จากคลิป TikTok สู่อินฟลูเอนเซอร์ถูกร้องเรียน ภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์เชื่อถือได้แค่ไหน

27 ต.ค. 2569 - 16:55

  • คลิป TikTok จุดเริ่มต้นของการเปิดเผยเรื่องราวจากผู้หญิงหลายราย

  • ชื่อเสียง ยอดผู้ติดตาม และภาพถ่ายกับคนดัง อาจถูกใช้สร้างความน่าเชื่อถือ

  • จากงานถ่ายแบบถึงประกาศรับสมัครงาน เมื่อข้อเสนอที่ดูดีอาจไม่ตรงกับความเป็นจริง

จากคลิป TikTok สู่อินฟลูเอนเซอร์ถูกร้องเรียน ภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์เชื่อถือได้แค่ไหน

บางครั้งเรื่องใหญ่ก็เริ่มต้นจากคลิปธรรมดาเพียงคลิปเดียว เช่นเดียวกับกรณีอินฟลูเอนเซอร์ชายที่กำลังเป็นข่าว หลังอดีตแฟนสาวโพสต์คอนเทนต์ร่วมกับเขาบนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ก่อนมีผู้หญิงคนหนึ่งติดต่อมาทาง TikTok เพื่อสอบถามความสัมพันธ์ของทั้งคู่ พร้อมเล่าว่าเคยถูกฝ่ายชายพยายามล่วงละเมิดทางเพศระหว่างถ่ายแบบ จากนั้นจึงมีผู้หญิงรายอื่นทยอยติดต่อเข้ามาเล่าประสบการณ์เพิ่มเติม

กระทั่งวันที่ 24 ตุลาคม ผู้หญิงหลายรายเข้าร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด โดยกล่าวหาว่าชายคนดังกล่าวชักชวนไปรับงานถ่ายแบบ ทำคอนเทนต์ หรือเล่นดนตรี ก่อนมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ บางรายยังอ้างว่าฝ่ายชายใช้ภาพถ่ายกับคนดัง รวมถึงอ้างว่ารู้จักตำรวจและผู้มีอิทธิพลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือหรือข่มขู่ไม่ให้แจ้งความ อย่างไรก็ตามข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และรับฟังคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา

เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามว่า เรารู้จักตัวตนของคนบนโลกออนไลน์มากแค่ไหน? เพราะทุกวันนี้ใครก็สามารถสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดีมีชื่อเสียง หรือดูเหมือนรู้จักบุคคลสำคัญผ่านภาพถ่ายและคอนเทนต์ต่างๆ ยิ่งมีผู้ติดตามจำนวนมากก็อาจยิ่งทำให้คนรู้สึกเชื่อถือ ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้รับประกันว่าเจ้าของบัญชีแท้จริงแล้วเป็นคนอย่างไร

ความน่าเชื่อถือที่สร้างขึ้นยังอาจถูกนำไปใช้แสวงหาประโยชน์จากผู้อื่นโดยเฉพาะเรื่องงาน ไม่ว่าจะเป็นการชวนไปถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา หรือทำคอนเทนต์ ซึ่งผู้รับงานย่อมมองว่าเป็นโอกาสสร้างรายได้ แต่บางครั้งข้อเสนอที่ดูดีกลับไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่นเดียวกับปัญหาประกาศรับสมัครงานธุรการหรืองานสำนักงาน แต่เมื่อไปสัมภาษณ์กลับพบว่าเป็นงานขายประกันหรือชวนหาลูกทีมทั้งที่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดไว้ตั้งแต่แรก ปัญหาจึงไม่ใช่ตัวอาชีพแต่เป็นการปกปิดข้อมูลที่ทำให้ผู้สมัครเข้าใจผิด

บางกรณีร้ายแรงถึงขั้นกลายเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ โดยกรมการจัดหางานเคยเตือนถึงมิจฉาชีพที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ประกาศรับสมัครงานแอดมินหรืองานตอบแชต พร้อมเสนอรายได้สูงและสวัสดิการดี ก่อนหลอกพาผู้สมัครข้ามชายแดนไปบังคับทำงานในขบวนการสแกมเมอร์ แม้แต่ละกรณีจะมีความรุนแรงต่างกันแต่สิ่งที่เหมือนกันคือการใช้คำพูด ข้อเสนอ หรือภาพลักษณ์สร้างความไว้วางใจเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับข้อเสนอที่อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง

อย่างไรก็ตามโลกออนไลน์ก็ไม่ได้มีเพียงด้านที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวง เพราะยังเป็นพื้นที่ให้ผู้คนแลกเปลี่ยนข้อมูลและบอกเล่าประสบการณ์ที่เคยพบเจอ เหมือนกรณีอินฟลูเอนเซอร์รายนี้ซึ่งคลิป TikTok กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้หญิงหลายคนได้ติดต่อพูดคุยกัน นำไปสู่การร้องเรียนแม้เรื่องราวทั้งหมดจะยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ตาม

ท้ายที่สุดสิ่งสำคัญไม่ใช่การบอกให้ทุกคนเลิกเชื่อใจคนบนโลกออนไลน์ แต่คือการตั้งคำถามว่าเราจะทำอย่างไรให้การสร้างภาพลักษณ์เพื่อหลอกลวงหรือเอาเปรียบผู้อื่นทำได้ยากขึ้น รวมถึงแพลตฟอร์มและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีส่วนรับผิดชอบอย่างไร เพราะ ยอดผู้ติดตามไม่ได้รับประกันความจริงใจ ภาพถ่ายกับคนดังไม่ได้ยืนยันความน่าเชื่อถือ และตัวตนที่เราเห็นผ่านหน้าจอก็อาจไม่ใช่ทั้งหมดของคนคนหนึ่ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์