สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวม 9 พ.ย.2568 ประเทศไทยยังมีฝนตก ‘กทม.-ปริมณฑล’ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

9 พ.ย. 2568 - 10:03

  • สทนช.สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 9 พ.ย. 2568

  • ทั่วไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง มีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง

  • กรุงเทพฯ ปทุมธานี และนนทบุรี เสี่ยงน้ำท่วมจากการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวม 9 พ.ย.2568 ประเทศไทยยังมีฝนตก ‘กทม.-ปริมณฑล’ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เวลา 7.00 น. ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดแรงขึ้น แนะนำให้ประชาชนระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันยังมีกำลังค่อนข้างแรง 

1.สภาพอากาศวันนี้ หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือและประเทศเมียนมา ทำให้ภาคเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา และตาก สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้

คาดการณ์วันที่ 10–12 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนไปปกคลุมประเทศเมียนมา ในขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ เนื่องจากยังคงมีลมตะวันตกพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง

2.สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม ปริมาณน้ำรวม 89% ของความจุเก็บกัก (71,444 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 81% (47,323  ล้าน ลบ.ม.)

การประเมินสถานการณ์แหล่งน้ำขนาดใหญ่ แหล่งน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% จำนวน 20 แห่ง ดังนี้ ภาคกลาง 3 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 แห่ง ภาคตะวันออก 6 แห่ง ภาคตะวันตก 6 แห่ง และภาคใต้ 2 แห่ง

3.คุณภาพน้ำ ณ จุดเฝ้าระวัง แม่น้ำสายหลัก น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน น้ำเพื่อการเกษตร แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

4.พื้นที่ประสบอุทกภัย วันที่ 8 พ.ย. 68 เกิดสถานการณ์อุทกภัย รวม 69 อำเภอ ในพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ จ.สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐมและอุบลราชธานี

5. การให้ความช่วยเหลือ/แจ้งเตือน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast พื้นที่ จ.ลำพูน พบว่ามีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ลี้ และยังคงตกต่อเนื่อง ขอให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่เสี่ยงริมห้วย/คลอง/ลำน้ำ ที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.ป่าไผ่ ต.แม่ตืน และพื้นที่ใกล้เคียง โดยขอให้ผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงข้างต้น ยกของขึ้นที่สูง ดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ติดตามข่าวสารจากทางราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

กรมชลประทาน  ลงพื้นที่ชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาว่า เขื่อนเจ้าพระยา เป็นอาคารชลประทานที่สำคัญในการบริหารน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก จะทำหน้าที่ในการรับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลหลากลงมาด้วยการใช้พื้นที่ว่างบริเวณตอนบนหน่วงน้ำเอาไว้ และตัดยอดน้ำจากการรับน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกอย่างเต็มศักยภาพให้มากที่สุด ก่อนที่ปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจะทยอยระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ตอนล่าง

สำหรับข้อเรียกร้องที่ขอให้กรมชลประทานไม่ระบายน้ำเพิ่มเข้าไปในพื้นที่ ต.หัวเวียง และ ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นั้น กรมชลประทาน จะไม่รับน้ำเพิ่มเข้ามาในพื้นที่ทางแม่น้ำน้อยมากไปกว่าปัจจุบัน โดยจะคงการระบายไว้ในเกณฑ์ 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบให้กับพื้นที่ดังกล่าว และจะมีการติดตามประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการระบายน้ำรายวันให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำฝน-น้ำท่า เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุดต่อไป

The-Royal-Irrigation-Department-summarized-the-overall-water-situation-in-the-country-on-November-9-2025-SPACEBAR-Photo V02.jpg

GISTDA เปิดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ในจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร

โดย 3 จังหวัดนี้เป็นพื้นที่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นของเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และ คลองสาขา ซึ่งเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ รวมถึง พื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ หรือที่เรียกว่า "แนวฟันหลอ"

จากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยานั้นได้ส่งผลให้ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น และมีโอกาสเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ ปัจจัยในเรื่องของ น้ำทะเลหนุนสูง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตปริมณฑลและกรุงเทพมหานคร ทำให้การระบายน้ำทำได้ยากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

โดยข้อมูลบนแผนที่ได้จำแนกพื้นที่เสี่ยงให้ชัดเจนด้วยสีส้มที่ระบุว่าหากระบายน้ำในปริมาณ 2,700 ลบ.ม./วินาที อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดน้ำท่วมในบริเวณพื้นที่โดยรอบ และหากเพิ่มปริมาณการระบายน้ำเป็น 2,800 ลบ.ม./วินาที อย่างต่อเนื่องก็จะทำให้มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมตามสีแดงที่ปรากฏ

1.จังหวัดปทุมธานี พื้นที่เสี่ยงส่วนใหญ่กระจายตามแนว 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่อำเภอสามโคกลงมาถึงอำเภอเมืองปทุมธานี

2.จังหวัดนนทบุรี มีพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำหลายจุด โดยเฉพาะอำเภอปากเกร็ดและบางกรวย ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

3.กรุงเทพมหานคร พื้นที่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา เช่น บางพลัด บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ และธนบุรี ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบดังกล่าวอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำแทบทั้งสิ้น

The-Royal-Irrigation-Department-summarized-the-overall-water-situation-in-the-country-on-November-9-2025-SPACEBAR-Photo V01.jpg

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งติดตามสถานการณ์น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงและสีส้มตามแผนที่การวิเคราะห์ของ GISTDA เตรียมพร้อมขนย้ายของขึ้นที่สูง และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการอย่างต่อเนื่อง และGISTDA ยังคงติดตามสถานการณ์ดังกล่าวโดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนรับมือและบรรเทาสถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์