ผลการสืบสวนสอบสวนคดีแก๊งวัยรุ่นฆาตกรรม ‘ป้าบัวผัน’ หรือ บัวผัน ตันสุ หรือ ป้ากบ เริ่มปรากฏชัดขึ้น โดยเฉพาะปมฉาว กรณีคลิปเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดสถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ (สภ.อรัญประเทศ) บังคับขู่เข็ญ ‘ลุงเปี๊ยก’ หรือ ปัญญา คงแสนคำ ผู้เป็นสามีป้าบัวผัน ให้รับสารภาพในคดีนี้ จนกระทั่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีกำหนดให้เสร็จสิ้นใน 3 วัน
ล่าสุด พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคลิปเสียงว่า คดีนี้มีพยานน่าเชื่อว่าตำรวจ สภ.อรัญประเทศ 2 นาย คือ นายดาบตำรวจ และรองผู้กำกับฝ่ายสืบสวน สภ.อรัญประเทศ เข้าข่ายกระทำความผิดวินัยตำรวจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และ 1 ใน 2 นายนี้น่าเชื่อว่าเข้าข่ายกระทำผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 2 จะส่งสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้พนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว สืบสวนสอบสวนและรวบรวบพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากพบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 หรือกฎหมายอื่นใด ก็จะกล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดโดยเด็ดขาด
หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะเรียกนายดาบตำรวจ มาแจ้งข้อกล่าวหา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 กรณีที่ใช้ถุงดำคลุมศีรษะลุงเปี๊ยก
อย่างไรก็ตาม ในชั้นพนักงานสอบสวน ตำรวจทั้ง 2 นาย ยังให้การปฏิเสธ ซึ่งนายดาบตำรวจอ้างว่า ไม่มีเจตนาใช้ถุงดำคลุมศีรษะ ตามที่ถูกกล่าวอ้าง แต่ชุดคณะกรรมการสอบสวนเชื่อว่ามีหลักฐานเพียงพอชี้ได้ว่าตำรวจนายดังกล่าวใช้ถุงคลุมศีรษะลุงเปี๊ยกจริง
ส่วนคดีความทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุในคดีฆาตกรรมป้าบัวผัน รวมไปถึงคดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติม รวมแล้ว 7 คดี ตำรวจได้รับแจ้งความไว้ในขณะนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ก่อเหตุฆาตกรรมป้าบัวผัน ที่มี 5 คน และกลุ่มตังค์ไม่ออก ที่มี 12 คน
เมื่อตรวจสอบย้อนหลังทั้ง 7 คดี ที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ทั้งคดีทำร้ายร่างกาย คดีล่วงละเมิดทางเพศ และคดีร่วมกันทำลายทรัพย์สินผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย พบว่า 3 ใน 5 คน ในคดีฆาตกรรมป้าบัวผัน ร่วมกันก่อเหตุกับกลุ่มตังค์ไม่ออกด้วย ซึ่งทุกคดีพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดทั้งหมด
ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ปกครองของกลุ่มเยาวชนผู้ก่อเหตุ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กและเยาวชน ทางจังหวัดสระแก้วได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาเอาผิด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานคณะกรรมการร่วมกับ 5 สหวิชาชีพ และพนักงานสอบสวน กองบังคับการอุทธรณ์ จ.สระแก้ว ร่วมพิจารณา ซึ่งยังต้องรอผลการตรวจสอบต่อไป





