สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างอิหร่าน และสหรัฐอเมริกา อิสราเอล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นเนื่อง กระทบต่อประเทศไทยโดยตรง ทำให้ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดปรากฏการณ์ประชาชนตื่นตัวแห่เติมน้ำมัน จนหลายปั๊มไม่มีน้ำมันจ่ายให้ประชาชน กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกอาชีพ โดยเฉพาะพ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิต อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและขาดแคลน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจตลาดสด ในอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พบพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากกำลังเผชิญวิกฤตต้นทุนพุ่งสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคหลายอย่าง ที่ปรับตัวขึ้นไม่หยุด อาทิ ปลาช่อน จากเดิมกิโลกรัมละ 80 บาท ขึ้นเป็น 100 บาท เนื้อหมูเดิม กิโลละ 120 บาท ปัจจุบันขึ้นเป็นกิโลละ 130 บาท และผักทั่วไปปรับขึ้นเล็กน้อย แต่แม่ค้ายังคงขายในราคาเดิม ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายในตลาดในตลาดแห่งนี้ซบเซาอย่างหนัก

นิกันตา ดวงจิต อายุ 31 ปี แม่ค้าขายไข่ ชาวบ้านสหมิตร ต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนเองประกอบอาชีพค้าขายมากว่า 5 ปี ปัจจุบันต้นทุนไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้น เบอร์ละ6บาทต่อแผง แต่ทางร้านก็ไม่ขึ้นราคาตาม เพราะสงสารคนซื้อ ยอมรับว่าได้กำไรแต่น้อยลง ดีกว่าไม่ได้ ถ้าหากขึ้นราคาเกรงว่าจะไม่มีคนซื้อ แม้แต่ถุงหูหิ้วที่ใส่ไข่ก็ขึ้นราคาด้วย เมื่อก่อนเคยมีรายได้วันละ 7,000–8,000 บาท แต่ตอนนี้เหลือเพียง 4,000–5,000 บาท บางวันก็ไม่ถึง
“ยอมรับว่าตลาดสดเทศบาล อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ทุกวันนี้ซบเซา ไม่ค่อยมีคนเดิน คนมาตลาดก็ต้องใช้น้ำมัน คนจึงไม่ค่อยออกจากบ้าน คนส่วนใหญ่ประหยัดเงินไว้ใช้จ่ายเวลาฉุกเฉิน ฝากรัฐบาลแก้ปัญหา ดูแลเรื่องราคาน้ำมัน เพราะเป็นต้นเหตุให้สินค้าขึ้นตามแทบทุกชนิด” นิกันตา กล่าว

ไม่ต่างจาก มันทนีย์ อมรบุตร อายุ 54 ปี แม่ค้าขายผลไม้ในตำบลบ้านชบ ซึ่งยึดอาชีพนี้มากว่า 30 ปี เล่าว่า ปัจจุบันบรรยากาศตลาดเงียบเหงาอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ลูกค้าลดลงต่อเนื่องเมื่อก่อนขายได้วันละเป็นหมื่นบาท ตอนนี้เหลือแค่วันละ 2,000–3,000 บาทเท่านั้น อยากให้ภาครัฐช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และดูแลราคาน้ำมันให้ลดลง
ขณะที่ ศิริวิภา บำรุง อายุ 43 ปี แม่ค้าขายหมูสด กล่าวว่า ทุกวันนี้ได้รับผลกระทบสะสมมาตั้งแต่ช่วงการอพยพก่อนหน้าที่มีการปะทะตามแนวชายแดน จนถึงวันนี้ก็มาเกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้มากนัก เกรงว่าลูกค้าจะหาย ส่งผลให้กำไรลดลงอย่างหนัก บางวันแทบไม่เหลือรายได้ ทุกวันนี้ก็ปรับตัวตามสภาพ วันนี้ราคาหมูก็ปรับราคาขึ้น แต่ตนเองต้องขายในราคาเดิม เห็นใจทุกฝ่าย

