ถกปม ‘ดิไอคอน’ เช้านี้ ชี้ ร้อยล้านยังน้อยไป!

16 ต.ค. 2567 - 10:48

  • ร้อยล้านยังน้อยไป! กมธ.ปปง.ถกปัญหา ‘ดิไอคอน’ เช้านี้ ‘เลิศศักดิ์’ มองร้อยล้านที่อายัดยังน้อยไป เทียบกับความเสียหาย

  • เชื่อเส้นเงินเท่านั้น เป็นหลักฐานบอกทุกอย่างได้ เตรียมร่อนจดหมายเชิญ ‘ผู้บริหาร-หน่วยงาน’ เข้าแจงสัปดาห์หน้า

the_icon_parliament_16oct2024_SPACEBAR_Hero_9046620489.jpg

เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (ปปง.) กล่าวถึงการนำเรื่องธุรกิจดิไอคอนเข้าหารือในประชุมว่า เบื้องต้นเป็นการหารือ เพื่อพิจารณาว่าจะเป็นการเอาผิดผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้อย่างไร เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากและเป็นที่สนใจของสังคมเพราะฉะนั้นกรรมาธิการจะดูในเบื้องต้นก่อน โดยอาจจะเชิญนักกฎหมายมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับแง่มุมข้อกฎหมายและจะสรุปออกมาว่าการประชุมครั้งหน้าจะเดินเรื่องดิไอคอนต่อและจะเชิญหน่วยงานไหนมาชี้แจงต่อกรรมาธิการบ้าง

ส่วนกรณีที่ ‘บอสพอล’ บอกว่า ไม่รู้เรื่องอาจจะเป็นการทำงานของแม่ข่ายและมีสินค้าจริง จึงอาจจะไม่เข้าข่ายการฟอกเงินนั้น เลิศศักดิ์ กล่าวว่า การขายสินค้าประเภทขายตรง ถ้าไปดูที่ผ่านมาก็จะมีการจ่ายเงินและส่งสินค้า แต่รูปแบบของ The Icon เป็นไปในทางอ้อม มีสมัครเป็นสมาชิกซื้อสินค้าแล้วฝากสินค้าไว้ก็ต้องไปดูว่า หลักการขายสินค้าและแหล่งกำเนิดภาษี รายได้ที่จะต้องมาจากการส่งมอบสินค้า หรือเป็นรายได้ที่มาจากการสมัครเป็นสมาชิก ที่ไม่ใช่รายได้จากการขายสินค้า ดังนั้นจึงจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางบัญชี และทางสรรพากรที่สามารถตรวจสอบได้ไม่ใช่บอกว่า ตัวเองมีสินค้าแล้วเป็นการขายของมันง่ายเกินไป

ส่วนความน่าเชื่อถือในเรื่องของการซื้อสินค้าแล้วให้สต๊อกสินค้าไว้ก่อนนั้น มองว่า กรณีนี้มีความน่าเชื่อถือน้อย ผู้เสียหายก็ชี้แจงได้ชัดเจนอยู่แล้วว่า บางครั้งเบิกสินค้าไปแล้วขายไม่ได้ แต่การประชาสัมพันธ์หรือการสื่อสารทางการตลาดกลับบอกว่ายอดขายสูง ซึ่งยอดขายเกิดจากการที่เอาเงินจากการเป็นสมาชิกมาเป็นรายได้ไม่ใช่การขายสินค้าโดยตรง จึงทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและหลงเชื่อมาเป็นสมัครสมาชิกเพิ่ม ซึ่งในส่วนนี้ก็มีช่องทางกฎหมาย ที่มีความผิดปกติและสามารถเอาผิดได้ 

เลิศศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางตำรวจสอบสวนกลางได้รับแจ้งความไปเยอะแล้ว เมื่อรับแจ้งความแล้ว ตำรวจสอบสวนกลางก็ต้องรายงานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่ง ปปง.ก็รับเรื่องไปแล้ว และสามารถเช็กเส้นเงินทั้งหมดของผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้บริหารหรือ อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งนี่จะเห็นชัดเจน ไม่สามารถเลี่ยงได้ และกรรมาธิการ ปปง.ก็มีอำนาจที่จะขอตรวจสอบดูว่า ทางปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินไปถึงไหนแล้ว และมีอะไรผิดปกติหรือไม่

ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าแน่นอนว่า จะต้องเชิญเลขาธิการ ปปง.มาชี้แจงในเรื่องนี้ ซึ่งจากข่าวที่ออกมาบอกว่าปปง.อายัดไว้ 100 กว่าล้าน ซึ่งเป็นการอายัดตามความเสียหาย แต่ส่วนตัวมองว่า 100 กว่าล้านดูน้อยเกินกว่าความเป็นจริง เพราะขณะนี้เฉพาะผู้เสียหายที่ไปร้องหรือแจ้งข้อกล่าวหาไว้มีจำนวนมากมากกว่า 100 กว่าล้านที่ปปง. อายัดไว้แน่นอน

สำหรับกรณีที่อาจจะมีบิ๊กบอสที่ไม่ใช่ ‘บอสพอล’ เพียงคนเดียวนั้น ก็มองว่า เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องฟังและติดตามดูจากพยานหลักฐานต่างๆ

เลิศศักดิ์ ยังกล่าวถึงเรื่องการล็อบบี้กันในสภาฯ ที่มีบุคคลภายนอกมาแอบอ้างแล้วบอกว่าเคลียร์กรรมาธิการได้ว่า กรรมาธิการประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วแต่ละคณะก็จะมีที่ปรึกษาและเลขา ด้วยศักดิ์ศรีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นกรรมาธิการซึ่งมาจากประชาชน ประชาชนเดือดร้อน เราไม่ยอมที่จะให้ใครมาขอหรือเคลียร์ เพื่อช่วยเหลือคนบางคนที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะฉะนั้นเรื่องที่เป็นคลิปเสียง ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกรรมาธิการ และไม่สามารถเคลียร์ได้ โดยเฉพาะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด เราติดตามคดีสำคัญๆ มาหลายคดีแล้ว เช่น การฉ้อโกงของสตาร์ค ซึ่งเราก็ทำมาแล้วและทำจนถึงที่สุดและในกรณี The icon ก็เช่นเดียวกัน กรรมาธิการก็จะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด ถ้าการพิจารณาตามปกติ ใช้เวลา เราจะตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา ประกอบด้วย ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ให้เข้ามาดู และจะทำจนถึงที่สุดให้คดีนี้ไปถึงศาลและประชาชนได้รับการเยียวยาชดเชย

“ส่วนคลิปที่กล่าวอ้าง ยืนยันอีกครั้งว่า สภาผู้แทนราษฎรไม่มีการรับเคลียร์อะไรกับใครแน่นอน ประธานสภาผู้แทนราษฎร วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ได้มีการตรวจเช็กอยู่ และบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคลิป ไม่มีตำแหน่งแห่งหนใดอยู่ในกรรมการชุดนี้แน่นอน ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า กรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดจะเข้ามาติดตามคดี The Icon อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีใน เพื่อประชาชนที่เสียหายแน่นอน”

เลิศศักดิ์ กล่าว

เลิศศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีเทวดาที่บอกว่ามาช่วยประสานว่า ตรงนั้นเป็นการเกี่ยวกับสคบ.หรือไม่ โดยระบุว่า ถ้าเป็นเรื่องของสคบ. เป็นเรื่องภายในหน่วยงานเขา ถ้าฟังจากผู้เกี่ยวข้องที่มาชี้แจงแล้ว มันเกี่ยวกับบุคคลใดที่อยู่ในสคบ.ก็เป็นอำนาจของกรรมาธิการคณะนี้ที่จะสามารถที่จะเชิญมาชี้แจงได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบในรายละเอียดว่า เทวดาคือใครบ้าง แต่เบื้องต้น กรรมาธิการมีแนวทางในการติดตาม ไม่ใช่หน่วยงานที่จะไปดำเนินคดีโดยตรง หน่วยงานของสภาฯ คือกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด มีหน้าที่ติดตามหน่วยงานที่ดำเนินการทางกฎหมายกับทาง The Icon ฉะนั้น เราจะตามจนถึงที่สุด ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนทั่วประเทศว่าเราจะทำให้ถึงที่สุดแน่นอน และถ้ามีความจำเป็น เราก็จะตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา และจะดูไปถึงเรื่องของข้อกฎหมายด้วย เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่จะทำให้เกิดการฉ้อโกงประชาชน จะต้องมาดูว่า ยังมีช่องโหว่อีกหรือไม่ เราจะต้องมารวบรวมและแก้ไขกฎหมายและนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ส่วนทางพรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในเรื่องนี้ด้วยนั้น เห็นตรงกันกับวิปรัฐบาล ซึ่งหากข้อสรุปของสภาฯ บอกว่า จะให้กรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดเป็นผู้ดำเนินการ ศึกษาและติดตามปัญหา The Icon ต่อ ทางกรรมาธิการก็ยินดี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์