หากมีใครบอกว่านักฟุตบอลในวัย 20 ปีคนหนึ่งเคยอุ้มเด็กทารกลงอ่างอาบน้ำเพื่อถ่ายภาพการกุศล และอีกเกือบ 20 ปีต่อมาทั้งสองจะกลับมาเจอกันในฐานะคู่ชิงในศึกฟุตบอลโลก หลายคนคงคิดว่านี่คือพล็อตหนังมากกว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่สำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ และ ลามีน ยามาล เรื่องราวนั้นเกิดขึ้นจริง
ก่อนที่ทั้งสองจะเผชิญหน้ากันในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างอาร์เจนตินากับสเปน ภาพถ่ายใบหนึ่งจากปี 2007 ได้ถูกพูดถึงไปทั่วโลกอีกครั้ง ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เมสซี่ ในวัยเพียง 20 ปี กำลังประคองเด็กทารกน้อยวัย 5 เดือนลงในอ่างอาบน้ำอย่างทะนุถนอมขณะที่ช่างภาพเก็บภาพช่วงเวลาสั้นๆ สำหรับปฏิทินการกุศลของบาร์เซโลนาร่วมกับ UNICEF
เด็กทารกในวันนั้นไม่มีใครรู้ว่าจะเติบโตขึ้นเป็น ลามีน ยามาล เด็กมหัศจรรย์แห่งวงการฟุตบอลสเปน
ย้อนกลับไปในปี 2007 บาร์เซโลนาจัดโครงการถ่ายภาพเพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส โดยเปิดโอกาสให้ครอบครัวจากชุมชนต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรม ครอบครัวของยามาลซึ่งอาศัยอยู่ในแคว้นกาตาลุญญาได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการนี้ และบังเอิญว่าผู้เล่นที่ต้องมาถ่ายภาพกับลูกชายวัย 5 เดือนของพวกเขาคือ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวรุ่งที่กำลังแจ้งเกิดกับสโมสร
ช่างภาพเล่าว่า เมสซี่ดูมีทีท่าขัดเขินไม่น้อยเพราะไม่คุ้นชินกับการอุ้มเด็กทารก เขาต้องค่อยๆ ประคองยามาลลงในอ่างอาบน้ำอย่างระมัดระวัง ขณะที่ทีมงานพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลายด้วยของเล่นและเป็ดยาง โดยภาพถ่ายชุดนี้ถูกนำไปใช้ในปฏิทินการกุศล
หลายปีผ่านไปเมสซี่กลายเป็นนักเตะที่คว้าทุกแชมป์ที่เป็นไปได้ ทั้งยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก บัลลงดอร์หลายสมัย โกปา อเมริกา และท้ายที่สุดคือแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2022 ที่เติมเต็มอาชีพของเขาอย่างสมบูรณ์ ขณะที่เด็กทารกในภาพเติบโตขึ้นมาในระบบเยาวชนของลา มาเซีย โรงเรียนลูกหนังแห่งเดียวกับเมสซี่ ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะอายุน้อยที่สุดที่สร้างประวัติศาสตร์ให้ทั้งบาร์เซโลนาและทีมชาติสเปน

ภาพถ่ายดังกล่าวกลับมาเป็นไวรัลครั้งแรกในช่วงยูโร 2024 เมื่อพ่อของยามาลโพสต์ภาพลงบนโซเชียลมีเดียพร้อมข้อความที่สื่อถึง "จุดเริ่มต้นของสองตำนาน" ในเวลานั้น หลายคนมองว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่น่ารัก แต่เมื่อเวลาผ่านมาอีกสองปีความหมายของภาพกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นเวทีที่ทำให้ทั้งสองกลับมาอยู่ในภาพเดียวกันอีกครั้ง
ครั้งนี้ไม่มีอ่างอาบน้ำ ไม่มีเป็ดยาง และไม่มีเด็กทารกน้อยในวันนั้น
มีเพียงนักฟุตบอลสองคนที่ต่างแบกความหวังของทั้งประเทศเอาไว้บนบ่า คนหนึ่งคือชายที่หลายคนยกให้เป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ส่วนอีกคนคือดาวรุ่งที่ถูกมองว่าจะเป็นใบหน้าของฟุตบอลโลกยุคใหม่
สิ่งที่น่าสนใจคือทั้งคู่มีเส้นทางชีวิตที่เชื่อมโยงกันมากกว่าภาพถ่ายใบเดียว ทั้งเมสซี่และยามาลต่างเติบโตจาก ลา มาเซีย ต่างสร้างชื่อในสีเสื้อบาร์เซโลนา ต่างเล่นด้วยเท้าซ้าย และต่างได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เปี่ยมพรสวรรค์ที่หาได้ยากในแต่ละยุค จึงไม่แปลกที่ยามาลจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเมสซี่อยู่เสมอ แม้เจ้าตัวจะยืนยันหลายครั้งว่าเขาไม่ได้ต้องการเป็น "เมสซี่คนใหม่" แต่ต้องการสร้างเส้นทางของตัวเองในฐานะ "ลามีน ยามาล"
อย่างไรก็ตามภาพถ่ายเมื่อปี 2007 ก็ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนทั้งสองถูกผูกโยงเข้าหากันด้วยโชคชะตา ราวกับฟุตบอลได้เขียนเรื่องราวบทนี้เอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่ทั้งคู่พบกัน
แน่นอนว่าเมสซี่ไม่ได้เป็นผู้ค้นพบ ยามาล และภาพถ่ายดังกล่าวก็ไม่ได้เปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งให้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้พิเศษคือการที่ภาพธรรมดาๆ ใบหนึ่งกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของช่วงเวลาที่ไม่มีใครรู้ว่ากำลังบันทึกประวัติศาสตร์เอาไว้
วันนี้เด็กน้อยที่เมสซี่เคยอุ้มด้วยสองมือเติบโตขึ้นจนสามารถยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเขาในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก คนหนึ่งกำลังพยายามปิดฉากอาชีพด้วยถ้วยแชมป์โลกอีกใบ ส่วนอีกคนกำลังพยายามเปิดยุคสมัยใหม่ของตัวเองด้วยถ้วยใบเดียวกัน
ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไรภาพถ่ายเมื่อ 19 ปีก่อนคงถูกจดจำไปอีกนาน เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงภาพของนักฟุตบอลกับเด็กทารก หากแต่เป็นภาพที่บังเอิญบันทึกการส่งต่อระหว่างสองยุคของวงการฟุตบอลเอาไว้ก่อนที่โลกทั้งใบจะรู้เสียอีกว่าเด็กน้อยในอ่างอาบน้ำวันนั้นจะกลายเป็นคู่แข่งของชายผู้เคยประคองเขาบนเวทีฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกครั้งนี้




