รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศผลักดัน ‘การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ’ เป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาที่กัดกร่อนสังคมไทยมานาน และเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทยจำนวนมาก จึงต้องเอาจริงเอาจังเพื่อฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ คืนศักดิ์ศรี คืนความหวัง และสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนคนไทยทุกคน บนความร่วมมือจากหลายๆ ซึ่งการดำเนินการเป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน คือ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้กลไกการทำงานด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ตั้งแต่การช่วยเหลือลูกหนี้ ไกล่เกลี่ยและประนีประนอมข้อพิพาท การเฝ้าระวังและป้องกัน รวมถึงการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด
รัดเกล้า กล่าวต่อว่า หลังจากขั้นตอนการไกล่เกลี่ยแล้ว รัฐบาลจะช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งกระทรวงการคลังจะเข้าไปช่วยในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน ทั้งช่วยปรับระยะเวลา เงื่อนไข และกระบวนการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถชดใช้หนี้ได้ ไม่เบียดบังการใช้ชีวิต
ขณะที่รัฐบาลจะระมัดระวังไม่สร้างภาวะ ‘อันตรายทางศีลธรรม’ หรือ Moral Hazard ในมาตรการการช่วยเหลือทั้งหมด นอกจากการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบแล้ว ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ รัฐบาลจะมีการแถลงภาพรวมหนี้แบบครบวงจร ซึ่งจะครอบคลุมทั้งหนี้ในระบบ และหนี้นอกระบบอีกครั้ง
รัดเกล้า กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีย้ำเสมอว่าปัญหาหนี้นอกระบบได้กัดกร่อนสังคมไทยมายาวนาน และเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสังคมอีกหลายประการ อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทุกคนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะทำให้โครงการนี้ช่วยปลดปล่อยพี่น้องประชาชนจากการเป็นทาสหนี้นอกระบบ ลืมชีวิตที่เคยลำบาก มีกำลัง มีแรงใจ ที่จะทำตามความฝัน และนับจากนี้เป็นต้นไปมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ตรงจุด ตรงประเด็น และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อตัวชี้วัดของการแก้ไขปัญหาในระดับชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปด้วย ดังนั้นขอเชิญชวนประชาชนที่ประสบปัญหาหนี้นอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นการถูกข่มขู่คุกคาม ถูกดูหมิ่น ในการทวงถามหนี้ ถูกกระทำโดยไม่เป็นธรรม หรือท่านที่มีความประสงค์จะปรับเปลี่ยนแก้ไขหนี้จากนอกระบบให้เป็นหนี้ในระบบ เพื่อที่จะได้มีภาระในการผ่อนชำระน้อยลง สามารถลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบได้ 5 ช่องทาง ตั้งแต่วันนี้ ถึง 29 ก.พ.67
(1) เว็บ debt.dopa.go.th
(2) App ThaiID
(3) สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567
(4) ที่ว่าการอำเภอ
(5) สำนักงานเขตทุกแห่งใน กทม.




