เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ปภ.โอน 4.7 พันล้านให้ออมสิน เร่งจ่ายผู้มีสิทธิ

5 ต.ค. 2569 - 13:53

  • ปภ.โอนงบ 4,700 ล้านบาทให้ออมสินแล้ว เตรียมทยอยจ่ายพื้นที่ที่ตรวจสอบข้อมูลพร้อม

  • ยอดลงทะเบียน ณ 3 ตุลาคม สูงกว่า 7 แสนครัวเรือน แต่ยังต้องตรวจสอบสิทธิก่อนรับเงิน

  • เงินเยียวยา 9,000 บาทกับประกันภัยพิบัติที่เริ่ม 1 ตุลาคม มีหลักเกณฑ์และช่วงเวลาต่างกัน

เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ปภ.โอน 4.7 พันล้านให้ออมสิน เร่งจ่ายผู้มีสิทธิ

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเข้าสู่ขั้นตอนเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยา หลังนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ได้โอนงบประมาณทั้งก้อนจำนวน 4,700 ล้านบาทไปยังธนาคารออมสินแล้ว 

โดยพื้นที่ใดประมวลผลข้อมูลผู้มีสิทธิแล้วเสร็จ สามารถดำเนินการจ่ายเงินได้ตามลำดับ ไม่ต้องรอให้การรวบรวมข้อมูลครบทุกพื้นที่พร้อมกัน กรอบเวลาดังกล่าวยังเป็นเป้าหมายการดำเนินงาน ไม่ใช่การยืนยันว่าผู้ลงทะเบียนทุกครัวเรือนจะได้รับเงินพร้อมกัน เพราะการโอนเงินเข้าบัญชีผู้มีสิทธิซึ่งยังขึ้นอยู่กับความพร้อมและการตรวจสอบข้อมูลของแต่ละพื้นที่

“ประชาชนมีโอกาสได้รับเงินภายในสัปดาห์นี้ แต่ยอมรับว่างบประมาณก้อนแรกที่ได้รับอนุมัติไม่น่าจะเพียงพอ และกรมจะทยอยเสนอขอเพิ่มเติมต่อคณะรัฐมนตรี”

“โดยวงเงิน 4,700 ล้านบาทที่ ครม. อนุมัติไว้สำหรับการเยียวยา ทาง ปภ. ได้ส่งให้ธนาคารออมสินแล้วทั้งก้อน ไม่ได้แบ่งปล่อยเป็นงวด”

“เมื่อมีการตรวจสอบสิทธิ์และพบว่าผู้ขอรับการเยียวยาเข้าหลักเกณฑ์ จะใช้เวลาเพียง 1-2 วันในการโอนเงินเข้าบัญชี โดยจะจ่ายเป็นรายบัญชี ใครพร้อมและตรวจสอบเอกสารถูกต้องก่อนก็ได้รับเงินก่อน ไม่ต้องรอให้ทุกรายตรวจสอบเสร็จพร้อมกัน”

นายกฯ สั่งทยอยจ่าย…ไม่ต้องรอฟื้นฟูเสร็จ

ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติช่วงเช้าวันเดียวกัน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับให้กระทรวงมหาดไทยเร่งสำรวจและรับลงทะเบียนผู้ประสบภัย รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมทยอยจ่ายเงินเมื่อข้อมูลพร้อม โดยไม่ต้องรอให้การฟื้นฟูพื้นที่แล้วเสร็จก่อน. 

แนวทางดังกล่าวให้ความสำคัญกับการส่งข้อมูลเป็นรายพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเข้าถึงเงินช่วยเหลือได้เร็วขึ้น ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการในพื้นที่ และ ปภ.ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลสำหรับส่งต่อให้ธนาคารดำเนินการ

ส่วนการจัดสรรงบเพิ่มเติมหากวงเงิน 4,700 ล้านบาทไม่เพียงพอ อาจเสนอของบฉุกเฉินปีงบประมาณ 2570 มาใช้รองรับ เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า นายกรัฐมนตรีให้แนวทางไว้แล้วว่าหากงบไม่เพียงพอ ให้ขอเพิ่มเข้ามาได้ โดยวงเงินปัจจุบันถือเป็นเพียง "ก้อนแรก" เท่านั้น 

“ส่วนการขอเพิ่ม ปภ. จะทยอยเสนอ ครม. เป็นระยะตามความจำเป็น ไม่ต้องรวบรวมยื่นเป็นล็อตใหญ่ครั้งเดียว ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่เพิ่มเข้ามาได้รับความช่วยเหลือเร็วขึ้น”

