สทนช.เตือน 23 จังหวัด และ กทม.3 เขต เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำท่วมขัง ช่วงวันที่ 10-12 ต.ค.นี้

8 ต.ค. 2569 - 14:49

  • สทนช.เตือน “23 จังหวัด-กทม.3 เขต” เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม-น้ำท่วมขัง-น้ำล้นตลิ่ง ช่วงวันที่ 10-12 ต.ค.นี้

  • ‘นายกฯ’ สั่ง อุตุฯ ประสาน ‘ดร.เสรี ศุภราทิตย์’ เพิ่มความแม่นยำพยากรณ์ ก่อนฝนถล่มซ้ำ 9-13 ต.ค.

  • GISTDA เผยข้อมูลที่วิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียม น้ำท่วม 45 จังหวัด รวมพื้นที่กว่า 5.12 ล้านไร่ นาข้าวเสียหาย 6.21 แสนไร่ ภาคกลางหนักสุด

สทนช.เตือน 23 จังหวัด และ กทม.3 เขต เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำท่วมขัง ช่วงวันที่ 10-12 ต.ค.นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ทั้งนี้ สทนช.ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ำตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่า มีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ 10-12 ต.ค.ดังนี้

พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง-น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า-ดินถล่ม

ภาคเหนือ จ.น่าน (อ.ทุ่งช้าง)

ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (เขตหนองแขม บางแค และบางบอน) จ.สมุทรสาคร (อ.กระทุ่มแบน)

ภาคตะวันออก จ.ระยอง (อ.เมืองระยอง และแกลง) จ.จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ ขลุง และมะขาม) จ.ตราด (อ.เมืองตราด คลองใหญ่ เขาสมิง และบ่อไร่)

ภาคตะวันตก

จ.สมุทรสงคราม (อ.เมืองสมุทรสงคราม อัมพวา และบางคนที)

จ.กาญจนบุรี (อ.เมืองกาญจนบุรี ไทรโยค และด่านมะขามเตี้ย)

จ.ราชบุรี (อ.เมืองราชบุรี จอมบึง ปากท่อ บ้านคา และสวนผึ้ง)

จ.เพชรบุรี (อ.เมืองเพชรบุรี ชะอำ หนองหญ้าปล้อง บ้านลาด ท่ายาง เขาย้อย แก่งกระจาน และบ้านแหลม)

จ.ประจวบคีรีขันธ์ (อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กุยบุรี สามร้อยยอด หัวหิน ปราณบุรี ทับสะแก และบางสะพาน)

ภาคใต้

จ.ชุมพร (อ.เมืองชุมพร ปะทิว พะโต๊ะ หลังสวน ละแม ทุ่งตะโก ท่าแซะ และสวี)

จ.ระนอง (อ.เมืองระนอง ละอุ่น กระบุรี และกะเปอร์)

จ.สุราษฎร์ธานี (อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พนม ดอนสัก เกาะพะงัน เกาะสมุย บ้านตาขุน บ้านนาสาร เคียนซา กาญจนดิษฐ์ เวียงสระ ท่าชนะ พระแสง ชัยบุรี และวิภาวดี)

จ.นครศรีธรรมราช (อ.ช้างกลาง สิชล ทุ่งสง ขนอม ทุ่งใหญ่ ฉวาง บางขัน ลานสกา นาบอน พรหมคีรี และพิปูน)

จ.พังงา (อ.เมืองพังงา ทับปุด ตะกั่วป่า กะปง ตะกั่วทุ่ง คุระบุรี และท้ายเหมือง)

จ.ภูเก็ต (อ.เมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้)

จ.กระบี่ (อ.เมืองกระบี่ เหนือคลอง คลองท่อม ปลายพระยา อ่าวลึก เกาะลันตา ลำทับ และเขาพนม)

จ.ตรัง (อ.เมืองตรัง กันตัง ห้วยยอด ย่านตาขาว วังวิเศษ สิเกา ปะเหลียน และหาดสำราญ)

จ.พัทลุง (อ.ป่าบอน กงหรา เมืองพัทลุง ศรีบรรพต และตะโหมด)

จ.สตูล (อ.เมืองสตูล ละงู มะนัง ควนกาหลง ควนโดน ทุ่งหว้า และท่าแพ)

