จากเคส ‘ฮลุน โซโล่’ เมื่อครีเอเตอร์จากไปทรัพย์สินบนโลกออนไลน์ควรจัดการอย่างไร

31 ก.ค. 2569 - 13:25

  • กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า คลิป YouTube ของฮลุนนับเป็นงานโสตทัศนวัสดุ โดยคลิปแต่ละชิ้นได้รับความคุ้มครอง 50 ปีนับจากวันที่เผยแพร่ครั้งแรก

  • ผู้รับพินัยกรรมหรือทายาทควรยื่นศาลขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ก่อนนำคำสั่งศาลไปจัดการช่อง ลิขสิทธิ์ และรายได้

  • ช่องออนไลน์ประกอบด้วยหลายส่วนทั้งบัญชี Google ลิขสิทธิ์ในคลิป รายได้จาก AdSense และข้อมูลส่วนตัวซึ่งต้องจัดการแยกจากกัน

จากเคส ‘ฮลุน โซโล่’ เมื่อครีเอเตอร์จากไปทรัพย์สินบนโลกออนไลน์ควรจัดการอย่างไร

การจากไปของ ‘ฮลุน โซโล่’ ครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงความอาลัยและเรื่องราวการเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ติดตาม แต่ยังทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เมื่อเจ้าของช่องเสียชีวิต คลิปวิดีโอ ผู้ติดตาม และรายได้ที่ยังเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มจะตกเป็นของใคร และครอบครัวควรจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้สิ่งที่สร้างไว้และสั่งสมมาตลอดหลายปีสูญหายไปพร้อมกับเจ้าของช่อง

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ข้อมูลว่า คลิปวิดีโอบน YouTube ของฮลุนถือเป็น ‘งานโสตทัศนวัสดุ’ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เพราะประกอบด้วยภาพสถานที่ท่องเที่ยว การถ่ายทำ การคัดเลือกและเรียบเรียงฟุตเทจ เสียงบรรยาย ดนตรี เอฟเฟกต์ และข้อความ ก่อนถูกบันทึกลงในสื่อที่สามารถนำกลับมาเปิดรับชมซ้ำได้ ผู้สร้างจึงได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์โดยอัตโนมัติทันทีที่สร้างผลงานโดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนก่อน

สำหรับระยะเวลาคุ้มครองนั้นกฎหมายกำหนดให้งานโสตทัศนวัสดุได้รับความคุ้มครอง 50 ปีนับแต่สร้างสรรค์ แต่หากนำผลงานออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนภายในช่วงเวลาดังกล่าวจะให้นับ 50 ปีจากวันที่เผยแพร่ครั้งแรก ในกรณีของ YouTube วันที่อัปโหลดคลิปให้สาธารณชนรับชมจึงถือเป็นวันเริ่มนับอายุลิขสิทธิ์ของคลิปนั้น หมายความว่าแต่ละคลิปของฮลุนอาจมีวันสิ้นสุดการคุ้มครองไม่พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับวันที่เผยแพร่ครั้งแรกของแต่ละผลงาน

ลิขสิทธิ์เหล่านี้ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเจ้าของผลงานเสียชีวิต แต่สามารถตกทอดเป็นมรดกได้เช่นเดียวกับบ้าน ที่ดิน รถยนต์ หรือเงินฝาก หากเจ้าของทำพินัยกรรมไว้สิทธิจะตกแก่ผู้รับพินัยกรรมตามที่ระบุ แต่หากไม่มีพินัยกรรมลิขสิทธิ์จะตกแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับที่กฎหมายกำหนด ผู้ได้รับสิทธิจึงไม่ได้รับเพียงเงินที่ช่องเคยสร้างไว้แต่ยังได้รับสิทธิในการบริหารผลงาน อนุญาตให้นำคลิปไปใช้ เผยแพร่ซ้ำ หรือดำเนินการเมื่อมีผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย

อย่างไรก็ตามการเป็นทายาทไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเข้าสู่บัญชีและบริหารช่องได้ทันที กรมทรัพย์สินทางปัญญาแนะนำให้ผู้รับพินัยกรรมหรือทายาทโดยธรรมรวบรวมเอกสารของผู้เสียชีวิต และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอแต่งตั้งเป็น ‘ผู้จัดการมรดก’ เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วจึงนำคำสั่งดังกล่าวไปประสานกับ YouTube หรือ Google เพื่อขอจัดการบัญชี เปลี่ยนผู้ดูแลช่อง บริหารลิขสิทธิ์ และจัดสรรรายได้ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เหตุผลที่ต้องผ่านกระบวนการนี้เพราะคำว่า ‘ช่อง YouTube’ ไม่ได้เป็นทรัพย์สินเพียงก้อนเดียว แต่ประกอบด้วยบัญชี Google ที่ใช้เข้าสู่ระบบ สิทธิบริหารช่อง ลิขสิทธิ์ในคลิป ข้อมูลส่วนตัว และบัญชี AdSense ที่รับรายได้ Google ระบุว่าจะไม่มอบรหัสผ่านหรือข้อมูลเข้าสู่ระบบของผู้เสียชีวิตให้แก่ผู้อื่น แต่ญาติใกล้ชิดหรือผู้แทนตามกฎหมายสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอข้อมูล ขอรับเงิน หรือขอปิดบัญชีได้โดยบริษัทจะพิจารณาเอกสารเป็นรายกรณี

