จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะด้านพลังงาน ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าน้ำมันดีเซลที่ภาครัฐตรึงราคาก่อนหน้านั้น ขณะนี้น้ำมันเริ่มหมดและจำกัดการเติมน้ำมันในปั๊มบางแห่งแล้ว



ล่าสุดมีประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นรวมถึงบางแห่งนั้นต้องจำกัดการเติมซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องเดินทางไกลโดยเฉพาะรถโดยสาร รวมถึงรถโดยสารขนาดใหญ่ที่ต้องเดินทางทั่วประเทศนั้นบางเส้นทาง ต้องยกเลิก และคืนเงินลูกค้าเพราะไม่สามารถหาน้ำมันเพื่อเติมรถเดินบัสได้

กฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด หรือ กรีสบัส เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯ ได้นำรถบัสไฟฟ้าเข้ามาใช้งานแล้ว 12 คัน แต่ยังคงมีรถบัส ดีเซลอีก ประมาณ 200 คัน ปัจจุบันได้รับผลกระทบอย่างหนัก ล่าสุดรถโดยสารสาย แม่สาย-ภูเก็ต และแม่สาย - บึงกาฬ ไม่สามารถออกเดินทางได้ เพราะหาซื้อน้ำมันดีเซลไม่ได้เลย จึงต้องยกเลิกการเดินทางและคืนเงินลูกค้า
“การจำกัดการเติมต่อครั้งก็มีผลเช่นกัน เพราะรถที่วิ่งทางไกล ราว 1,500 กิโลเมตร แม้จะต้องแวะเติมน้ำมันอยู่แล้ว 2 ครั้ง ก็จะทำให้ต้องแวะเติมระหว่างทางมากขึ้น ทำให้การเดินทางช้าลง ขณะเดียวกันรถที่วิ่งในภาคเหนือ หลายคัน ใน 1 วัน รวมแล้วจะต้องใช้น้ำมันประมาณ 20,000 ลิตร แต่เราซื้อได้แค่ไม่เกิน 15,000 ลิตร ก็ทำให้รถบางคันไม่สามารถออกตามคิวได้”


กฤษฏิภาชย์ กล่าวต่อว่า อยากให้ภาครัฐนั้นมีโควตาน้ำมันให้กับรถขนส่งสาธารณะ รวมถึงราคาน้ำมันควรจะมีต้นทุนที่ต่ำ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบในการปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งจะส่งผลกระทบกับประชาชน ที่ใช้รถโดยสารสาธารณะ หากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล ซึ่ง “กรีนบัส” นั้นใช้น้ำมันดีเซล วันละ 20,000 ลิตร ถ้าปรับขึ้น 1 บาท ก็จะต้องจ่ายเพิ่มวันละ 20,000 บาท ซึ่งในช่วงต้นปีสามารถซื้อน้ำมันดีเซลได้ลิตรละ 29 บาท และช่วงนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มขึ้นไปถึงลิตรละ 34 บาท เท่ากับว่ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นลิตรละ 4 บาท ก็จะทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นวันละ 80,000 บาท ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอนในอนาคต

ด้าน คนขับรถรถตู้นำเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ช่วงนี้การทำงานและให้บริการนักท่องเที่ยวเริ่มได้รับผลกระทบหลังจากที่น้ำมันในจังหวัดเชียงใหม่เริ่มขาดแคลน บางปั๊มก็ปิดให้บริการ บางปั๊มก็ต้องมีการจำกัดการเติม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการนำเที่ยว เพราะการพาลูกค้าเที่ยวแต่ละครั้งต้องเดินทางข้ามจังหวัด รวมถึงต้องไปไปยังพื้นที่ห่างไกล สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นภูเขาที่เป็นแนวท่องเที่ยวตามธรรมชาติ


“ข้อจำกัดเรื่องของการเติมน้ำมันมีผลกระทบบางพื้นที่เราไม่สามารถไปได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าปั๊มข้างหน้าจะมีน้ำมันเพียงพอหรือไม่ เราถูกจำกัดการเติมครั้งละไม่เกิน 1,000 บาทเท่านั้น จากที่เคยเติมเต็มถังได้ ทำให้เราต้องกลับมาวางแผนใหม่ ลูกค้าที่จองเข้ามาหลายคนก็ต้องยกเลิกไปเพราะไม่สามารถพาไปยังจุดหมายปลายทางได้”
“ยกตัวอย่างเช่น จะเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เป็นพื้นที่ห่างไกลและเป็นเส้นทางภูเขาตลอดทาง เราเติมน้ำมันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ 1,000 บาท หากเราไม่สามารถหาปั๊มเติมน้ำมันได้อีกก็จะทำให้น้ำมันหมดกลางทางได้ จึงต้องพิจารณารับลูกค้าเฉพาะท่องเที่ยวในเมือง เพื่อลดผลกระทบ”
“จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเรื่องนี้มันถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ หากไม่สามารถหาปั๊มเติมน้ำมันได้ก็มีผลกระทบกับอาชีพเพราะเราไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีน้ำมันให้เราเติมหรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลจัดสรรให้มีน้ำมันอย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนเป็นวงกว้าง”

รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการสำรวจปั๊มน้ำมันหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ บนถนนสายหลัก พบว่าบรรยากาศตามสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาเข้าคิวรอเติมน้ำมัน กันจำนวนมาก

“จากการสำรวจพบว่าสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งยังคงมีน้ำมันจำหน่ายให้กับประชาชน แม้บางชนิดจะทยอยหมดไปตามปริมาณการซื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีรถขนน้ำมันทยอยเข้ามาเติมในสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง แต่อาจเกิดความล่าช้าในบางช่วง เนื่องจากอยู่ระหว่างการขนส่ง ทำให้บางสถานีบริการจำเป็นต้องติดป้ายแจ้งว่าน้ำมันหมดชั่วคราว”
“ทั้งนี้ได้กำชับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันทุกแห่ง ให้จำหน่ายน้ำมันแก่ประชาชนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ห้ามกักตุนน้ำมันโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันย้ำว่าไม่ได้จำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน แต่ขอความร่วมมือประชาชนให้เติมเท่าที่จำเป็น เพื่อกระจายน้ำมันให้ประชาชนรายอื่นสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งเน้นย้ำให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ในช่วงนี้โดยเด็ดขาด” ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กล่าว








