‘การ์ดนักกีฬา’ มูลค่าหลักล้าน นักสะสมเท่านั้นที่เข้าใจ

27 พ.ย. 2565 - 16:33

  • ใครจะไปเชื่อการ์ดของนักกีฬาบางคนที่ราคาเริ่มต้นอยู่ที่หลักร้อยบาท จะมีมูลค่าสูงขึ้นเป็นหลักล้านบาทในยุคปัจจุบัน

Athlete_collectible_card_SPACEBAR_Hero_4e4426d7b7.jpeg
แฟนกีฬาในยุค 90 อาจจะมี เสื้อประจำสโมสร ผ้าพันคอ หรือหนังสือแมตช์เดย์ เป็นของสะสม ขณะที่บางคนอาจสะสมภาพนักกีฬาคนโปรดในรูปแบบของ ‘การ์ดสะสม’ ที่ตีพิมพ์ลงบนกระดาษแข็งเคลือบมัน ขนาดราว 2.5 x 3.5 นิ้ว เชื่อหรือไม่ว่าการ์ดของนักกีฬาบางคนที่เริ่มต้นในราคาหลักร้อยบาท มีมูลค่าสูงขึ้นเป็นหลักล้านบาทในยุคปัจจุบัน 
 

ย้อนอดีตจุดเริ่มต้น ‘การ์ดนักกีฬา’

หากเอ่ยถึงการ์ดสะสมประเภทนักกีฬา ต้องยอมรับว่าความนิยมของนักสะสมในบ้านเราอยู่ในวงที่จำกัด เนื่องจากไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเมืองไทย และราคาต่อซองที่ค่อนข้างสูง ทว่าในฝั่งสหรัฐอเมริกา มีความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นจุดเริ่มต้นของนักกีฬาอเมริกันเกมส์ หลากหลายประเภท 
 
จุดเริ่มต้นของการ์ดสะสมในยุคปัจจุบันนั้น เกิดขึ้นเมื่อ 120 ปีที่แล้ว โดยในยุคนั้นมาในรูปแบบของการ์ดสินค้า ที่มีขนาดใหญ่กว่านามบัตรเล็กน้อย สินค้าในยุคแรกที่มีการประเภทนี้ก็คือบุหรี่ ส่วนการ์ดนักกีฬาที่มีการบันทึกเอาไว้ว่าเป็นการ์ดนักกีฬารุ่นแรกของโลก มาจากกีฬาประเภทเบสบอลในปี 1860 
 
ในยุคนั้นเบสบอลกลายเป็นกีฬาอาชีพของสหรัฐฯ ในยุคเริ่มแรก โดยถูกผลิตออกมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์บุหรี่ดังของสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อรุ่น T206 ซึ่งกลายเป็นการ์ดรุ่นทีได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล ซึ่งในปี 2021 ที่ผ่านมา การ์ดของนักเบสบอลที่ชื่อว่า โอนัส วากเนอร์ จากปี 1909 กลายเป็นการ์ดที่ถูกขายในราคาสูงที่สุดในโลก 6.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 217 ล้านบาท
 
Athlete_collectible_card_SPACEBAR_Photo02_c15874357d.jpeg

 โควิด-19 ปลุกตลาดนักสะสม ‘การ์ด’  

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนปี 2020 ความนิยมของการ์ดนักกีฬาในสหรัฐฯ แม้จะไม่ได้เปรี้ยงปร้างเหมือนในยุคปัจจุบัน แต่ด้วยความที่เป็นผู้นำด้านกีฬา ทั้ง เบสบอล บาสเกตบอล และอเมริกันฟุตบอล ทำให้ตลาดการซื้อ-ขาย ทั้งใหม่และเก่า ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนความนิยมในเมืองไทย ยังอยู่ในกลุ่มนักสะสมที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ 
 
จวบจนในช่วงที่ภาวะโรคระบาด ‘โควิด-19’ ระบาดหนักในสหรัฐฯและทั่วโลก ตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2020 เป็นต้นมา ทำให้กระแสของการซื้อ-ขาย นักกีฬาในสหรัฐฯเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องจากในช่วงล็อกดาวน์ผู้คนพยายามหากิจกรรมทำ และหนึ่งในนั้นก็คือการค้นการ์ดเก่าเก็บที่เคยสะสมตั้งแต่สมัยเด็กกลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง 
 
ขณะเดียวกันยังเปิดการปลุกกระแสให้กับนักสะสมหน้าใหม่ทั่วโลก หลังจากในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพการขายการ์ดนักกีฬายุค 80 ต่อ 90 ในราคาที่ทุกคนต้องตกใจ อาทิ การ์ดไมเคิล จอร์แดน สมัยชิคาโก บูลล์ส ปี 1986 ราคาขึ้นไปถึง 75,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 2.47 ล้านบาท ขณะที่ร้านขายการ์ดในสหรัฐฯมียอดขายเพิ่มขึ้น 1,000 เปอร์เซนต์ภายในเวลาอันรวดเร็ว 
 