ครอบครัวจึงไม่ควรรีบกดปิดบัญชีทันที เพราะ Google ระบุว่าหากบัญชีถูกปิดไปแล้วบริษัทจะไม่สามารถดำเนินคำร้องเพื่อส่งมอบข้อมูลภายในบัญชีในภายหลังได้ สิ่งที่ควรทำก่อนคือสำรวจว่าช่องมีผู้จัดการหรือทีมงานคนอื่นอยู่หรือไม่ เป็น Brand Account ที่มีผู้ได้รับสิทธิดูแลหลายคนหรือเปล่า รวมถึงรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับอีเมล เลขประจำตัวช่อง ไฟล์ต้นฉบับ สัญญาโฆษณา เอกสารภาษี และข้อมูลรายได้ให้ครบถ้วน หากช่องมีการตั้งสิทธิให้บุคคลอื่นดูแลไว้แล้วบุคคลนั้นอาจยังช่วยรักษาช่องและข้อมูลระหว่างรอกระบวนการทางกฎหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้รหัสผ่านของผู้เสียชีวิต

ส่วนรายได้จากช่องต้องแยกระหว่างเงินที่เกิดขึ้นแล้วกับรายได้ในอนาคต Google AdSense ระบุว่า ระบบจะไม่ทราบเองว่าเจ้าของบัญชีเสียชีวิต และอาจยังโอนเงินตามข้อมูลการชำระเงินเดิมต่อไป หากทายาทโดยชอบธรรมต้องการให้เปลี่ยนเส้นทางการจ่ายเงินที่สะสมไว้จะต้องยื่นเอกสารยืนยันสิทธิให้ Google ตรวจสอบ ขณะที่รายได้ในอนาคตควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้จัดการมรดกหรือผู้ได้รับสิทธิอย่างถูกต้อง ไม่ควรเพียงนำรหัสเดิมเข้าไปเปลี่ยนบัญชีธนาคารด้วยตนเอง เพราะบัญชี AdSense ไม่สามารถโอนความเป็นเจ้าของระหว่างบุคคลได้อย่างอิสระ

การทำให้ทรัพย์สินออนไลน์เกิดประโยชน์สูงสุดต่อครอบครัวไม่ได้หมายถึงการต้องสร้างคลิปใหม่ในนามของผู้เสียชีวิตเสมอไป ครอบครัวอาจเก็บช่องไว้เป็นคลังความทรงจำ ปล่อยให้คลิปเดิมสร้างรายได้ต่อภายใต้เงื่อนไขของแพลตฟอร์ม นำผลงานมาจัดทำหนังสือหรือสารคดี หรือกำหนดให้นำรายได้ไปดูแลบุพการี สมาชิกในครอบครัว หรือกิจกรรมที่เจ้าของช่องเคยให้ความสำคัญ แต่ควรตรวจสอบสิทธิของบุคคลอื่นที่ร่วมสร้างผลงานด้วย เช่น ช่างภาพ ผู้ตัดต่อ เจ้าของเพลง หรือผู้สนับสนุน เพราะสิทธิของทายาทจะครอบคลุมเฉพาะส่วนที่ผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าของเท่านั้น

กรณีของฮลุนจึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับครีเอเตอร์และคนทำงานออนไลน์ทุกคนว่า มรดกในยุคนี้ไม่ได้มีเพียงบ้าน เงินฝาก หรือที่ดิน แต่ยังรวมถึงชื่อช่อง คลิปวิดีโอ ลิขสิทธิ์ ผู้ติดตาม รายได้ และไฟล์งานที่อาจมีมูลค่าต่อไปอีกหลายสิบปี การทำพินัยกรรม ระบุผู้รับสิทธิ แต่งตั้งผู้ดูแลช่อง และตั้งค่าผู้ติดต่อสำหรับบัญชีที่ไม่มีการใช้งานไว้ล่วงหน้าจึงไม่ใช่การคิดถึงวันที่เลวร้าย แต่เป็นการวางแผนให้ผลงานที่สร้างมาตลอดชีวิตยังสามารถดูแลคนที่เขารักได้แม้ในวันที่เจ้าของผลงานไม่อยู่แล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์