ปิดระบบไปแล้วสำหรับการลงทะเบียนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ กระทรวงการคลังสรุปยอดผู้ลงทะเบียน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม 13.2 ล้านคน จำนวนนี้ไม่ได้ยืนยันสิทธิ 470,000 คน กลุ่มตกหล่นมีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูล 1.04 ล้านคน และกลุ่มตกหล่นไม่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลใดเลยของรัฐบาล 5.4 ล้านคน ผู้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิรวม 19.17 ล้านคน
เงินที่ได้รับจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาท ต่อคน ต่อเดือน ป้าทวี พิมพะสอน อายุ 66 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ นำไปซื้อข้าวเหนียวมาเก็บไว้กินในครอบครัว ส่วนที่เหลือซื้อข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ในภาวะเศรษฐกิจที่ข้าวยากหมากแพง เงินจำนวนนี้ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้ เพราะแม้จะปลูกพืชผักสวนครัวไว้ขาย แต่ผลผลิตได้ไม่มาก และขายไม่ได้ราคา ทำให้รายได้สวนทางกับรายจ่าย

ป้าทวี เล่าว่า ครอบครัวอยู่ด้วยกัน 3 คน ได้รับสิทธิทั้งหมด จะรวมเงินไปซื้อข้าวสารอาหารแห้งมาเก็บไว้ ที่ผ่านมามีสิทธิลงทะเบียน 3 ครั้ง ครั้งแรกมีสิทธิเข้าร่วมโครงการแต่ไม่สนใจไปลงชื่อ เพราะไม่เชื่อว่าจะมีการแจกจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนจริง จึงไม่ได้รับสิทธิ กระทั่งมีการลงทะเบียนครั้งที่ 2 จึงไปลงทะเบียนใช้สิทธิกับ ธกส. เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
“แต่เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูล เจ้าหน้าที่แจ้งว่าคุณสมบัติไม่ผ่านการตรวจสอบ เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวมีอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ความจริงมีที่นาเพียง 1 ไร่ บ้าน 1 หลังเท่านั้น จึงได้ชี้แจงพร้อมขอให้ตรวจสอบอีกครั้ง เมื่อมีข้อมูลยืนยันข้อเท็จจริงแล้ว ป้าจึงได้รับเงินจากโครงการย้อนหลัง”
“ครั้งที่ 3 ป้าให้หลานลงทะเบียนยืนยันสิทธิทางออนไลน์ แต่ไม่มั่นใจว่าจะได้รับเงิน 1,000 บาท 50:50 เพราะการตรวจสอบครั้งที่ 2 ที่ไม่ผ่าน กังวลว่าครั้งนี้จะไม่ผ่านเช่นกัน ตอนนี้รอฟังผลไปก่อน หากได้รับสิทธิก็ถือว่าโชคดี หากไม่ผ่านรัฐบาลจะให้อุธรณ์ แต่ป้าทำไม่เป็นไม่รู้ว่าจะต้องไปยื่นเรื่องอย่างไร เงิน 1,000 บาทในสมัยนี้ ซื้อข้าวของได้ไม่มาก เพราะสินค้าปรับขึ้นราคา แต่ก็ได้เงินจำนวนนี้มาบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย” ป้าทวี กล่าว

ขณะที่ สุพัฒน์ชัย สำราญโรศ อายุ 41 ปี ผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ บอกว่า ที่ผ่านมาไม่ต้องการเข้าร่วมโครงการ เพราะกังวลว่าคุณสมบัติจะไม่ผ่าน จึงไม่เคยยื่นเรื่องขอใช้สิทธิ กระทั่งรู้ข่าวจากครอบครัวว่า โครงการสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ ให้ชาวบ้านที่ไม่เคยได้รับสิทธิยื่นหลักฐาน จึงตัดสินใจร่วมประชุมตามที่ผู้นำชุมชนแจ้ง พร้อมกับลงชื่อสมัครดำเนินการตามขั้นตอน มีความหวังว่าจะได้นำเงินจำนวนนี้มาใช้จ่ายในครอบครัว
“ผมทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน ที่ผ่านมาทำงานอย่างเดียวไม่ได้สนใจเรื่องโครงการความช่วยเหลือของรัฐบาล วันที่ประชุมไปลงชื่อ กรอกเลขที่บัตรประชาชน ถึงคุณสมบัติจะตรงตามที่รัฐบาลกำหนด แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้รับสิทธิ เพราะที่ผ่านมาไม่สนใจโครงการใดของทางรัฐบาล ไม่เคยเปิดบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน ใบขับขี่หมดอายุหลายสิบปีก็เพิ่งจะไปต่ออายุ หวังว่าจะผ่านการพิจารณาได้ร่วมโครงการ เพราะเงินจำนวนนี้จะได้ช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัว” สุพัฒน์ชัย กล่าว
ด้าน “แม่แดง” หรือ ประหยัด วระแสน ชาวบ้านอีกรายหนึ่งที่ยื่นเอกสารสมัครร่วมโครงการสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ได้สะท้อนถึงความต้องการร่วมโครงการว่า
“เริ่มโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีสามีคนเดียวที่ได้รับสิทธิ ส่วนป้ากับลูกยังไม่เคยได้ร่วมโครงการ และไม่รู้เหตุลที่ไม่ผ่านการพิจารณา จนมีการสำรวจครั้งที่ 2 ครอบครัวไม่ผ่านการพิจารณา ครั้งนี้ก็สมัครเข้าร่วมโครงการอีก มีความหวังว่าสมาชิกในครอบครัวสัก 1 คนมีสิทธิได้รับ 1,000 บาทมาใช้ แต่หากทั้งบ้านไม่ได้ ก็รู้สึกเสียใจ เพราะไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ผ่านการพิจารณา ก็ทำใจไว้แล้วว่าจะไม่ผ่าน”

