กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก หลังงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 หรือ Udon Thani International Horticultural Expo 2026 เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่กลับมีผู้เข้าชมสะท้อนปัญหาหลายด้านตั้งแต่การซื้อตั๋ว รถรับ-ส่งภายในงาน ไปจนถึงจุดพักคอยและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
งานนี้เป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ของประเทศไทย จัดขึ้นบนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี กว่า 1,030 ไร่ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ภายในงานมีทั้งสวนนานาชาติ นิทรรศการพรรณไม้ และนวัตกรรมการเกษตรจากหลายประเทศ โดยรัฐบาลตั้งเป้าดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 3.6 ล้านคน และคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท
ก่อนเปิดงานทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เคยประกาศว่า งานก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานหลักเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100% เหลือเพียงการตกแต่งและจัดเตรียมบูธบางส่วน ขณะที่วันที่ 30 ตุลาคม นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าภาพรวมงานมีความพร้อมเกือบ 100%
อย่างไรก็ตามเมื่อเปิดให้เข้าชมจริงในวันที่ 1 พฤศจิกายน กลับพบว่าการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนยังมีปัญหาหลายจุด โดยเฉพาะรถรางและรถรับ-ส่งภายในงานที่ไม่เพียงพอทำให้ต้องรอคิวนาน ขณะที่การจำหน่ายบัตรเข้าชมก็ยังล่าช้าแม้จะมีการจัดช่องจำหน่ายไว้หลายจุดแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด จุดพักคอยและพื้นที่ร่มเงาที่มีน้อย รวมถึงจุดจำหน่ายน้ำดื่มและอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและครอบครัวที่ต้องเดินชมงานเป็นระยะทางไกล ส่วนบริเวณภายนอกงานก็พบปัญหาการจราจรและการจัดพื้นที่จอดรถ
แม้นักท่องเที่ยวบางส่วนจะมองว่าภาพรวมของงานยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดงานที่เตรียมการมาหลายปีและประกาศความพร้อมก่อนเปิดงานจึงยังมีข้อบกพร่องในเรื่องการให้บริการพื้นฐาน
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ งบประมาณของโครงการที่มีกรอบวงเงินรวม 2,750 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบดำเนินงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565–2570 ครอบคลุมทั้งการก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค การจัดสวน การบริหารงาน และการจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ใช่งบที่ใช้เฉพาะในช่วงเปิดงาน
เดิมคณะรัฐมนตรีอนุมัติกรอบงบประมาณไว้ 2,500 ล้านบาท ก่อนมีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ให้ขยายวงเงินเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 250 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรม โดยรัฐบาลชี้แจงว่าเป็นการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ AIPH เพื่อให้การจัดงานเป็นไปตามมาตรฐานระดับนานาชาติ
อย่างไรก็ตาม การอนุมัติขยายกรอบวงเงินไม่ได้หมายความว่างบเพิ่มเติมทั้งหมดถูกใช้จ่ายไปแล้ว เพราะเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังระบุว่าคาดว่าจะได้รับการจัดสรรงบส่วนนี้ในเดือนธันวาคม 2569 หรือมกราคม 2570
เมื่อพิจารณาถึงขนาดของโครงการและงบประมาณที่วางไว้จึงเกิดคำถามว่า การเตรียมความพร้อมที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้เข้าชมมากเพียงใด เพราะนอกจากความสวยงามของสวนและอาคารจัดแสดงแล้ว การเดินทางภายในงาน น้ำดื่ม ห้องน้ำ จุดพักคอย และระบบจำหน่ายบัตร ก็เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความประทับใจของนักท่องเที่ยวไม่ต่างกัน
หลังได้รับเสียงสะท้อนนายวัชระพลยอมรับว่ามีปัญหาด้านการให้บริการจริง และได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเพิ่มจำนวนรถรับ-ส่ง จุดจำหน่ายบัตร จุดบริการน้ำดื่มและอาหาร รวมถึงจัดพื้นที่ร่มเงาและจุดพักคอยเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าให้เห็นการปรับปรุงภายในสัปดาห์แรกของการจัดงาน
สำหรับวันแรกมีผู้เข้าชมรวม 8,999 คน และคาดว่าหากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวจำนวนผู้เข้าชมอาจเพิ่มเป็นประมาณ 20,000 คนต่อวัน ซึ่งยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะหากระบบบริการยังรองรับผู้เข้าชมไม่เพียงพอปัญหาที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของการจัดงาน
ประเด็นสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่าบัตรเข้าชมราคา 199 บาทแพงหรือถูก แต่คือประชาชนควรได้รับประสบการณ์แบบใดจากงานที่ได้รับการประชาสัมพันธ์ว่าเป็นมหกรรมระดับโลก
การจัดงานขนาดใหญ่ย่อมมีโอกาสเกิดปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการเตรียมความพร้อมรอบด้าน โดยเฉพาะบริการพื้นฐานที่ควรจัดไว้อย่างเพียงพอตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ต้องรอให้เกิดข้อร้องเรียนก่อนจึงเริ่มปรับปรุง
ท้ายที่สุดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ยังมีเวลาจัดงานอีกหลายเดือน และยังมีโอกาสสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเกษตรให้กับประเทศไทยตามเป้าหมายที่วางไว้
แต่สิ่งที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริงอาจไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าชมหรือความยิ่งใหญ่ของสถานที่เพียงอย่างเดียว หากยังต้องวัดจากคุณภาพการบริหารจัดการ ความคุ้มค่าของงบประมาณ และความประทับใจที่ประชาชนได้รับกลับไปด้วย
เพราะการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกไม่ได้หมายถึงการสร้างสถานที่ให้ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการทำให้ทุกคนที่เดินทางมาได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่งาน




