รู้อยู่แก่ใจ! ‘วิโรจน์’ จวก ‘ตร.-เจ้าของ’ อ้างติด ‘สติกเกอร์’ หน้ารถบรรทุก เพื่อให้จำได้

9 พ.ย. 2566 - 16:07

  • ‘วิโรจน์’ ลั่นตลกมาก! หลัง‘ผู้กำกับ สน.พระโขนง’ อ้างคำเจ้าของบอกติด ‘สติกเกอร์’ หน้ารถบรรทุก เพื่อให้จำง่าย

  • โวยรู้อยู่แก่อก-รู้อยู่แก่ใจ บอกประชาชนรับไม่ได้ ย้ำต้องปฏิรูปตำรวจ แม้ ‘นายกฯ’ จะไม่ชอบก็ตาม

Wirot_said_case_sticker_on_front_of_ten_wheeled_truck_is_well_known_SPACEBAR_Hero_4ed7a8b8a9.jpg

กลายเป็นหนังเรื่องยาว แถมยังเป็นหนังเรื่องเดิมๆ หลังเกิดเหตุรถบรรทุก ตกหลุมใหญ่บนถนนสุขุมวิท บริเวณฝาท่อสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หน้าซอยสุขุมวิท 64/1 ซึ่งที่หน้ารถมีสติกเกอร์รูปดาวสีเขียวติดอยู่ จนถูกเชื่อมโยงไปถึง ‘ส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก’

Wirot_said_case_sticker_on_front_of_ten_wheeled_truck_is_well_known_SPACEBAR_Photo04_14ea895f1e.jpg

‘จอมแฉ’ อย่าง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องดังกล่าว โดยแสดงความมั่นใจว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การบรรทุกน้ำหนักเกิน พร้อมชี้ให้เห็นว่า การอ้าง ‘สติกเกอร์’ ที่หน้ารถ เป็นสัญลักษณ์ของบริษัทผู้รับเหมานั้น ถือเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น โดยเฉพาะคำสัมภาษณ์ของผู้กำกับ สน.พระโขนง ซึ่งอ้างคำชี้แจงเจ้าของรถว่า เป็นสติกเกอร์ที่ติดไว้เพื่อให้คนขับรถแยกรถออก ว่าจอดรถไว้ตรงไหนนั้น เจ้าตัวมองว่าคนขับรถ นั้นจำรถได้อยู่แล้ว อีกทั้งหากจะออกแบบสติกเกอร์เช่นนั้น ควรออกแบบเป็นสติกเกอร์คาดหน้ารถรูปโลโก้บริษัทยังมีประโยชน์มากกว่า เพราะการติดสติกเกอร์ในลักษณะนี้ ไม่ได้ทำให้คนขับมองเห็น แต่เอาไว้ให้ใครสักคนที่เตี๊ยมเอาไว้มองเห็นมากกว่า

ต้องตั้งคำถามกับผู้กำกับ สน.พระโขนง และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ชน.) 5 ว่า คนที่เตี๊ยม เอาไว้ให้มองเห็น เป็นข้าราชการตำรวจหรือไม่ ถ้าเป็น เป็นระดับไหน รวมถึงมีการจ่ายส่วยด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ควรต้องมีการสอบถาม หากติดสติกเกอร์ เพื่อให้มองเห็นรถ จำรถตนเองได้ง่าย ผมมองว่า ตลกมาก เป็นเรื่องที่ประชาชนก็รับไม่ได้ รู้อยู่แก่ใจ รู้อยู่แก่อก ขึ้นอยู่ที่จะสอบหรือไม่สอบเท่านั้น

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า สติกเกอร์ดังกล่าวเป็นชื่อของเจ้าของรถนั้น วิโรจน์ บอกว่า ก็เป็นชื่อเจ้าของอยู่แล้ว ตัว “B” บางคนก็บอกว่าย่อมาจาก “เสี่ยบิ๊ก” แต่ที่ต้องตั้งคำถามคือ “เสี่ยบิ๊ก” คือใคร มีการโยงใยไปถึงการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ ซึ่งมองว่า มีการตัดตอนคำตอบเร็วเกินไป ทำให้มองเป็นอย่างอื่นลำบาก

Wirot_said_case_sticker_on_front_of_ten_wheeled_truck_is_well_known_SPACEBAR_Photo03_a49f95096d.jpg

สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ กทม.และตำรวจ ดูมีความเกรงใจผู้รับเหมามากจนเกินไปนั้น เข้าใจว่ามีการบ่ายเบี่ยงที่จะไม่ยอมชั่งน้ำหนัก ทั้งตัวรถและดินที่ขน ถ้าเป็นตำรวจระดับผู้กำกับ และ ผบ.ชน. 5 ไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริง รวมถึงรักษาพยานวัตถุ และของกลางสำคัญ ที่จะพิสูจน์ว่าบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ ถ้ายังขาดศักยภาพที่จะทำในเรื่องดังกล่าว คิดว่าทางผู้บัญชาการตำรวจ (ผบ.ตร.) ควรพิจารณาว่า ต้องหาคนที่เหมาะสมกว่านี้มาทำงานแทนหรือไม่

คุณปล่อยให้เขานำดินไปเทที่ไซต์งานได้อย่างไร ผมเข้าใจว่าต้องการกู้ตัวรถ แต่มันคือของกลาง การขนออกไปต้องเอามาเก็บไว้เป็นหลักฐาน ดังนั้น ข้ออ้างที่ติดสติกเกอร์ เพื่อให้จำรถได้ ก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี ตำรวจทิ้งประเด็นนี้ไม่ได้

