ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ ความเชื่อที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย

3 พ.ย. 2568 - 12:01

  • 'ประเพณียี่เป็ง' ลอยกระทงเชียงใหม่ ความเชื่อการปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเป็นพุทธบูชา

  • ปัจจุบันกลับกลายเป็นอีเวนต์ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวสำคัญ ที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย

ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ ความเชื่อที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย

ประเพณียี่เป็งจังหวัดเชียงใหม่ เรามักจะเห็นเป็นภาพชินตา ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา คือมีการปล่อยโคมลอยจำนวนมากในช่วงเทศกาลนี้ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำปิง ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่าง นิยมมาเที่ยวลอยกระทง และปล่อยโคมลอยในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ แม้จะมีการประกาศแจ้งเตือนและประกาศเขตพื้นที่ห้ามปล่อยโคมลอย เพื่อลดผลกระทบทั้งอากาศยาน และอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน หวั่นเกิดเหตุเพลิงไหม้

Yi Peng-Festival-in-Chiang Mai-Beliefs-that-change-SPACEBAR-Photo03.jpg

ธัญญวรรณ วงศ์กุณา หนึ่งในชาวเชียงใหม่ อายุ 30 ปี เปิดเผยว่า ตั้งแต่จำความได้ประเพณียี่เป็งจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นประเพณีหนึ่งที่กลุ่มคนรุ่นใหม่นั้นรู้สึกตื่นเต้น ที่จะมีเทศกาลนี้เข้ามา เพราะถือว่าได้ใช้เวลากับครอบครัว ญาติพี่น้องที่เดินทางไปทำงานต่างจังหวัดก็จะกลับมาในช่วงนี้เช่นกัน เพื่อมาร่วมประเพณีสำคัญ

“สิ่งที่เห็นและจำความได้ก็คือความสำคัญของประเพณียี่เป็ง ก็จะมีการลอยกระทง มีการแห่ขบวนกระทงใหญ่ของเทศบาลนครเชียงใหม่ และก็จะมีการปล่อยโคมลอย ซึ่งถือว่ามีมาอย่างยาวนานแล้ว เพราะมีความเชื่อว่าจะสามารถปล่อยทุกข์ปล่อยโศกปล่อยเคราะห์ ไปกับโคมลอยได้ และก็เป็นสีสันที่จะเห็นโคมลอยสว่างไสวสวยงามอยู่เต็มท้องฟ้า”

Yi Peng-Festival-in-Chiang Mai-Beliefs-that-change-SPACEBAR-Photo07.jpg

“แต่พอมองอีกด้านหนึ่งปัจจุบันชุมชนเริ่มแออัดแม้กระทั่งอำเภอรอบนอก เริ่มมีอาคารบ้านเรือนมากขึ้น ทำให้การปล่อยโคมลอยต้องกระทำอย่างระมัดระวัง เพราะเสี่ยงเกิดเหตุอัคคีภัยได้ รวมถึงบ้านของตนเองนั้นอยู่ในอำเภอหางดง ซึ่งก็เป็นหนึ่งในพื้นที่เส้นทางการบิน จึงก็ต้องมีการงดปล่อยในช่วงที่ยังมีอากาศยาน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าหากเราพูดถึงประเพณียี่เป็งก็ต้องมีภาพของโคมลอยเข้ามาเกี่ยวข้อง และเชื่อว่าโคมลอยยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ แต่เราก็ต้องควรระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้ ความสนุกสนานของเรา ส่งผลกระทบกับผู้อื่น” ธัญญวรรณ กล่าว

ด้าน วัลลภ นามวงศ์พรหม รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เดิมทีการปล่อยโคมลอยตามความเชื่อ นั้นมีมากกว่า 100 ปี ตามความเชื่อเดิมนั้นเป็นการปล่อยเพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีที่อยู่บนสรวงสวรรค์ ในช่วงวันเพ็ญเดือน 12 แต่ปัจจุบันความเชื่อก็เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย

Yi Peng-Festival-in-Chiang Mai-Beliefs-that-change-SPACEBAR-Photo02.jpg

“เมื่อก่อนที่เชื่อว่าการปล่อยโคมลอยจะเป็นการปล่อยปล่อยทุกข์ และช่วงกลางวันก็จะมีการปล่อยโคมลอย อยู่เต็มท้องฟ้าหลากสีสัน แต่พอบ้านเมืองเราเจริญขึ้นกลับกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว และก็เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนของประชาชนที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ก็ทำให้บริบทของการปล่อยโคมลอยนั้นเปลี่ยนไป เพราะกลางวันก็จะส่งผลกระทบกับอากาศยานที่กำลังบิน ขณะเดียวกันกลางคืนก็จะส่งผลกระทบกับอาคารบ้านเรือนของประชาชน หากควรปล่อยไม่มีความชำนาญ”