แม่แดง บอกด้วยว่า เพื่อนบ้านบ้านต่างพูดคุย พร้อมหาสาเหตุว่าอาจจะเป็นไปได้ว่า เมื่อขายที่ดินแล้วทำให้แม่แดงมีเงินในบัญชีธนาคารจึงไม่ได้รับการพิจารณา
"ส่วนตัวแม่แดงเองเชื่อว่าตัวเองและครอบครัวดวงไม่สมพงษ์กับโครงการของรัฐบาล มีโครงการอะไรเข้ามาก็ไม่เคยได้รับการพิจารณา แต่ยังคงตั้งความหวังว่า ในการลงทะเบียนครั้งนี้ คนในครอบครัวสักคนที่ผ่านการพิจารณาก็ดีใจแล้ว"
ท่ามกลางความกังวลต่อเงื่อนไขต่างๆ ในการยื่นสมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ กำนันสุรพันธ์ สุชัย กำนันตำบลห้วยโพธิ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมการอำนวยความสะดวกและคัดกรองสิทธิให้กับชาวบ้านแบบเชิงรุก โดยประกาศนัดหมายให้ชาวบ้านเตรียมพร้อมเอกสารข้อมูล แล้วให้มารวมกันที่ศาลากลางบ้าน เพื่อช่วยเหลือในการลงทะเบียน ทบทวนสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งรายเก่า รายใหม่ และกลุ่มตกหล่น

กำนันสุรพันธ์ บอกว่า ดูแลทั้งหมด 18 หมู่ มีชาวบ้านรายเก่ายืนยันสิทธิ 2,156 คน กลุ่มใหม่ 1,471 คน และกลุ่มรายชื่อตกหล่น 135 คน รายชื่อทั้งหมดนำส่งจังหวัดแล้ว โดยหลังจากรวบรวมในพื้นที่รับผิดชอบ ชาวบ้านรายเก่าแจ้งสละสิทธิ์ไม่ร่วมโครงการ 1 คน และกลุ่มรายชื่อตกหล่น 135 คน เสียชีวิต 2 คน ตัดรายชื่อออก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่เป็นรายเก่า แต่ไม่รู้ข่าวว่าต้องยืนยันตัวตน จะแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปส่งข่าวให้ชาวบ้านได้ดำเนินการ หรือหากชาวบ้านไม่สามารถดำเนินการเองได้ กำนันจะเป็นผู้ดำเนินการให้ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของลูกบ้าน
“เชื่อว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบ แต่อาจจะมีบางรายที่ถูกตัดสิทธิ์แต่จำนวนไม่มาก รายใหม่ที่มาสมัครจะรับสมัครทุกคน เพราะหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นคนที่รับสมัครเท่านั้น เพราะเราจะไม่รู้ข้อมูลเชิงลึกว่าใครมีรายได้ มีเงินในบัญชีธนาคารเท่าไร รายละเอียดการตรวจสอบและการพิจารณาทางกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ดำเนินการ” กำนันสุรพันธ์ กล่าว
จากข้อมูลของสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง สรุปผลการลงทะเบียน ยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4 - 21 มิถุนายน 2569 ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ลงทะเบียนยืนยันสิทธิแล้ว 12,700,720 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.4 กลุ่มผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่อยู่ในฐานข้อมูลของรัฐ กระทรวงมหาดไทยได้ดําเนินการลงทะเบียน 1,047,520 ราย โดยกระทรวงมหาดไทยจะส่งข้อมูลมายังกระทรวงการคลัง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ 17 กรกฎาคม 2569





