กรณี เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำกำลังบุกค้นห้องพักของบอสพอล ย่านรามอินทรา 9 เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ เช่น นาฬิกาหรู ทองคำ เสื้อผ้าแบรนด์เนม แต่ต่อมาพบว่า นาฬิกาและของกลางหลายชิ้นเป็นของปลอม
ล่าสุดวันนี้ (23 ต.ค.) ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการบุกค้นนาฬิกาหรูของบอสพอล โดยแสดงความมั่นใจว่าการที่ดีเอสไอค้นเจอนาฬิกาหรู ของบอสพอลในห้องเช่าว่าเป็นการจัดฉากแบบ 100 % พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดผู้ที่แจ้งเบาะแสจึงเลือกแจ้งดีเอสไอ เป็นเพราะต้องการให้ดีเอสไอเป็นคนทำคดีหรือไม่ และตั้งคำถามว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเช็กหรือไม่ว่านาฬิกาเป็นของปลอม เพราะกังวลว่าจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ปัญหาตอนการประมูลของกลาง
ข้อสงสัยทั้งหมด ไผ่ ลิกค์ บอกว่า ได้คุยกับ บุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร แล้ว ตอนนี้ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภคดูเรื่องนี้อยู่ โดยวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค. จะเรียกดีเอสไอมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ประสานงานกับทีมงานนายกรัฐมนตรีแล้ว เพราะรู้สึกถึงความไม่สบายใจของภาคประชาชน เนื่องจากเหมือนหน่วยงานแย่งกันทำคดีหรือไม่ ทั้งที่ตำรวจสอบสวนกลางทำคดีนี้ค่อนข้างละเอียด และจำนวนผู้เสียหายที่เยอะกว่า 7,000 คน ดีเอสไอทำไหวหรือ กลัวว่ารับไปทำแล้วจะช้ากว่าเดิม
ไผ่ ลิกค์ ระบุว่า ล่าสุดได้ประสานไปยัง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้ว ซึ่งเขาทำงานคืบหน้าค่อนข้างเร็ว ประชาชนเห็นความชัดเจนมากขึ้น และต้องข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหา บอสพอล ทำได้ขนาดนี้ เขาคิดอะไรมา แล้วเขาจะโยกเพื่ออะไร
ส่วนจุดประสงค์ของบอสพอล ต้องการให้ดีเอสไอทำคดีใช่หรือไม่ ไผ่ ลิกค์ ตอบว่า ไม่รู้ แต่ยอมรับสงสัยว่าทำไมเขาต้องจัดฉากแบบนี้ และต้องแจ้งไปทางนั้น แล้วถ้าย้อนกลับไปคลิปที่ออกมามันมีบางส่วนที่บอกว่ามีคนอยู่ในนั้นด้วย
ย้ำว่า จะใช้อำนาจของ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ทำเรื่องนี้ให้กระจ่างว่าดีเอสไอมีส่วนเกี่ยวข้องกับบอสพอล หรือไม่ ซึ่งดีเอสไอต้องมาตรวจสอบเรื่องนี้ ส่วนการจัดฉากแบบนี้มองว่าบอสพอลไม่ใช่คนธรรมดาหรือไม่ ไผ่ ลิกค์ ตอบกลับทันทีว่า
“มันเป็นการจัดฉากที่จะอยู่แล้ว วันนี้มันต้องจัดฉากอยู่แล้ว ไปเช่าบ้านหลังหนึ่ง แล้วคุณเอารถพอร์ชไปเช่า ให้บอสพอลมาเอง โอ้โฮ มันการ์ตูนนะ แล้วคนที่คิดขนาดนี้ได้มันยิ่งหนักกว่าเดิม จะฟ้องผมบอกว่าผมบอกว่าจัดฉากก็ได้ แต่ผมว่าจัดฉาก ไปฟ้องเลย และเรื่องพระทองคำ ให้ไปตรวจเช็กให้ดี วันนี้ต้องติดตาม เป็นเราเราเอ๊ะไหมล่ะ”
ไผ่ ลิกค์ ยังมองว่า การที่คุณไปแจ้งความกับตำรวจว่ายึดโทรศัพท์ แสดงว่าคุณต้องมีปัญหาแล้ว คุณต้องการจะเบี่ยงประเด็นหรือไม่
พร้อมพูดถึง บอสพอล ว่า แผนการเขาเยอะ และเมื่อดูในคลิปแต่ละคลิปที่ออกมาต้องถามว่าคนธรรมดาที่ไหนใส่หูฟังอัด 7 ชั่วโมง จึงมองว่ามันเตรียมการมาแล้ว
ส่วน คลิปเสียงของนักการเมือง ส. เจ้าของเสียงจะไปแจ้งความเอาผิดคนดักฟังวันนี้ ไผ่ ลิกค์ ตอบว่า รอดูอยู่ แต่เรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรื่องผู้เสียหาย และส่วนที่ 2 คือเรื่องการรับส่วย ยืนยันจะตามทั้งคู่ เพราะเกี่ยวพันกัน
เมื่อถามว่าเรื่องส่วยมีความคืบหน้าหรือไม่ เพราะเริ่มมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ไผ่ ลิกค์ ระบุว่า ได้พูดคุยกับตำรวจแล้วว่าถึงไหนเอาให้ถึงนั้น พร้อมมองว่า คนที่ออกมาเปิดเรื่องราวตอนนี้ก็หิวแสงเยอะ เวลาพูดก็เวอร์ และจำเป็นต้องให้ความเป็นธรรมกับนักการเมือง ไม่เช่นนั้นสถาบันการเมืองจะเสียหาย
ส่วน พรรคพลังประชารัฐ นัดคุยเรื่องนักการเมือง ส. วันที่ 29 ต.ค. ช้าเกินไปหรือไม่ ไผ่ ลิกค์ ขอไม่พูดถึง



