องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรเครือข่ายหยุดยั้งวัณโรคระดับนานาชาติ (Stop TB Partnership) ได้มีมติให้วันที่ 24 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันวัณโรคสากล (World TB Day) เพื่อให้เกิดการรณรงค์ร่วมกันในการต่อต้านวัณโรคและย้ำเตือนให้ประชากรทั่วโลกตระหนักว่าวัณโรคยังคงระบาดและยังเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ
จากข้อมูลรายงานขององค์การอนามัยโลก ปี 2567 พบว่าวัณโรคยังคงเป็นโรคติดเชื้อที่อันตราย มีผู้ป่วยกว่า 10.8 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคประมาณ 1.3 ล้านราย
ในส่วนของประเทศไทย คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (รองโฆษกรัฐบาล) เปิดเผยว่า ในปี 2567 ประเทศไทย มีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ประมาณ 113,000 ราย และเสียชีวิตจากวัณโรคกว่า 13,000 ราย ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของคนไทยเช่นกัน
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินงานควบคุมวัณโรคตามแผนปฏิบัติการระดับชาติด้านการต่อต้านวัณโรค เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (End TB Strategy) ขององค์การสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก โดยขับเคลื่อนนโยบายผ่านแผนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านวัณโรค (Service Plan) ด้วยการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงสูง การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันการเกิดวัณโรคอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานในทุกด้าน ตั้งเป้าลดอัตราการตายจากวัณโรคลง ร้อยละ 95 และลดผู้ป่วยรายใหม่ลง ร้อยละ 90 ภายในปี 2578
นอกจากนั้น กรมควบคุมโรคยังได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการระดับชาติด้านการต่อต้านวัณโรคให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (End TB Strategy) ในปี 2578 โดยให้ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ คือ
1.การเร่งรัด การค้นหา และตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยวัณโรคและผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาในทุกกลุ่มเสี่ยง
2.ยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคและผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา 3.พิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการวินิจฉัย การรักษาการติดเชื้อวัณโรคระยะแฝง และการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และ 4.เสริมสร้างความเข้มแข็งระบบสนับสนุนการดำเนินงานวัณโรค
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวต่อว่า วัณโรคเป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ ติดต่อจากผู้ป่วยไอ จาม ไม่ปิดปากปิดจมูก “รัฐบาลแนะประชาชนสามารถป้องกันวัณโรคได้ โดยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และเข้ารับการตรวจสุขภาพหากมีอาการผิดปกติ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายยุติวัณโรคอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล”

วัณโรคคืออะไร?
ข้อมูลทางการแพทย์ วัณโรค หรือ TB เป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง สามารถแพร่กระจายทางอากาศผ่านการไอ จาม หรือพูดคุยได้
อาการสำคัญของผู้ป่วยวัณโรคที่เห็นได้ชัด คือ ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ไอเป็นเลือด และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้ น้ำหนักลด มีเหงื่อออกผิดปกติในเวลากลางคืน เจ็บหน้าอก เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ข้อแนะนำหากมีอาการไอมีเลือดออก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง ป้องกันภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันและเสียชีวิต”
สำหรับกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ (กลุ่มเสี่ยง) ต่อการป่วยวัณโรค คือ ผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยวัณโรค ผู้ต้องขัง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ใช้สารเสพติด ติดสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ผู้สูงอายุ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
วัณโรค นอกจากส่งผลโดยตรงต่อปอด และระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบของร่างกายในส่วนอื่นๆ ด้วย
แต่วัณโรคสามารถรักษาให้หายได้ ด้วยการรู้เท่าทันโรค และผู้ป่วยที่สงสัยอาการอย่ากลัวที่จะเข้ารับการตรวจ เพราะหากได้รับวินิจฉัยรู้โรคเร็วสามารถป้องกันได้ เพียงตรวจพบเร็ว และเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์