จ.สงขลา (อ.หาดใหญ่ สะเดา คลองหอยโข่ง รัตภูมิ นาทวี จะนะ เทพา และสะบ้าย้อย)

จ.ยะลา (อ.ยะหา กาบัง เมืองยะลา รามัน กรงปินัง บันนังสตา เบตง และธารโต)

จ.นราธิวาส (อ.เมืองนราธิวาส เจาะไอร้อง รือเสาะ สุไหงปาดี ตากใบ ศรีสาคร จะแนะ แว้ง ยี่งอ บาเจาะ ระแงะ สุไหงโก-ลก และสุคิริน)

สทนช.ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือ วางแผนและปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและอิทธิพลของการขึ้น-ลงของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำรองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบให้ทราบล่วงหน้า

Warning-issued-for-23-provinces-and-Bangkok-at-risk-of-flash-floods-from-October-10-12-SPACEBAR-Photo V02.jpg

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 8 ต.ค. 69 เวลา 7.00 น.

สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก (80) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อำนาจเจริญ (23) ภาคกลาง จ.สมุทรสาคร (28) ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา (55) ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี (56) และ ภาคใต้ จ.ยะลา (113)

วันนี้ (8 ต.ค.2569) ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง และตอนล่างของภาคตะวันออก

คาดการณ์ ช่วงวันที่ 9 - 13 ต.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมทั้งฟ้าผ่า และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีฝนลดลง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม ปริมาณน้ำรวม 82% ของความจุเก็บกัก (66,058 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 74% (41,937 ล้าน ลบ.ม.)

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค

ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 20,796 ล้าน ลบ.ม. (75%)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 8,463 ล้าน ลบ.ม. (70%)

ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 1,464 ล้าน ลบ.ม. (78%)

ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 2,787 ล้าน ลบ.ม. (88%)

ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 27,182 ล้าน ลบ.ม. (96%)

ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 5,366 ล้าน ลบ.ม. (70%)

สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (วันที่ 8 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.)

สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 35.65 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.60 ม.) มีแนวโน้มลดลง

สถานี N.67 อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีระดับน้ำ 25.73 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.48 ม.) มีแนวโน้มลดลง

สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,009 ลบ.ม. ต่อวินาที ระดับน้ำ 22.76 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.94 ม.) ระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 2,350 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.05 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน +15.58 ม.รทก.

สถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักพื้นที่ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา)

บางพระ: มีปริมาณน้ำ 84% (98 ล้าน ลบ.ม.)

หนองปลาไหล: มีปริมาณน้ำ 106% (174 ล้าน ลบ.ม.)

ประแสร์: มีปริมาณน้ำ 96% (283 ล้าน ลบ.ม.)

Warning-issued-for-23-provinces-and-Bangkok-at-risk-of-flash-floods-from-October-10-12-SPACEBAR-Photo V01.jpg

‘นายกฯ’ สั่ง อุตุฯ ประสาน ‘ดร.เสรี ศุภราทิตย์’ เพิ่มความแม่นยำพยากรณ์ ก่อนฝนถล่มซ้ำ 9-13 ต.ค.

วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ช่วงวันที่ 9 - 13 ต.ค.นี้ ทางภาคตะวันออกภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล รวมถึงภาคใต้อาจจะมีฝนเพิ่ม และฝนตกหนัก ถึงหนักมากในบางแห่ง วันนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องร่วมกันเร่งวางแผนการระบายน้ำ เพื่อเตรียมพื้นที่รับน้ำ และแจ้งเตือนซักซ้อมความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ก่อนที่ฝนระลอกใหม่จะมาถึง

ทั้งนี้ จะเห็นว่าเพจของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ทำการแจ้งเตือนด้วยภาพ ที่ไฮไลท์จุดที่เกิดฝน ให้มีความเข้าใจเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นการให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างทั่วถึง และเข้าใจง่ายขึ้น รวมถึงเรื่องข้อมูลของนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต

“ขอให้มีการปรับรูปแบบในการทำความเข้าใจให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง เพราะการพยากรณ์อากาศระยะสั้น ( Now Class ) ของนายเสรี ที่เปรียบเสมือนส่วนขยายของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อกระชับช่วงเวลาเข้ามา 6 ชั่วโมงหรือ 12 ชั่วโมง จากความแม่นยำ และความใกล้เคียงจะมีมากขึ้น”

