‘มท.4’ ลงพื้นที่หาดกมลา จ.ภูเก็ต สั่งการ ปภ. ส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ตลอด 24 ชม.
ความคืบหน้าล่าสุดกรณีสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้บินด่วน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. ลงพื้นที่ ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ติดตามสถานการณ์และสั่งการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยมี รอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต วิทยา จิตต์สุภาพ นายอำเภอกระทู้ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
วรศิษฎ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตประสบปัญหาระดับน้ำท่วมขังสูงต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ในจุดวิกฤต พบว่าระดับน้ำในหลายจุดของตำบลกมลายังคงอยู่ในระดับสูง จำเป็นต้องเร่งระบายออกอย่างรวดเร็วที่สุด จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งสนับสนุนและส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลเข้ามาติดตั้งในพื้นที่ประสบภัยทันที เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนและเส้นทางคมนาคมลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง
“นอกจากนี้ ได้สั่งการเน้นย้ำให้ทางจังหวัดภูเก็ต อำเภอกะทู้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และอุปกรณ์ช่วยเหลือเข้าปฏิบัติการร่วมกันอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดตั้งทีมเฝ้าระวังระดับน้ำและประเมินความเสี่ยงในพื้นที่จุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากมีปริมาณฝนตกเพิ่ม และพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างใกล้ชิด”
วรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่า เป้าหมายสำคัญที่สุด คือการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มุ่งเน้นลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำให้ได้เร็วที่สุด โดยรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทุกคน จึงต้องเร่งบูรณาการระบายน้ำท่วมขังให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่ ต.กมลา และ อ.กะทู้กลับคืนสู่ภาวะปกติ และให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายติดตามและรายงานผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเร่งแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์และดูแลสุขอนามัยของประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยมีความพร้อมสนับสนุนทรัพยากรและเครื่องจักรอุปกรณ์อย่างเต็มที่เพื่อเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติทั้งหมด

สรุปมาตรการและข้อสั่งการสำคัญจากการลงพื้นที่ มีดังนี้
- เร่งระบายน้ำ 24 ชั่วโมง สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลเข้ามาติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
- ตั้งทีมเฝ้าระวังจุดเสี่ยง มอบหมายให้มีทีมติดตามและเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงภัยต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากมีฝนตกเพิ่มและดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างใกล้ชิด
- บูรณาการความช่วยเหลือ กำชับให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างเต็มกำลัง

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 8 ภาคใต้ฝนยังตกต่อเนื่อง ฝนหนักมากบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 8 วันนี้ (27 ต.ค.2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ช่วงวันที่ 27-28 ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พร้อมแจ้งเตือนอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ช่วงวันที่ 27-28 ต.ค.2569 บริเวณภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้
ส่วนในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบน จะเริ่มมีฝนลดลงแต่ยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง
ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยจาก “ฝนตกหนักถึงหนักมาก” 27 ต.ค. 69
ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, นราธิวาส, ระนอง, พังงา และภูเก็ต
ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ส่วนประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง


สทนช.ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วม น้ำป่า น้ำล้นตลิ่ง 27 - 29 ต.ค.2569
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศฉบับที่ 12/2569 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง วันนี้ - 29 ต.ค.2569
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง บริเวณภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร (อำเภอพะโต๊ะ และหลังสวน) จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง กระบุรี กะเปอร์ และสุขสำราญ) จังหวัดพังงา (อำเภอเกาะยาว กะปง คุระบุรี ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า ทับปุด ท้ายเหมือง และเมืองพังงา) จังหวัดภูเก็ต (อำเภอเมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้)
จังหวัดกระบี่ (อำเภอเกาะลันตา คลองท่อม เขาพนม เมืองกระบี่ เหนือคลอง อ่าวลึก ปลายพระยา และลำทับ)
จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอกาญจนดิษฐ์ เกาะพะงัน เกาะสมุย เคียนซา ไชยา ชัยบุรี ดอนสัก ท่าฉาง ท่าชนะ บ้านตาขุน บ้านนาเดิม บ้านนาสาร พนม พระแสง พุนพิน เมืองสุราษฎร์ธานี วิภาวดี เวียงสระ และคีรีรัฐนิคม)
จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอขนอม จุฬาภรณ์ ฉวาง เฉลิมพระเกียรติ ชะอวด ช้างกลาง เชียรใหญ่ ท่าศาลา ทุ่งสง ทุ่งใหญ่ ถ้ำพรรณรา นบพิตำ นาบอน บางขัน พรหมคีรี พระพรหม พิปูน ร่อนพิบูลย์ เมืองนครศรีธรรมราช ลานสกา สิชล และหัวไทร)
จังหวัดตรัง (อำเภอกันตัง นาโยง ปะเหลียน เมืองตรัง ย่านตาขาว รัษฎา วังวิเศษ สิเกา ห้วยยอด และหาดสำราญ) จังหวัดสตูล (อำเภอควนกาหลง ควนโดน ท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง เมืองสตูล และละงู) จังหวัดพัทลุง (อำเภอกงหรา ควนขนุน ตะโหมด ปากพะยูน ป่าบอน ป่าพะยอม เมืองพัทลุง ศรีนครินทร์ และศรีบรรพต)
จังหวัดสงขลา (อำเภอกระแสสินธุ์ จะนะ นาทวี นาหม่อม บางกล่ำ รัตภูมิ สะเดา สะบ้าย้อย คลองหอยโข่ง ควนเนียง และหาดใหญ่)
จังหวัดยะลา (อำเภอกาบัง กรงปินัง ธารโต บันนังสตา เบตง เมืองยะลา ยะหา และรามัน) จังหวัดปัตตานี (อำเภอกะพ้อ โคกโพธิ์ ทุ่งยางแดง ปะนาเระ มายอ ไม้แก่น เมืองปัตตานี ยะรัง ยะหริ่ง สายบุรี หนองจิก และแม่ลาน) จังหวัดนราธิวาส (อำเภอเจาะไอร้อง ตากใบ บาเจาะ เมืองนราธิวาส ระแงะ รือเสาะ แว้ง ศรีสาคร สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี สุคิริน และจะแนะ)
สทนช. ยังแจ้งเตือนเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก ได้แก่
อ่างเก็บน้ำรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
ขณะเดียวกันยังเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาของ คลองชุมพรและแม่น้ำหลังสวน จังหวัดชุมพร แม่น้ำตาปี และแม่น้ำพุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้ำตะกั่วป่า จังหวัดพังงา คลองชะอวดและคลองท่าดี จังหวัดนครศรีธรรมราช คลองปะเหลียนและแม่น้ำตรัง จังหวัดตรัง คลองละงูและคลองดุสน จังหวัดสตูล คลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง แม่น้ำปัตตานี จังหวัดปัตตานีและยะลา แม่น้ำสายบุรี จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส แม่น้ำโก-ลกและคลองตันหยงมัส จังหวัดนราธิวาส






