รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ที่มีกลุ่มมิจฉาชีพพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัวและดูดเงินจากบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ เร่งรัดดำเนินการมาตราการป้องกัน ยับยั้ง ปราบปราม และดำเนินคดี ที่ผ่านมามีกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน อย่างกรณีการป้องกันการโหลดแอปฯที่อันตราย ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบการแพร่ระบาดของมัลแวร์อันตราย ที่มาในรูปแบบของแอปฯบนมือถือ อย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ใช้งานโทรศัพท์ที่ติดตั้งแอปฯฝังมัลแวร์อันตรายไว้ มีโอกาสที่จะถูกดูดข้อมูลส่วนบุคคลหรือถูกควบคุมมือถือจากระยะไกล ทำให้มิจฉาชีพสามารถทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือได้
จากข้อมูลในปี 2022 มีการเผยแพร่รายชื่อแอปพลิเคชันอันตราย 203 รายการ ทั้งในระบบ iOS และ Android (ดูเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนทำการตรวจสอบ หากพบแอปฯดังกล่าว ให้ถอนการติดตั้งโดยทันที และควรอัพเดทระบบของเครื่องโทรศัพท์ของตนเองให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ พร้อมทั้ง ขอให้ระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอปฯต่างๆ มาใช้งานลงบนมือถือด้วย ทั้งนี้ กระทรวงดีอีเอส ได้ประสานกับทาง Play Store หรือ App Store ให้นำแอปฯเหล่านี้ออกจากระบบแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้
จากข้อมูลในปี 2022 มีการเผยแพร่รายชื่อแอปพลิเคชันอันตราย 203 รายการ ทั้งในระบบ iOS และ Android (ดูเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนทำการตรวจสอบ หากพบแอปฯดังกล่าว ให้ถอนการติดตั้งโดยทันที และควรอัพเดทระบบของเครื่องโทรศัพท์ของตนเองให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ พร้อมทั้ง ขอให้ระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอปฯต่างๆ มาใช้งานลงบนมือถือด้วย ทั้งนี้ กระทรวงดีอีเอส ได้ประสานกับทาง Play Store หรือ App Store ให้นำแอปฯเหล่านี้ออกจากระบบแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้





