จากสถานการณ์สงครามในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลกับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนืออย่างหนักโดยเฉพาะนาข้าว ในช่วงนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เริ่มได้รับผลกระทบเรื่องของราคาปุ๋ยขึ้นราคา เนื่องจากช่วงนี้ต้นข้าวที่อายุประมาณ 1-2 เดือน เป็นช่วงที่ต้องการปุ๋ย ที่จะมาช่วยให้ต้นข้าวเจริญเติบโตมากที่สุด ซึ่งการสู้รบในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางภาวะสงคราม ก็ทำให้ปุ๋ยราคาแพงขึ้น

จำรัส ลุมมา ประธานเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเชียงใหม่เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาปุ๋ยแพงขึ้นถือว่าเป็นเหมือนกับเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะที่ผ่านมาราคาข้าวตกต่ำอย่างหนัก แม้มีการเรียกร้องให้กับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ชาวนาส่วนใหญ่ ทำนาไปทั้งที่รู้ว่าต้องขาดทุนเพราะว่าต้นทุน ในการปลูกข้าวเพิ่มสูงขึ้น ทั้งต้นทุนพลังงาน และปุ๋ยยูเรีย โดยการทำนาหนึ่งฤดูกาล จะต้องใส่ปุ๋ยสองถึงสามครั้ง และปุ๋ยมีราคากระสอบละประมาณ 700 บาท
“จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยพยุงราคาปุ๋ยไม่ให้ขึ้นไปสูงกว่านี้ รวมถึงแก้ปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ ในยุครัฐบาลที่ การันตีว่ามีกระทรวงพาณิชย์ มีกระทรวงพาณิชย์เก่ง จึงอยากให้เข้ามาพิสูจน์ฝีมือในการทำงานและแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง”

ดิเรก กองเงิน เกษตรกร อำเภอสันทราย กล่าวว่า กังวลว่าราคาปุ๋ยเคมีจะสูงขึ้น เพราะส่วนตัวทำนาประมาณ 50 ไร่ ต้องใส่ปุ๋ย 2-3 ครั้งต่อฤดูกาล ครั้งละประมาณ 20 กระสอบซึ่งก่อนหน้านี้ราคาปุ๋ยอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ประมาณ 700-800 บาทต่อกระสอบ และมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นอีก
“ขณะที่ราคาข้าว ไม่ปรับขึ้นตาม ก็ย่อมส่งผลกระทบกับเกษตรกรอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันราคาข้าวนั้นขายเพียงกิโลกรัมละ 6 บาทเท่านั้น แต่ราคาปุ๋ยอยู่ที่กระสอบละ ราวๆ 800 บาท ก็ถือว่าขาดทุนแล้ว แต่ถ้าหากปุ๋ยขยับราคาขึ้นไปกว่านี้โดยที่ภาครัฐไม่พยุงราคาช่วยเหลือเกษตรกร เชื่อว่าอาชีพกระดูกสันหลังของชาติก็จะลดลงไปอย่างต่อเนื่อง เพราะบางรายนั้นทำแล้วขาดทุนก็เลิกไปทำอาชีพอื่นแทน”

ณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยเคมี ในพื้นที่อำเภอแม่วาง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด โดยจากการตรวจสอบ พบว่า
1. ปุ๋ย 46-0-0 ราคา 950 - 1,000 บาท
2. 16-20-0 ราคา 910 - 920 บาท
3. 15-15-15 ราคา 1,000 - 1,270 บาท
4. 30-0-0 ราคา 790 - 850 บาท
5. 16-16-16 ราคา 1,000 - 1,320 บาท
6. 15-0-0 ราคา 500 - 570 บาท
7. 18-46-0 ราคา 1,420 บาท
8. 0-0-60 ราคา 800 บาท

ผู้ประกอบการแจ้งว่า ปุ๋ยในสต๊อกเดิมยังไม่มีการปรับขึ้นราคา สำหรับปุ๋ยยูเรียยังทยอยสั่งซื้อเข้ามาเติมสต๊อก แต่ปริมาณที่สั่งอาจได้น้อยกว่าความต้องการ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการถือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยต้องติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าให้ชัดเจนและเปิดเผย ห้ามกักตุนสินค้า หรือปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หากตรวจพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมาย อย่างเด็ดขาด ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อรักษาความเป็นธรรมทางการค้า และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่

ข้อมูลจากผู้ประกอบการร้านจำหน่ายปุ๋ยหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน พบว่าขณะนี้ปุ๋ยเคมีเริ่มขาดแคลนขณะที่ตัวแทนจำหน่ายไม่รับสั่งปุ๋ยเพิ่มเติม พร้อมแจ้งว่าทางโรงงานเตรียมปรับราคาปุ๋ยหลายรายการโดยเฉพาะปุ๋ยนำเข้า เนื่องจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบกับการขนส่งสินค้า ซึ่งปุ๋ยเคมีที่ใช้ในประเทศไทยส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยแหล่งนำเข้าสำคัญ ได้แก่ ชาอุดีอาระเบีย โอมาน มาเลเซียกาตาร์ จีน และรัสเซีย ก่อนนำมาผสมเป็นปุ๋ยสูตรต่างๆ
แม้บางร้านที่ยังมีปุ๋ยจำหน่าย ก็มีตามจำนวนจำกัด เพราะบริษัทใหญ่นั้นลดโควตาในการจำหน่ายจากเดิมที่สามารถสั่งซื้อได้ครั้งละ 100 ตัน ปัจจุบันเหลือประมาณ 10 ตันเท่านั้น ขณะที่ราคาจำหน่ายล่าสุด จากปุ๋ยกระสอบละ 800 บาท ปัจจุบันราคาอยู่ที่ ประมาณกระสอบละ 1,300 บาท เมื่อเกิดความผันผวนด้านการค้าและสถานการณ์ระหว่างประเทศ จึงส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยและต้นทุนภาคการเกษตรจง
ข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ประเทศไทยมีนำเข้าปุ๋ยมาจากประเทศต่างๆ 5 อันดับแรก มีดังต่อไปนี้
– จีน สัดส่วน 22.3%
– ซาอุดีอาระเบีย สัดส่วน 14.5%
– มาเลเซีย สัดส่วน 8.8%
– รัสเซีย สัดส่วน 7.9%
– กาตาร์ สัดส่วน 7%