มุมมองนักสะสมไทย เหตุใดมูลค่าพุ่งกระฉูด 

ทีมงาน SPACEBAR มีโอกาสได้พูดคุยกับ วิสรุต พัฒน์ดำรงจิตร นักสะสมการ์ดนักกีฬา และเจ้าของเพจ Wizzio Collector ผู้ที่เคยขายการ์ดที่ตัวเองเคยสะสมจากราคาหลักพันต้นๆ ไปในระดับใบละเกือบ 1 แสนบาทมาแล้วเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ในเมืองไทยมีนักสะสมอยู่จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อมีกระแสจากสหรัฐฯ ก็ยิ่งทำให้มีคนสนใจที่จะหาซื้อเพื่อทำกำไรเพิ่มขึ้น 
 
เหตุผลที่การ์ดราคาพุ่งสูงขึ้นเป็นหลักแสนไปจนถึงหลักล้านที่เราเห็นในอีเบย์นั้น วิสรุตบอกว่า จะต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง สิ่งแรกคือ จะต้องผ่านการรับรองจากสถาบันพิสูจน์ความสมบูรณ์ของการ์ด ที่จะเป็นผู้ให้คะแนนว่าการ์ดใบนั้นๆอยู่ในระดับใด สภาพสมบูรณ์แค่ไหน มีผลิตออกมากี่ใบ มีลายเซ็นนักกีฬาตั้งแต่เปิดซองหรือไม่  
 
ขณะเดียวกันการ์ดนักกีฬาที่เป็นรุกกี้ หรือ การ์ดปีแรกของซูเปอร์สตาร์คนนั้นๆ ถือเป็นสิ่งทุกคนต้องการ โดยเฉพาะในเมืองไทย ยกตัวอย่าง การ์ดของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปี 2003 สมัยที่เริ่มค้าแข้งกับสปอร์ติง ลิสบอน ในลีกโปรตุเกส ปัจจุบันมีขายในอีเบย์ราคาเริ่มต้น 24,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 8 แสนบาทเลยทีเดียว  
Athlete_collectible_card_SPACEBAR_Photo03_8033fa8337.jpeg

นักสะสมเมืองไทย ซื้อการ์ด จากที่ไหน 

ในยุคอดีตการ์ดนักฟุตบอลอาจมีการนำเข้ามาจำหน่ายโดยร้านสตาร์ซ็อคเกอร์ แต่ในยุคปัจจุบัน แม้กระแสการ์ดนักกีฬาทั่วโลกจะกลับมาได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเมืองไทยเจ้าไหนที่นำเข้ามาขายอย่างจริงจัง 
 
โดยเหตุผลหลักของการที่ไม่มีผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของเหตุผลทางธุรกิจ ที่บริษัทผู้ผลิตการ์ดชื่อดังแต่ละเจ้า ตั้งจำนวนออเดอร์เอาไว้ค่อนข้างสูงในการสั่งซื้อ ทำให้ยังไม่เจ้าไหนในเมืองไทยที่กล้าลงทุนในตลาดนี้แบบเต็มตัว 
 
สิ่งที่นักสะสมในบ้านเราทำได้คือการเสาะหาการ์ดจากโลกออนไลน์ ทั้งในแฟนเพจของกลุ่มคนที่สะสมการ์ด รวมถึงในเว็บไซต์ชื่อดังอย่างอีเบย์ ที่ปัจจุบันเป็นที่รวมตัวของทั้งนักสะสมพันธุ์แท้ รวมถึงนักเก็งกำไรที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหลังเกิดกระแส ‘การ์ดกีฬาฟีเวอร์’ ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา 
 
สุดท้ายเจ้าของเพจ Wizzio Collector ผู้ซึ่งคลุกคลีกับการ์ดสะสมในทุกๆประเภททิ้งท้ายว่า การ์ดนักกีฬาเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว คนที่ชอบหรือนักสะสมไม่ว่าจะอย่างไรก็จะยังคงเก็บการ์ดเหล่านี้เอาไว้ต่อไป รวมถึงยอมทุ่มเงินคว้ามาครอบครอง ส่วนกระแสการซื้อ-ขาย เพื่อทำกำไร เป็นเพียงแค่สิ่งที่ผ่านมาและผ่านไปเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ว่า เหตุใดการ์ดราคาหลักร้อยถึงทะลุไปถึงหลักล้าน ซึ่งนักสะสมเท่านั้นที่เข้าใจ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์