กรมอุทยานฯ ยกเครื่องท่องเที่ยวสายกรีนสู่ยุคดิจิทัล ใช้ E-Ticket ล้อมคอกทุจริต

31 ต.ค. 2568 - 16:16

  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ล้อมคอกทุจริต เปิดใช้ E-Ticket ปรับระบบท่องเที่ยวสายกรีนสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

  • นำร่อง 6 อุทยานทางทะเล ก่อนใช้ครบทั้ง 156 อุทยาน ปี 2572

กรมอุทยานฯ ยกเครื่องท่องเที่ยวสายกรีนสู่ยุคดิจิทัล ใช้ E-Ticket ล้อมคอกทุจริต

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าปรับโฉมระบบท่องเที่ยวธรรมชาติของไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมใช้ “E-Ticket” ระบบจำหน่ายบัตรเข้าชมอุทยานแห่งชาติแบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนการฉีกตั๋วและรับเงินสด หวังปิดช่องโหว่การทุจริต เพิ่มความโปร่งใส และยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้สะดวก รวดเร็ว และตรวจสอบได้

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า การจัดระเบียบระบบเข้าเที่ยวอุทยานแห่งชาติครั้งนี้เน้นแนวคิด “รวดเร็ว–โปร่งใส–ประทับใจประชาชน” โดยเฉพาะการป้องกันการทุจริต เนื่องจากระบบเดิมที่ใช้การฉีกตั๋วและรับเงินสด เป็นช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การคอร์รัปชันได้

ระบบ E-Ticket ถูกพัฒนาภายใต้โครงการ E-National Park ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติรูปแบบใหม่ เพื่อป้องกันการทุจริตและจัดระเบียบรายได้อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

โครงการ E-National Park ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  1. ระบบจ่ายเงินที่ไม่ใชระบบจ่ายตรงกับเจ้าหน้าที่ แต่ชำระเงินผ่านเครื่อง EDC และ QR Code ส่งตรงเข้าธนาคารและธนาคาร
  2. พัฒนาระบบการอนุญาตการจองบ้านพักออนไลน์ จากระบบ E-Ticket  พัฒนาต่อยอดจาก Application QueQ ที่ใช้สำหรับจองคิวเข้าอุทยาน
  3. ติดตั้งจุด Face Scan สแกนใบหน้า เพื่อป้องกันการสับสน นักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
transforming-national-park-visits-with-digital-e-tickets-SPACEBAR-Photo01.jpg

นำร่อง 6 อุทยานทางทะเล เริ่ม 15 ตุลาคม 2568

กรมอุทยานฯ นำร่องใช้ระบบ E-Ticket ใน 6 อุทยานแห่งชาติทางทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากและสร้างรายได้สูง ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาทจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 15 ตุลาคม 2568

อุทยานแห่งชาติที่เข้าร่วมประกอบด้วย

  1. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา (เขาพิงกัน)
  2. อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี (เกาะไม้ไผ่ อ่าวมาหยา เกาะปอดะ)
  3. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน (เกาะเมียง เกาะสิมิลัน)
  4. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (เกาะรอก)
  5. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ (อ่าวช่องขาด อ่าวไม้งาม)
  6. อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี (เกาะห้อง เกาะเหลาลาดิง)

ทั้งนี้ แผนในปี 2569 จะขยายจุดสแกนใบหน้าเพิ่มอีก 70–80 แห่งทั่วประเทศ และภายในปี 2570–2572 จะครอบคลุมอุทยานแห่งชาติทั้งหมด 156 แห่ง

เพิ่มรายได้–โปร่งใส–ยั่งยืน

อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุว่า การจัดระเบียบระบบเข้าเที่ยวอุทยานด้วย E-Ticket จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ ตั้งเป้าสร้างรายได้รวม 4,000–5,000 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่รายได้รวมของกรมในรอบ 12 ปี (2557–2568) อยู่ระหว่าง 696 ล้านบาท ถึงกว่า 2,000 ล้านบาท โดยปี 2568 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอีกกว่า 2% หรือมากกว่า 2,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการท่องเที่ยวยังไม่เพียงพอต่อรายจ่ายประจำที่ต้องคืนให้ท้องถิ่น ค่าจ้างพนักงาน และค่าบำรุงอุทยาน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1,400–1,500 ล้านบาทต่อปี ขณะที่งบประมาณรายจ่ายของกรมในปีงบประมาณ 2568 อยู่ที่ 2,199.72 ล้านบาท โดยได้อนุมัติใช้จ่ายไปแล้วกว่า 99% ของวงเงินทั้งหมด ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้จ่ายได้ที่เว็บไซต์กรมอุทยานฯ

ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ E-Ticket ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติให้ทันสมัยและปลอดทุจริต แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบและยั่งยืนมากขึ้น เทคโนโลยีดิจิทัลจึงไม่เพียงช่วยจัดระเบียบรายได้ของรัฐ หากยังช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของไทยให้คงอยู่เพื่อคนรุ่นต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์