4 ธันวาคม 2565 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีตรวจพบสารฟอร์มาลีน โซดาไฟ และไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ ที่เป็นแหล่งผลิตแปรรูปวัตถุดิบร้านหมูกระทะ อ.บ่อวิน จังหวัดชลบุรี ที่ผสมในเนื้อหมู เนื้อวัว เครื่องในกว่า 25,000 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.เกษตรฯ) สั่งการให้กรมปศุสัตว์ขยายผลจากการจับกุมแหล่งผลิตแปรรูปขนาดใหญ่ มีทั้งเนื้อสัตว์สุกร เนื้อวัว เครื่องในสัตว์ ผสมสารอันตรายต่อผู้บริโภคในพื้นที่ จ.ชลบุรี
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า นอกจากนั้น รมต.เกษตรฯ ยังได้สั่งการปศุสัตว์ทุกจังหวัดทั่วประเทศไปตรวจสอบสถานประกอบการมีลักษณะแบบนี้มีอีกหรือไม่ โดยให้เร่งดำเนินการจับกุมลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร , พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ , พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าหรือจำหน่ายเนื้อสัตว์ หากพบกระผิดให้ปิดสถานประกอบการทันที เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตและแหล่งที่มาของวัตถุดิบเนื้อสัตว์ว่ามาจากโรงเชือดที่ถูกกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งส่งเนื้อสัตว์เข้าห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารตกค้างด้วย
ทั้งนี้ รมต.เกษตรฯ มีความห่วงใยประชาชนที่จะจัดงานฉลองกันช่วงเทศกาลปีใหม่ มักจะทำอาหารบริโภค หากเนื้อสัตว์มีแหล่งผลิตที่ไม่มีความปลอดภัย จะเกิดอันตรายทั้งจากสารปนเปื้อนและโรคระบาดได้ จึงสั่งการให้เร่งตรวจสอบทุกแหล่งประกอบการทั่วประเทศ และเนื้อสัตว์ทุกประเภทด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ร่วมตรวจสอบด้านอาหาร ตรวจสอบแหล่งที่มา มีความปลอดภัยตามมาตรฐานฟู๊ดเซฟตี้
“นอกจากนี้ได้ประสานให้กระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจสอบร้านหมูกระทะ ร้านอาหารอีสาน 66 แห่งที่รับเนื้อสัตว์แปรรูไปจำหน่าย เพื่อควบคุมในเรื่องสารปนเปื้อน และสารตกค้าง ในอาหารที่นำไปจำหน่าย เพราะสารฟอร์มาลีน คือ สารใช้ดองศพ จะทำให้เนื้อสัตว์ไม่เน่าและมีสีขาว สารโซดาไฟทำให้เนื้อนุ่มไม่เหนียว และสารไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ เป็นกลุ่มฟอกขาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ยึดอายัดของไว้ไม่ให้ไปจำหน่าย ต้องไปหาแหล่งที่มาให้ได้ นำเนื้อไปตรวจหาในเรื่องโรคระบาด เป็นมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยผู้บริโภค” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวด้วยว่า รมต.เกษตรฯ สั่งการให้ขยายผลทั่วประเทศ โดยให้ตรวจสอบความปลอดภัยอาหาร รวมถึงต้องมีเอกสารการนำเนื้อสัตว์มาจากไหน ตรวจสอบป้องกันไม่ให้นำเข้าเนื้อ ชิ้นส่วนซากสัตว์ผิดกฎหมาย โดยขอเตือนผู้บริโภคว่าเมื่อจะซื้อเนื้อสัตว์ต้องดูอันดับแรก คือ แหล่งผลิต ร้านจำหน่ายหรือเขียงในตลาดต่างๆ ไปซื้อจากโรงเชือดถูกกฎหมาย หรือให้ดูตราปศุสัตว์โอเค (OK) เพราะเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค สามารถเลือกซื้อเนื้อสัตว์โดยทราบแหล่งที่มาได้
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า นอกจากนั้น รมต.เกษตรฯ ยังได้สั่งการปศุสัตว์ทุกจังหวัดทั่วประเทศไปตรวจสอบสถานประกอบการมีลักษณะแบบนี้มีอีกหรือไม่ โดยให้เร่งดำเนินการจับกุมลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร , พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ , พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าหรือจำหน่ายเนื้อสัตว์ หากพบกระผิดให้ปิดสถานประกอบการทันที เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตและแหล่งที่มาของวัตถุดิบเนื้อสัตว์ว่ามาจากโรงเชือดที่ถูกกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งส่งเนื้อสัตว์เข้าห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารตกค้างด้วย
ทั้งนี้ รมต.เกษตรฯ มีความห่วงใยประชาชนที่จะจัดงานฉลองกันช่วงเทศกาลปีใหม่ มักจะทำอาหารบริโภค หากเนื้อสัตว์มีแหล่งผลิตที่ไม่มีความปลอดภัย จะเกิดอันตรายทั้งจากสารปนเปื้อนและโรคระบาดได้ จึงสั่งการให้เร่งตรวจสอบทุกแหล่งประกอบการทั่วประเทศ และเนื้อสัตว์ทุกประเภทด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้รับมอบอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ร่วมตรวจสอบด้านอาหาร ตรวจสอบแหล่งที่มา มีความปลอดภัยตามมาตรฐานฟู๊ดเซฟตี้
“นอกจากนี้ได้ประสานให้กระทรวงสาธารณสุข เข้าตรวจสอบร้านหมูกระทะ ร้านอาหารอีสาน 66 แห่งที่รับเนื้อสัตว์แปรรูไปจำหน่าย เพื่อควบคุมในเรื่องสารปนเปื้อน และสารตกค้าง ในอาหารที่นำไปจำหน่าย เพราะสารฟอร์มาลีน คือ สารใช้ดองศพ จะทำให้เนื้อสัตว์ไม่เน่าและมีสีขาว สารโซดาไฟทำให้เนื้อนุ่มไม่เหนียว และสารไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์ เป็นกลุ่มฟอกขาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ยึดอายัดของไว้ไม่ให้ไปจำหน่าย ต้องไปหาแหล่งที่มาให้ได้ นำเนื้อไปตรวจหาในเรื่องโรคระบาด เป็นมาตรการเกี่ยวกับความปลอดภัยผู้บริโภค” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวด้วยว่า รมต.เกษตรฯ สั่งการให้ขยายผลทั่วประเทศ โดยให้ตรวจสอบความปลอดภัยอาหาร รวมถึงต้องมีเอกสารการนำเนื้อสัตว์มาจากไหน ตรวจสอบป้องกันไม่ให้นำเข้าเนื้อ ชิ้นส่วนซากสัตว์ผิดกฎหมาย โดยขอเตือนผู้บริโภคว่าเมื่อจะซื้อเนื้อสัตว์ต้องดูอันดับแรก คือ แหล่งผลิต ร้านจำหน่ายหรือเขียงในตลาดต่างๆ ไปซื้อจากโรงเชือดถูกกฎหมาย หรือให้ดูตราปศุสัตว์โอเค (OK) เพราะเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค สามารถเลือกซื้อเนื้อสัตว์โดยทราบแหล่งที่มาได้