ลงทะเบียนแล้วกว่า 7 แสนครัวเรือน กทม.มากที่สุด

ข้อมูลระบุว่า ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. มีประชาชนลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาแล้ว 702,217 ครัวเรือน โดยกรุงเทพมหานครมีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 343,545 ครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 49 ของยอดลงทะเบียนทั้งหมดจากการคำนวณตามตัวเลขดังกล่าว

ในเชิงคำนวณ หากผู้ลงทะเบียน 702,217 ครัวเรือนผ่านเกณฑ์ทั้งหมด และได้รับเงินครัวเรือนละ 9,000 บาท จะต้องใช้วงเงินประมาณ 6,320 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ตัวเลขนี้เป็นเพียงการคำนวณจากยอดลงทะเบียน ไม่ใช่ยอดงบประมาณที่รัฐบาลยืนยันว่าต้องจ่าย และไม่สามารถใช้สรุปส่วนขาดของงบ 4,700 ล้านบาทได้โดยตรง เพราะยังต้องตรวจสอบสิทธิและยอดจ่ายที่ดำเนินการไปแล้ว

ใครเข้าข่ายรับเงินเยียวยา 9,000 บาท

สำหรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2569 หลักเกณฑ์ที่รัฐบาลเผยแพร่กำหนดความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับที่อยู่อาศัยประจำที่ได้รับผลกระทบ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่

  • ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
  • หรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน
  • ที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์
  • ได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 ครัวเรือน. 

การเปิดลงทะเบียนล่าสุดครอบคลุมผู้ประสบอุทกภัยที่เกิดเหตุในช่วง 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569 ในพื้นที่ 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดย ปภ.ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เปิดรับลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา. 

ลงทะเบียนได้ทั้ง “ทางรัฐ” และหน่วยงานในพื้นที่

ผู้ประสบภัยสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ 2 ช่องทาง คือ ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและใช้ติดตามสถานะได้ หรือยื่นเอกสารด้วยตนเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ส่วนกรุงเทพมหานครยื่นได้ที่สำนักงานเขต

รัฐบาลยังสั่งการให้จังหวัด อำเภอ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความยากในการลงทะเบียน โดยให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงสิทธิ. 

สำหรับการเตรียมรับเงิน รัฐบาลเคยแจ้งให้ผู้มีสิทธิตรวจสอบบัญชีรับเงินและการผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อย ประชาชนจึงควรตรวจสอบข้อมูลบัญชีควบคู่กับสถานะคำขอ และติดตามประกาศรอบจ่ายเงินของพื้นที่ตนเอง. 

แยกเงินเยียวยาเดิมกับประกันภัยพิบัติที่เริ่ม 1 ตุลาคม

อีกประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจคือ เงินเยียวยาน้ำท่วมครัวเรือนละ 9,000 บาท กับโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน เป็นคนละมาตรการและมีช่วงเวลาคุ้มครองแตกต่างกัน

รัฐบาลระบุว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเดิมยังใช้สำหรับภัยที่เกิดในช่วง 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569 ส่วนกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติฉบับใหม่กำหนดเริ่มคุ้มครองวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อจัดระบบความช่วยเหลือและหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนในการใช้งบประมาณ

สำหรับบ้านที่ถูกน้ำท่วมก่อนวันที่ 1 ตุลาคมและยังท่วมต่อเนื่องหลังจากนั้น ผู้ประสบภัยควรให้หน่วยงานตรวจสอบวันเกิดเหตุและข้อเท็จจริงของความเสียหายตามหลักเกณฑ์ ไม่ควรสรุปจากวันลงทะเบียนเพียงอย่างเดียวว่าจะอยู่ภายใต้มาตรการใด หรือได้รับเงินจากทั้งสองมาตรการโดยอัตโนมัติ

เร่งเยียวยาควบคู่รับมือฝนและน้ำทะเลหนุน

แม้รัฐบาลกำลังเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือ แต่หลายพื้นที่ยังต้องรับมือความเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มเติม รายงานการประชุมวันที่ 4 ตุลาคมระบุให้เตรียมพร้อมรับฝนช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม และเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนช่วงวันที่ 5–10 ตุลาคม ซึ่งอาจทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยล่าช้า โดยให้เร่งพร่องน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง

Urgent-flood-relief-efforts-underway-with-over-4-billion-baht-allocated-SPACEBAR-Photo01.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์