ส่วนการดำเนินการจะเกี่ยวข้องกับตำรวจยศใหญ่หรือไม่นั้น โรจน์ กล่าวว่า ต้องสอบถามก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมาก เพราะมีตำรวจเสียชีวิต 2 นาย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโยงใยมาถึงส่วยสติกเกอร์รถบรรทุก เป็นเรื่องใหญ่มาก เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่า ตำรวจไม่เรียนรู้บทเรียนเลย ถ้ายังมีเรื่องส่วยอยู่ ก็ถือว่าไม่รักศักดิ์ศรีตำรวจ จริงๆ เรื่องนี้ควรสอบให้สิ้นข้อสงสัย ยังกล่าวหาใครในตอนนี้ไม่ได้ รวมถึงต้องเอาผิดกับตำรวจที่เปิดกรวยให้นำดินไปทิ้งในไซต์งาน

Wirot_said_case_sticker_on_front_of_ten_wheeled_truck_is_well_known_SPACEBAR_Photo02_7a8fc77905.jpg

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับผู้ว่าฯ กทม. หรือไม่ เนื่องจากอาจมีการเรียกรับผลประโยชน์กรณีดินที่ขนมาเข้ามาในบริเวณเขต กทม. วิโรจน์ แม้ยังไม่มีการจับกุมเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน แต่ประชาชนก็เห็นรถบรรทุกลักษณะนี้คลุมผ้าใบเข้ามาในพื้นที่ กทม. ก่อนเวลา หรือในเวลากลางคืนก็ยังมีให้เห็น ทั้งนี้ เข้าใจว่ามีการเร่งรัดการก่อสร้างหลังสถานการณ์โควิด-19 แต่กฎหมาย และความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่พักอาศัย ก็มีความสำคัญ ในเมื่อมีเวลาจำกัดก็ต้องกำชับ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การนำรถบรรทุกน้ำหนักเกินเข้ามาบนถนนใน กทม. ที่มีลักษณะเป็นหลุมของโครงการเอาสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งพร้อมที่จะทรุดตัวได้ตลอดเวลา เราไม่รู้สึกเลยหรือว่า มันเกิดถี่เกินไปแล้ว

ผมตั้งคำถามว่า หลุมลึกขนาดไหน ทุกท่านคงคะเนได้อยู่แล้ว ถ้าตกลงไปถึงตายแน่นอน รวมถึงเมื่อวานนี้ ก็มีเรื่องที่น่าเสียใจ ที่คนขับแท็กซี่ ที่ขับมาดีๆ ถูกกฎจราจร ชนกับแผ่นคอนกรีตที่กระดกขึ้นมา จากรถบรรทุกที่น้ำหนักเกิน คำถามคือใครจะรับผิดชอบ ซึ่งผมเรียกร้องให้ กฟน. รับผิดชอบก่อน และหากรถบรรทุกมีน้ำหนักเกินจริง ก็ต้องไปไล่บี้ อย่าปล่อยให้เข้าของรถแท็กซี่ที่ไม่รู้เรื่อง ต้องไปฟ้องเอาเอง

เมื่อถามว่า เท่าที่ทำการเปิดโปงเรื่องส่วยสติกเกอร์ดังกล่าว จัดอยู่ในรายชื่อไหน วิโรจน์ กล่าวว่า อย่าไปจำลักษณะของสติกเกอร์ ทั้งหมดทั้งมวลมีสัญลักษณ์ทั้งนั้น บางทีก็เป็นเรื่องของการเคลียร์ชั่วคราว รวมถึงเคลียร์เป็นรายเดือน ซึ่งมองว่าสัญลักษณ์ไม่สำคัญ เพราะคนทำส่วยรายเดียว ก็ทำสติกเกอร์ออกมาหลายแบบ

Wirot_said_case_sticker_on_front_of_ten_wheeled_truck_is_well_known_SPACEBAR_Photo01_afe5456154.jpg

เมื่อถามต่อไปว่า จำเป็นหรือไม่ที่นายกฯ ต้องดำเนินการอย่างจริงจังในเรื่องดังกล่าว วิโรจน์ กล่าวว่า ผลประโยชน์มันเยอะ และเป็นภัยต่อสาธารณะ เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญ อันที่จริงไม่ใช่เพียงเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน แต่เป็นความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปตำรวจ

แต่พอเราพูดถึงคำว่าปฏิรูปตำรวจทีไร ท่านนายกฯ ก็บอกว่า ให้แก้ไปทีละเรื่อง อย่าใช้คำว่าปฏิรูปเลย เรียกว่าแก้ทีละเรื่องดีกว่า คำว่าสังคายนาก็พูดไม่ได้ ผมจึงต้องส่งสารไปถึงนายกฯ ด้วยความหวังดีว่า การที่จะรักษาโรคอะไร จุดเริ่มต้นต้องยอมรับก่อนว่า เราป่วยจริงๆ และต้องหาหมอให้ถูกโรค ไปหาหมอเฉพาะทางซะ

วิโรจน์ ย้ำด้วยว่า วันนี้ไม่ใช่เรื่องน้ำหนักเกิน แต่เป็นปัญหาที่แวดวงตำรวจถูกตั้งข้อสงสัย และขาดความไว้เนื้อเชื่อใจจากภาคประชาชน

สุดท้ายก็จะส่งผลต่อความปลอดภัยต่อสาธารณะ หากรถมอเตอร์ไซต์ตกลงไปจะทำอย่างไร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์