กรมชลฯ พัฒนาโครงการ ‘อ่างเก็บน้ำแม่วาง’ แก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง จังหวัดเชียงใหม่

2 ส.ค. 2568 - 08:47

  • กรมชลประทานเดินหน้าพัฒนาโครงการก่อสร้าง ‘อ่างเก็บน้ำแม่วาง’

  • ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้งใน 3 อำเภอ จังหวัดเชียงใหม่

  • นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมแนะพิจารณาอย่างรอบคอบการสร้างอ่างเก็บน้ำอาจไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหา

กรมชลฯ พัฒนาโครงการ ‘อ่างเก็บน้ำแม่วาง’ แก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง จังหวัดเชียงใหม่

กรมชลประทานเตรียมพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำแม่วาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ หลังประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่วาง สันป่าตอง และอำเภอดอยหล่อ รวม 3 อำเภอ 7 ตำบล ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงฤดูฝน ที่น้ำจากลำน้ำแม่วางและลำห้วยสาขายังท่วมพื้นที่ชุมชนเป็นประจำ ขณะเดียวกันในช่วงฤดูแล้วต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำ ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย การสร้างอ่างเก็บน้ำแม่วางจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการจัดเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งและลดปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน

The-Royal-Irrigation-Department-is-building-the-Mae Wang-Reservoir-in-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo03.jpg

ปัจจุบันกรมชลประทานได้ ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ  หากแล้วเสร็จตามกระบวนการทุกขั้นตอน ประมาณเดือนกรกฎาคม 2569 ก็จะส่งเอกสารทั้งหมดเสนอของบประมาณจากรัฐบาล ในการก่อสร้าง ทั้งเรื่องงบประมาณ ระยะเวลาก่อสร้าง พื้นที่ป่าที่จะสูญเสีย พื้นที่ชาวบ้านในการเวนคืน เมื่อ ครม.อนุมัติ ก็เข้าสู่กระบวนการก่อสร้าง

The-Royal-Irrigation-Department-is-building-the-Mae Wang-Reservoir-in-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo02.jpg

เกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การสร้างอ่างเก็บน้ำแม่วาง เป็นความต้องการของราษฎรในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.สันป่าตอง, อ.ดอยหล่อ และ อ.แม่วาง ซึ่งเป็นพื้นที่รับประโยชน์ ปัญหาหลักของพื้นที่อำเภอแม่วาง คือการขาดน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ในส่วนของลำน้ำแม่วาง มีฝายทั้งหมด 11 ฝาย และในฤดูฝนก็จะเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตร เพราะน้ำที่ไหลมาจากลำน้ำแม่วางมีอยู่ประมาณ 180 ล้าน ลบ.ม.

“การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่วาง จะมีความจุ 25 ล้าน ลบ.ม. จะทำการหน่วงน้ำไม่ให้น้ำท่วมในพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะด้านท้ายของลำน้ำแม่วาง ที่ ต.ท่าวังพร้าว เป็นจุดน้ำที่ไหลลงไปยังแม่น้ำปิงลำบาก การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ นอกเหนือจากจะช่วยพื้นที่การเกษตรประมาณ 48,000 ไร่ แล้ว ในพื้นที่ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งนี้จะสามารถผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่วางไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว ซึ่งจะช่วยราษฎรในพื้น ต.ดอนเปา และ ต.บ้านแม ที่อยู่บริเวณด้านท้ายของอ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว ซึ่งมีความจุประมาณ 4 ล้าน ลบ.ม. รวมถึงยังจะเป็นประโยชน์ให้กับราษฎรพื้นที่ อ.แม่วาง และ อ.สันป่าตองได้เป็นอย่างดี”

The-Royal-Irrigation-Department-is-building-the-Mae Wang-Reservoir-in-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo04.jpg

สมเพชร ทรายศิริ ชาวบ้านดงก๋ำ อำเภอสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ที่อยู่อาศัยของหมู่บ้านนั้นเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำอยู่แล้ว ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรับตัวอยู่กับน้ำได้ แต่บางคนนั้นที่เป็นผู้สูงอายุและอาศัยอยู่คนเดียวนั้นค่อนข้างที่จะยากลำบาก ในเรื่องของการทำความสะอาด หรือขนย้ายเข้าของขึ้นที่สูง กลุ่มนี้จึงได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกินที่ไม่สามารถเดินทางออกมานอกบ้านได้ ต้องรอรับข้าวกล่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

The-Royal-Irrigation-Department-is-building-the-Mae Wang-Reservoir-in-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo01.jpg

