วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่มีเยาวชนอายุ 14 ปี ใช้อาวุธมีดแทงเพื่อนจนเสียชีวิต ว่า เท่าที่ได้รับรายงานความคืบหน้าล่าสุด ยืนยันว่าเด็กที่ก่อเหตุนั้นไม่ได้อยู่ในบัญชีของเด็กพิเศษ ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กระทรวง พม. เราได้ทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร ส่งนักจิตวิทยาและเจ้าหน้าที่ของกรมสุขภาพจิตเข้าไปร่วมทำงานด้วย
“ได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองและเด็กผู้ก่อเหตุ ส่วนผู้ที่ถูกกระทำกำลังถูกเยียวยาทางด้านจิตใจ มีเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยอยู่ตลอด ในส่วนรายละเอียด คงต้องเป็นการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ด้วยเงื่อนไขตามกฎหมาย จะมีเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ของกระทรวง พม.ประกอบอยู่ในทุกขั้นตอน เพื่อดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน”
ส่วนปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั้น รมว.พม. กล่าวว่า กระทรวง พม.เร่งดำเนินการตั้งแต่ที่ตนเข้ามาทำงาน สิ่งต้องเน้นคือเรื่องความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เพราะความใกล้ชิดเป็นสายใยที่จะป้องกันเหตุ รวมถึงเอาใจใส่ของผู้ปกครองในการพูดคุย ซึ่งจะเป็นสัญญาณว่า เด็กมีความรู้สึกเช่นไร อย่างไร
ส่วนการเสนอแก้ไขกฎหมายที่ถูกมองว่ามีอัตราโทษของเด็กและเยาวชนน้อยเกินไปนั้น วราวุธ กล่าวว่า มีหลายฝ่ายที่เสนอเข้ามา โดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ จะมีการประชุมกับคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก คงจะต้องมีการรับฟังกันว่า หากจะลดอายุของเยาวชนลงตามที่หลายฝ่ายมีข้อสังเกตนั้น จะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่อย่างไร หรือจะทำให้เด็กที่ก่อเหตุอายุน้อยลงไปอีก
“คงจะต้องรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย และหาการแก้ไขที่ดีที่สุด หน้าที่ของเราไม่ใช่ความต้องการลงโทษ แต่เราต้องการปกป้องไม่ให้เด็กเจอกับสถานการณ์ต่างๆ จนทำให้มีพฤติกรรมเช่นนี้”
สำหรับการแก้ปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนนั้น วราวุธ กล่าวว่า คงต้องฝากทางคุณครู และผู้บริหารสถานศึกษา เพราะการบูลลี่ในปัจจุบันบางครั้งไม่ได้แสดงออกทางวาจา หรือทางกายภาพ แต่เป็นการบูลลี่กันผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจส่งผลพลอยได้เป็นความรุนแรง
พม.ระดมภาครัฐ-เอกชน เยียวยาเหตุโรงงานพลุระเบิดแล้ว 7 ล้านบาท ส่งนักจิตวิทยาติดตามครอบครัวเหยื่อใกล้ชิด
วราวุธ ศิลปอาชา รมว.พม.) ยังกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีโรงงานพลุระเบิดที่ จ.สุพรรณบุรี ว่า เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.การเยียวยาด้านปัจจัย ซึ่งในเรื่องงบประมาณนั้น ทาง พม.ร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มอบเงินไปทั้งสิ้นเกือบ 7 ล้านบาท ให้กับทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ
โดยในส่วนของ พม.นั้นได้มอบเงินเกือบ 6 แสนบาทสำหรับการเยียวยาให้ผู้สูญเสียและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการฌาปนกิจชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิต และมอบเงินช่วยเหลืองวดสุดท้าย
2.การเยียวยาด้านจิตใจ ซึ่งทาง พม.ได้ส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา ไปพูดคุยกับทุกครอบครัวอยู่ตลอด โดยตอนนี้มี 3 ครอบครัวที่ยังน่าเป็นห่วง โดยเจ้าหน้าที่นักจิตวิทยาต้องประกบตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้น แต่อีกครอบครัวหนึ่ง ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสีย นักจิตวิทยาก็ติดตามอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าสภาพจิตใจจะดีขึ้นตามลำดับ โดยจะดูแลไปอีกพักใหญ่




