กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯ แจ้งเตือน ปชช.ท้ายน้ำเฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด

17 ก.ย. 2568 - 15:39

  • กรมชลประทาน เร่งพร่องน้ำรับฝนตกหนักระลอกใหม่

  • เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

  • แจ้งเตือน ปชช.ท้ายน้ำเฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

กรมชลฯเพิ่มระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯ แจ้งเตือน ปชช.ท้ายน้ำเฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด

กรมชลประทานออกประกาศฉบับที่ 6 แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำป้าสักให้เฝ้าระวังวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นอีก 1.30 - 1.50 เมตร หลังเขื่อนป้าสักชลสิทธิ์ทยอยเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในอ่างให้อยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการและความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน เริ่มตั้งแต่วันนี้ (17 กันยายน 2568) เป็นต้นไป

โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป้าสักชลสิทธิ์ได้ออกประกาสแจ้งเตือนเกี่ยวกับการปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็นขั้นบันไดจากเมื่อวานนี้ (16 กันยายน 2568) เขื่อนป้าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำในอ่าง 605 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุ รวมทั้งมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนจากตอนบนถึง 599 ลบ.ม./วินาที หรือประมาณ 52 ล้าน ลบ.ม./วัน

แม้ระดับน้ำยังไม่ถึงจุดวิกฤติ แต่เพื่อบริหารจัดการและควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์จะปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 200 ลบ.ม./วินาที โดยทยอยเพิ่มขึ้นวันละ 50 ลบ.ม./วินาที จนถึง 350 ลบ.ม./วินาที ภายใน 3 วัน ดังนี้

ㆍ17 ก.ย. 2568 : เพิ่มการะบายเป็น 250 ลบ.ม./วินาที

ㆍ18 ก.ย. 2568 : เพิ่มเป็น 300 ลบ.ม./วินาที

ㆍ19 ก.ย. 2568 : เพิ่มเป็น 350 ลบ.ม./วินาที

สำหรับสาเหตุที่ต้องปรับเพิ่มการระบาย เนื่องจากมีฝนตกบริเวณต้นน้ำในจังหวัดเพชรบูรณ์มากขึ้น การระบายน้ำในอัตราดังกล่าว จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป้าสักช่วงท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น 1.30-1.50 เมตร แต่อยู่ในลำน้ำ ยังไม่ถึงจุดลันตลิ่งแต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำป้าสักเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือหากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

The-Royal-Irrigation-Department-has-increased-water-discharge-SPACEBAR-Photo04-1.jpg

ชาวบ้านในพื้นที่รับน้ำ ‘จ.สุพรรณบุรี-อยุธยา’ ไม่ขอรับน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร

ด้านชาวบ้านในพื้นที่เกษตรกรรมรอยต่อระหว่างอำเภอผักไผ่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำผ่านในทุกปี มีการเตรียมตัวสำหรับรับมือน้ำท่วม และจะต้องอยู่กับน้ำนานกว่า 4 เดือน โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เข้าใจสภาพที่จะต้องเป็นพื้นที่รับน้ำ เพราะเป็นพื้นที่ต่ำ แต่ได้มีการร้องขอให้การระบายน้ำเข้าพื้นที่เกษตรจะต้องไม่ท่วมถนนในหมู่บ้าน เพราะเป็นเส้นทางหลักในการสัญจร บางปีน้ำเคยท่วมเส้นทาง การใช้เรือสัญจรแต่ละบ้านไม่สะดวก เพราะเป็นชุมชนที่อยู่ห่างจากถนนใหญ่หลายกิโลเมตร

ส่วนทุ่งบ้านลำยางพื้นที่ติดกับทุ่งจระเข้ใหญ่ ขณะนี้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรไปเกือบหมดแล้ว และพร้อมรับน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร ตามที่ผู้แทนกรมชลประทาน เคยแจ้งไว้

วิโรจน์ คงดี ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ คลอง 3 ซ้าย-1ซ้าย กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน คลอง 3 ซ้าย-1ซ้าย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา โพธิ์พระยา เปิดเผยว่า พื้นที่บ้านลำยางจะต้องรับน้ำทุกปีเพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่นเดียวกับอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนหน้าน้ำทุกปีจะต้องมีการหารือกับผู้แทนกรมชลประทาน ในการระบายน้ำเข้า เพราะบางปีน้ำที่ท่วมในทุ่งบ้านลำยาง และจระเข้ใหญ่ ยาวนานกว่า 4 เดือน ทำให้ไม่สามารถปลูกข้าวได้ตามกำหนด

ซึ่งปีนี้ 2568 ได้มีการหารือกับผู้แทนกรมชลประทานแล้วว่า สามารถระบายน้ำผ่านทุ่งได้ แต่ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2568 กรมชลประทาน จะต้องระบายน้ำออกจากทุ่งให้เกษตรกรเพาะปลูกตามรอบที่กำหนดไว้คือตั้งแต่ 1 มกราคม เป็นต้นไป เนื่องจากทุ่งนี้จะปลูกข้าวได้เพียง 2 รอบเท่านั้น และจะถูกน้ำท่วมอีก ซึ่งผู้แทนกรมชลประทาน รับปากว่า จะติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยสูบน้ำออกจากทุ่งให้เกษตรกร