“ในปัจจุบันก็ทำให้บริบทของความเชื่อ การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ก็ต้องปรับเปลี่ยนตามในพื้นที่ที่มีอากาศยาน และพื้นที่ที่มีความเจริญอาคารบ้านเรือนจำนวนมาก ก็ต้องมีการห้ามปล่อยโคมลอย เมื่อความเชื่อในอดีตกับปัจจุบันไม่สอดคล้องกันก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน”

Yi Peng-Festival-in-Chiang Mai-Beliefs-that-change-SPACEBAR-Photo05.jpg
Yi Peng-Festival-in-Chiang Mai-Beliefs-that-change-SPACEBAR-Photo06.jpg

วัลลภ กล่าวต่อว่า เมื่อการท่องเที่ยวมีการพัฒนาขึ้นก็ย่อมมีการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการจัดอีเว้นท์การปล่อยโคมลอยนับ 10,000 ลูกขึ้นสู่ท้องฟ้า ก็กลายเป็นภาพชินตาและใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนนี้ก็จะสวนทางกับประเพณีดั้งเดิม ที่เป็นการปล่อยเพื่อพุทธบูชา ดังนั้น การจัดอีเว้นท์ ก็ต้องมีความรอบคอบ และมีการระมัดระวัง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องแลกหากหน่วยงานไหนที่จัดอีเว้นท์ปล่อยโคมลอย ก็ต้องมีมาตรการดูแลที่ครอบคลุม

Yi Peng-Festival-in-Chiang Mai-Beliefs-that-change-SPACEBAR-Photo01.jpg

ด้าน ทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้ออกมาตรการเพื่อการจุดและปล่อยโคมลอย พลุ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยกำหนดให้ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 จุดและปล่อยโคมควัน ได้เวลา 10.00 น. - 12.00 น. และจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ ได้เวลา 19.00 น. - 01.00 น. ของวันถัดไป ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ห้ามจุดและปล่อยโคมควัน และจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ ได้เวลา 19.00 น. - 01.00 น. ของวันถัดไป

อีกทั้งจังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ (Toffy Zone) และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษระดับ 1 (Red Zone) เป็นเขตห้ามจุดและปล่อยโคมฯ เด็ดขาด พื้นที่เขตเส้นทางการบินเข้า-ออกสนามบินเชียงใหม่ ต้องยื่นขอใบรับอนุญาตก่อนวันจุดและปล่อยโคมฯ ไม่น้อยกว่า 30 วัน (ก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 2568) และพื้นที่อื่นๆ นอกจากพื้นที่เขตการบิน ต้องยื่นขอใบรับอนุญาตก่อนวันจุดและปล่อยโคมฯ ไม่น้อยกว่า 14 วัน (ก่อนวันที่ 22 ตุลาคม 2568)

ส่วนการจุดและปล่อยพลุฯ ในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ (Toffy Zone) ห้ามจุดและปล่อยพลุฯ เด็ดขาด พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษระดับ 1 (Red Zone) และพื้นที่เขตเส้นทางการบินเข้า-ออกสนามบินเชียงใหม่ ต้องยื่นขอใบรับอนุญาตก่อนวันจุดและปล่อยพลุฯ ไม่น้อยกว่า 15 วัน (ก่อนวันที่ 21 ตุลาคม 2568) และพื้นที่อื่นๆ นอกจากพื้นที่เขตการบิน ยื่นขอใบรับอนุญาตก่อนวันจุดและปล่อยพลุฯ ได้โดยไม่กำหนดระยะเวลา

ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้ใช้แอปพลิเคชัน ‘บำเพ็ญ’ (Bampen) ในการพิจารณาและออกใบอนุญาตแก่ผู้ที่ขออนุญาตจุดและปล่อยโคมลอย พลุ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความปลอดภัยอย่างสูงสุดกับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเทศกาลยี่เป็งปี 2568 นี้

Yi Peng-Festival-in-Chiang Mai-Beliefs-that-change-SPACEBAR-Photo04.jpg
Yi Peng-Festival-in-Chiang Mai-Beliefs-that-change-SPACEBAR-Photo08.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์