พ่อค้าแม่ค้าต่างสะท้อนเสียงเป็นหนึ่งเดียวกันว่า แม้ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นรอบด้าน แต่ยังคงพยายามตรึงราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจซบเซา พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้ามาดูแล แก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูกำลังซื้อและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนโดยด่วน
ไม่เพียงแค่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แม้แต่ผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้รับผลกระทบตั้งแต่มีการปะทะตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา และมีการปิดด่านตั้งแต่ 24 กรกฎาคม 2568 มานานกว่า 9 เดือน
วิรัตน์ เศรษฐพัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ เป็นพื้นที่ชายแดน ได้รับผลกระทบน้ำมันไม่เพียงต่อความต้องการ เบื้องต้นได้สอบถามไปยังเจ้าปั๊มหลายแห่ง ทราบว่าน้ำมันที่มาจากโรงกลั่น แต่ละปั๊มได้โควตามาอย่างจำกัด ทำให้ปริมาณน้ำมันที่ส่งไม่เพียงพอ มาลงน้ำมันได้ 3-4 ชั่วโมง น้ำมันก็หมดโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวบ้าน

“ยอมรับว่า เป็นห่วงเรื่องสถานการณ์น้ำมันที่สูงขึ้น และทุกวันนี้บางปั๊มขาดแคลน ทางผู้ประกอบการมีการส่งสัญญาณไปทางจังหวัดว่าเป็นสถานการณ์น่าห่วง โดยเฉพาะช่วงนี้ใกล้เทศกาลสงกรานต์ ถ้าน้ำมันแพง และน้ำมันยังมีจำกัดแบบนี้ จะทำให้การเดินทางไม่ว่าจะกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวน้อยลง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้เศรษฐกิจชะงักงันบางส่วนได้”
ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ กล่าวอีกว่า พ่อค้าแม่ค้าทุกคน รวมถึงผู้ประกอบการต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า เพราะตุ้นทุนสูงขึ้น ทำให้ทางผู้ประกอบการทยอยขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ โดยเฉพาะสิ่งของบริโภค อุปโภค เบื้องต้นหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ได้ส่งข้อมูลให้ทางจังหวัดทราบเพื่อหาทางรับมือ ดูแนวโน้มสินค้าน่าจะขึ้นราคากันหมด ผู้ประกอบการก็เตรียมพร้อมรับมือ ต้องบริหารการใช้จ่ายอย่างรัดกุม เพื่อความอยู่รอด
“แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือชาวบ้านตามแนวชายแดน ทำมาหากินลำบาก เนื่องจากได้รับผลกระทบตั้งแต่การปะทะ ทำให้ประชาชนอพยพมาอยู่ศูนย์พักพิง ขาดรายได้ ถึงแม้รัฐบาลจะเยียวยาแต่ก็ไม่เพียงพอ มิหนำซ้ำตอนนี้ต้องมาเจอกับสภาวะน้ำมันและสินค้าปรับสูงขึ้น จะทำให้ค่าใช้จ่ายสูง มีความลำบากมากๆ” ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ กล่าว
ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ ยังกล่าวถึงสภาวะสงครามในตะวันออกกลางว่า ไม่สามารถประเมินได้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ แต่หากมองจากรูปการณ์ตอนนี้น่าจะยืดเยื้อไปอีกเดือนหรือเดือนครึ่ง เชื่อว่าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ ต้องประเมินวันต่อวัน และถ้าหากสถานการณ์ยังตึงเครียด ความเป็นอยู่ สภาวะเศรษฐกิจน่าจะหนักกว่านี้อีก ค่าครองชีพน่าจะแพงขึ้นมาก โดยเฉพาะสุรินทร์ ไม่ต่างจากได้รับผลกระทบซ้ำสองซ้ำสาม ที่เศรษฐกิจบอบช้ำตั้งแต่การปะทะชายแดน เศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ยังมาเจอสถานการณ์น้ำมันอีก ทำให้เศรษฐกิจซบเซา ประชาชนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ทุกอย่างค่อนข้างเงียบ ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การอุปโภค บริโภค เป็นต้น”
ท้ายที่สุด ภาคเอกชนฝากถึงรัฐบาล “ให้บริหารความเสี่ยงเรื่องน้ำมันให้ชัดเจน อยากให้รัฐบาลเปิดเผยความจริงออกมาเลยว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นอย่างไร เพื่อให้ประชาชนปรับตัว ตอนนี้ประชาชต่างแตกตื่น รัฐบาลกลับบอกว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน แต่หลายปั๊มในพื้นที่ต่างจังหวัดน้ำมันไม่เพียงพอ สวนทางกับคำพูดของรัฐบาล”





