริเวณโดยรอบที่ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า คาเฟ่ให้เลือกใช้บริการอย่างหลากหลาย

นักท่องเที่ยวชาวเชียงใหม่ เล่าว่า เห็นกระแสการท่องเที่ยวนั่งรถไฟ 5 บาทจากเชียงใหม่ไปลำพูนจากสื่อสังคมออนไลน์และในกลุ่มเพื่อนก็มีการพูดคุยกันจึงอาศัยช่วงวันหยุดมาทดลองนั่งรถไฟกับกลุ่มเพื่อน เพราะบางคนก็ไม่เคยนั่งรถไฟมาก่อนและยังไม่มีเส้นทางที่ต้องการจะไป ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่จะได้มาเปิดประสบการณ์และใช้เวลากับเพื่อน ซึ่งเป็นระยะทางที่ใช้เวลาไม่มากและไม่เหนื่อยจนเกินไป แถมยังได้มาดูเมืองลำพูนที่ไม่ได้เดินทางมาเยือนเป็นเวลาหลายปี

ขณะที่ชาวลำพูนที่ประกอบอาชีพรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถให้ข้อมูลว่า หากเปรียบเทียบในช่วงก่อนที่จะมีกระแสการนั่งรถไฟ 5 บาท การท่องเที่ยวในตัวเมืองลำพูนถือว่าไม่ได้คึกคักเท่าที่ควร แต่หลังจากที่มีกระแสดังกล่าวดังขึ้นมาทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นก็มีนักท่องเที่ยวชาวไทยตามมา ทำให้เห็นถึงความคึกคักที่เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน
“เมื่อก่อนนี้ที่สถานีรถไฟลำพูนแทบจะไม่ได้เข้าไปรับผู้โดยสารแต่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ที่สร้างรายได้มีผู้โดยสารรับส่งตลอดทั้งวัน ในอาชีพเดียวกันหลายคนเลือกที่จะเดินทางไปหางานในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ตอนนี้หลังจากที่การท่องเที่ยวกลับมามีสีสันมีผู้มาเยือนมากขึ้น ทำให้คนลำพูนที่ประกอบอาชีพรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันไม่ต้องเดินทางไปไกลประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ไปพร้อมกัน”
“ในส่วนของการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกของจังหวัดลำพูน ก็คิดว่ายังคงต้องปรับปรุงอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะรองรับการท่องเที่ยวที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต อีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นการแสดงความพร้อมว่าจังหวัดลำพูนที่เคยเป็นเมืองรองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวและร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงและมีศักยภาพไม่แพ้กับจังหวัดขนาดใหญ่”

ด้าน ผศ.ดร.วันชาติ นภาศรี ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดลำพูน มองว่า จากกระแสดังกล่าวภาคการท่องเที่ยวและภาคเศรษฐกิจจะสามารถต่อยอดให้กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสองเมืองได้
“รวมถึงการนำเสนอสิ่งธรรมดาในวิถีชีวิตท้องถิ่นให้กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในอนาคต เป็นเรื่องที่ดีที่น่าจะนำมาต่อยอด เพราะจังหวัดรองอย่างจังหวัดลำพูนก็จะได้รับอานิสงส์จากกระแสการท่องเที่ยวดังกล่าว”
ผศ.ดร.วันชาติ กล่าวว่า หลังจากนี้จังหวัดลำพูนจะต้องมีการเก็บข้อมูล และมาดูว่าจะเกิดประโยชน์กับการท่องเที่ยวมากน้อยขนาดไหน ซึ่งจะนำมาสู่การวางกลยุทธ์เพื่อที่จะนำไปพัฒนาแผนของจังหวัดในส่วนของการท่องเที่ยวและการสร้างความยั่งยืนให้กับประชาชน รวมถึงการพัฒนาขนส่งสาธารณะหรือช่องทางการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวเพราะจะต้องมีการเชื่อมโยงสถานที่เข้าด้วยกัน เช่น จากสถานีรถไฟลำพูนไปยังแหล่งท่องเที่ยวหรือร้านค้าที่ผู้มาเยือนต้องการจะไป สามารถนำเอาผู้ประกอบการด้านการขนส่งท้องถิ่นที่เป็นชาวบ้านแบบดั้งเดิมมารองรับจุดนี้สร้างเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาได้หรือไม่อย่างไร
“ในช่วงที่เป็นกระแสอยู่นี้จังหวัดลำพูนต้องเก็บเกี่ยวให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ต้องเป็นการสร้างภาพจำและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและคนไทย เพราะหากชาวต่างชาติสามารถนำเอาไปเผยแพร่ในโลกสังคมออนไลน์ของประเทศเค้าได้มันก็จะเป็นกระแสต่อเนื่องและอาจจะเป็นกระแสใหม่ที่ดีขึ้นมากกว่าเดิม ในอนาคตอาจจะไม่ใช่แค่สิ้นสุดเพียงแค่สถานีรถไฟลำพูนอาจจะมีการนั่งต่อไปอีกขยายเวลาและเส้นทางการท่องเที่ยวกระจายรายได้สู่จังหวัดและชุมชนมากขึ้น”


ผศ.ดร.วันชาติ กล่าวด้วยว่า ภาครัฐและภาคเอกชนของจังหวัดลำพูนต้องมีการนำเรื่องนี้มาพูดคุยเพื่อหาการส่งเสริมที่ดีที่สุด เพราะจะเป็นโอกาสที่จะสามารถเตรียมตัวสำหรับเมืองให้สอดรับกับกระแสการท่องเที่ยวในยุคใหม่ งบประมาณบางอย่างก็สามารถใช้ได้เลยเพราะไม่ได้ลงทุนมาก ถ้าตัดสินใจทำก็น่าจะคุ้มค่า เพราะตอนนี้ “การท่องเที่ยวต้องเอาตลาดนำ”
“โอกาสมาถึงแล้ว ดังนั้นต้องคว้าเอาไว้ ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่มคุณภาพและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดให้คนไทยเที่ยวไทย ถึงเวลาที่จะปรับการท่องเที่ยวให้ใหม่โดยนำเอาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของแต่ละที่มานำเสนอให้ถูกใจนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน”