“ดังนั้นขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ได้นำทั้งสองการพยากรณ์นี้ ทั้งของกรมอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์อากาศระยะสั้น มาประเมินร่วมกัน เพื่อให้การพยากรณ์นั้นมีความแม่นยำมากขึ้น หากพื้นที่ใดมีการประเมินว่า จุดไหนน้ำจะท่วมสูง ก็ขอให้มีการอพยพคนล่วงหน้าโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างที่เคยเรียนมาทุกครั้ง และพยายามสื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจถึงความเสี่ยง หากตัดสินใจไปในทิศทางใด ก็จะสามารถที่จะคาดการณ์ได้ว่า เราจะบริหารจัดการกับสถานการณ์อย่างไร”

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในส่วนของลุ่มน้ำบางปะกงพื้นที่ปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา ทราบว่าได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง เพื่อเร่งระบายน้ำ โดยด่วน และในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้มาการเตรียมความพร้อมแล้ว ก็ขอช่วงใช้ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ และทำความเข้าใจกับแผนการต่างๆ รวมถึงเตรียมความพร้อมของทรัพยากรและบุคลากรให้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ด้วย

“หากหน่วยงานใดประสบปัญหาติดขัดในด้านใด ต้องการรับการสนับสนุนเพิ่มเติม ก็ขอให้แจ้งต่อที่ประชุม ที่ประชุมกันทุกวันอยู่แล้ว เพื่อให้รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติสนับสนุนการปฏิบัติการได้อย่างทันท่วงที”

Warning-issued-for-23-provinces-and-Bangkok-at-risk-of-flash-floods-from-October-10-12-SPACEBAR-Photo01.jpg

GISTDA เผยน้ำท่วมทั่วประเทศ 45 จังหวัด รวมพื้นที่กว่า 5.12 ล้านไร่

GISTDA เผยข้อมูลที่วิเคราะห์จากภาพถ่ายดาวเทียม น้ำท่วม 45 จังหวัด รวมพื้นที่กว่า 5.12 ล้านไร่ นาข้าวเสียหาย 6.21 แสนไร่ ภาคกลางหนักสุด

เพจเฟซบุ๊ก GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 วิเคราะห์จากภาพถ่ายจากดาวเทียม ช่วงวันที่ 28 ก.ย.-4 ต.ค.2569 สะท้อนวิกฤตอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและอีกหลายภูมิภาคของประเทศไทย

จากการประเมินพบพื้นที่น้ำท่วมขังทั่วประเทศรวม 45 จังหวัด เสียหายแล้วกว่า 5.12 ล้านไร่ โดยเฉพาะ "ภาคกลาง" มีพื้นที่น้ำท่วมขัง 22 จังหวัด รวมกว่า 4.09 ล้านไร่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกว่า 1.58 ล้านคน และกว่า 21,800 ครัวเรือน

ขณะที่พื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะนาข้าวในภาคกลางมีน้ำท่วมขัง 21 จังหวัด คิดเป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 621,590 ไร่ จากความหลากหลายในแต่ละช่วงวัย ดังนี้

·       ต้นข้าวในระยะกล้า 77,420 ไร่

·       ระยะแตกกอ 177,160 ไร่

·       ระยะออกรวง อีก 167,220 ไร่

·       ระยะรอเก็บเกี่ยว 199,790 ไร่ ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงเสียหายทั้งหมด

โดยจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเรื่องข้าวมากที่สุด คือ นครสวรรค์ ตามด้วย พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และพิจิตร เป็นต้น

เทคโนโลยีจากดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ ช่วยให้เห็นภาพรวมของพื้นที่เกิดเหตุ ประเมินความเสียหายทางภาคการเกษตรและที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ GISTDA ยังคงเกาะติดและวางแผนรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนข้อมูลให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบได้นำไปวางแผนรับมือ บริหารความเสี่ยง และกระจายความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดต่อไป

Warning-issued-for-23-provinces-and-Bangkok-at-risk-of-flash-floods-from-October-10-12-SPACEBAR-Photo02.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์