ด้าน ธรรมนูญ บำรุงเพ็ชร ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ได้มีการทำประชาคมกับชาวบ้านในพื้นที่ทุ่งโพธิ์พระยาทั้งฝั่งซ้าย และฝั่งขวา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และสิงหาคม ที่ผ่านมา พบว่า ชาวบ้านมีมติไม่ขอรับน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร ตามที่มีการประชาคมกัน แต่ยินยอม หากการระบายน้ำของกรมชลประทานผ่านระบบชลประทานที่มีอยู่ และล้นเข้าพื้นที่การเกษตรตามธรรมชาติ ยอมรับได้ แต่หากจะให้เปิดรับน้ำเข้าตรงๆ ชาวบ้านไม่ต้องการ เพราะน้ำจะไปขังอยู่ฝั่งตะวันตกของทุ่งโพธิ์พระยา หนักมาก จะต้องทำการสูบออกเพียงอย่างเดียว

ผอ. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา ระบุว่า น้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงกว่าลำน้ำ 1 เมตร หากเปิดประตูระบายน้ำบางปลาม้า เข้าพื้นที่การเกษตรจะทำให้พุ่งโพธิ์พระยา มีน้ำท่วมหนักมากเพราะน้ำมาจากฝั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย ซึ่งน้ำท่วมที่ผ่านมามีการฟ้องร้องกันตั้งแต่ปี 2565 จากการระบายน้ำเข้าทุ่งมากกว่า 300 คดี ตอนนี้เรื่องยังไม่แลัวเสร็จ และอยู่ในกระบวนการพิจารณาชั้นศาล

สำหรับทุ่งโพธิ์พระยา เป็นทุ่งที่อยู่ใน 3 อำเภอ คือ บางปลาม้า สองพี่น้อง และอำเภอเมืองสุพรรณบุรี รวม 24 ตำบล มีพื้นที่ทางการเกษตรมากกว่า 211,000 ไร่ รับน้ำได้มากกว่า 203 ล้าน ลบ.ม.

The-Royal-Irrigation-Department-has-increased-water-discharge-SPACEBAR-Photo05.jpg

เร่งกำจัด ‘ผักตบชวา’ ในแม่น้ำน้อย เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

ขณะที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำน้อยยังมีปัญหาติดขัดในลำน้ำ เนื่องจากผักตบชวา เต็มลำน้ำขยับไปไหนไม่ได้ โดยจากการตรวจสอบพบ แม่น้ำน้อยที่ไหลผ่านเขตอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้านหลังตลาดอำเภอผักไห่ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ไม่สามารถใช้เรือในการสัญจรได้

The-Royal-Irrigation-Department-has-increased-water-discharge-SPACEBAR-Photo01.jpg

ชาวบ้านตั้งข้อสังเกต ว่า ภาครัฐเคยมีแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วม ตั้งแต่ก่อน-กลาง และหลัง ซึ่งพบว่า 10 มาตรการก่อนถึงฤดูฝนมีเรื่องของ การเพิ่มประสิทธิภาพของการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ แต่จนถึงปัจจุบันพบว่า ผักตบชวาลอยเต็มแม่น้ำน้อย

ศุภชัย มะพล ผอ. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่ กล่าวว่า ผักตบชวาดังกล่าวไหลมาจากตอนบนของลำน้ำ และเป็นผักที่เติบโตอยู่ในลำน้ำส่วนหนึ่ง  ส่วนผักตบชวาที่เห็นอยู่เต็มลำน้ำนั้น เป็นเพราะน้ำที่อยู่ด้านท้ายประตูระบายน้ำไหลย้อนเข้ามาบรรจบกับน้ำที่ถูกระบายมาตามแม่น้ำน้อยจากตอนบน ผ่านจังหวัดอ่างทอง แล้วไหลมาบรรจบกันที่ประตูระบายน้ำผักไห่ จึงทำให้ผักตบชวาไม่สามารถถูกระบายออก ไปได้ แต่จะเร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด

The-Royal-Irrigation-Department-has-increased-water-discharge-SPACEBAR-Photo02.jpg

อุตุฯ เตือนเฝ้าระวังพายุหมุนเขตร้อน คาดฝนตกหนัก หลายพื้นที่เสี่ยงน้ำป่า–น้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยา (17 กันยายน 2568) พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ลักษณะอากาศโดยทั่วไป ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา จันทบุรี และตราด

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19–20 กันยายน 2568

คาดว่าพายุนี้จะทวีกำลังถึงระดับพายุไต้ฝุ่นได้ และพายุนี้เมื่อเคลื่อนเข้าทะเลจีนใต้ ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พักปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงชัดเจนขึ้น จึงขอให้ติดตามสภาวะดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

The-Royal-Irrigation-Department-has-increased-water-discharge-SPACEBAR-Photo03.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์