“ในส่วนของตนเองนั้นบ้านอยู่ติดริมจึงต้องมีการขนข้าวของขึ้นที่สูงอย่างถาวร เพราะบริเวณนี้น้ำจะท่วมเกือบทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ทำให้น้ำท่วมแต่ละครั้งไม่ได้รับผลกระทบมากนักมีเพียงเฉพาะในพื้นที่บ้านที่ต้องล้างทำความสะอาดเท่านั้น”

“ส่วนตัวมองว่า ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากควรได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยการที่จะแก้ปัญหาอย่างถาวรต้องมีการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ทั้งแม่น้ำขาน และแม่น้ำวาง และมีประตูระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปิงหากมีการสร้างสิ่งเหล่านี้เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างถาวร”

The-Royal-Irrigation-Department-is-building-the-Mae Wang-Reservoir-in-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo V02.jpg

ด้าน สมเกียรติ มีธรรม นักพัฒนาชุมชนและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากที่ได้ติดตามข้อมูลรวมถึงการเข้าค้นข้อมูลเบื้องต้น พบข้อมูลบางอย่าง ที่การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่วางจะต้องกินพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ เป็นจุดที่ต้องทำ EIA แต่จุดที่เป็นที่น่าสังเกตก็คือ จะมีการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าด้วย ซึ่งมองว่าหากเคลื่อนย้ายสัตว์ออกนอกพื้นที่ ไปอยู่ที่อื่นจะส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิตและการดำรงค์ชีวิตหรือไม่ เพราะปกติสัตว์ป่านั้นจะคุ้นเคยเพียงที่อยู่อาศัยเท่านั้น และแม้จะเป็นเพียงการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก แต่ก็จะมีผลกับกลุ่มผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ล่องแพแม่วางด้วย เพราะน้ำจะท่วมสูงกว่าปกติ กินพื้นที่ท่องเที่ยวและค้าขาย

The-Royal-Irrigation-Department-is-building-the-Mae Wang-Reservoir-in-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo05-1.jpg
The-Royal-Irrigation-Department-is-building-the-Mae Wang-Reservoir-in-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo06-1.jpg

“การสร้างอ่างเก็บน้ำยังไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง เพราะทุกๆ เขื่อน ทุกๆ อ่างที่สร้างมาแล้ว รวมถึงประสบการณ์การทำงานเรื่องน้ำมาเราจะเห็นได้ชัดเลยว่า เวลาน้ำมาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เวลาฝนตกหน้าเขื่อนหรือหน้าอ่าง น้ำจะตกเร็วและแรง ทำให้ปริมาณน้ำไหลมาที่หน้าอ่างเยอะและจะล้น ซึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดปัญหาน้ำท่วม หากดูจากข้อมูลแล้วเป็นเกือบทุกอ่างเก็บน้ำ”

“และในส่วนของภัยแล้ง น้ำจะไหลเข้าหน้าอ่างเก็บน้ำน้อย จึงไม่สามารถปล่อยไปให้ทำการเกษตรได้ เพราะทุกอ่างทุกเขื่อน จะต้องมีปริมาณน้ำกักเก็บ ไม่ต่ำกว่า 30% เพื่อรักษาระบบนิเวศ ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ โดยเฉพาะของน้ำแม่วาง รวมถึงลุ่มน้ำสาขา เวลาฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำจำนวนมาก พอถึงช่วงแล้งก็จะแห้งสุด”

“เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในยุคปัจจุบัน จึงไม่ตอบโจทย์ในการสร้างอ่างเก็บน้ำ และในปัจจุบัน เราจะเห็นสถานการณ์ฝนนั้นตกเป็นหย่อมบางพื้นที่ บางครั้งตกท้ายเขื่อน บางครั้งตกหน้าเขื่อน และน้ำท่วมครั้งล่าสุดที่ผ่านมา พื้นที่ลุ่มน้ำวางนั้นมีฝนตกบริเวณต้นน้ำน้อยมาก แต่ฝนมาตกในพื้นที่ตอนล่าง ก็ทำให้พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากได้รับผลกระทบ ซึ่งข้อมูลตัวนี้ควรที่จะอยู่ในกระบวนการสร้างอ่างด้วย เมื่อต้องแลยกับพื้นที่ป่าที่จะใช้รับน้ำ และ งบประมาณจำนวนมาก”

สมเกียรติ มีธรรม

The-Royal-Irrigation-Department-is-building-the-Mae Wang-Reservoir-in-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo07.jpg
The-Royal-Irrigation-Department-is-building-the-Mae Wang-Reservoir-in-Chiang Mai-SPACEBAR-Photo08.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์