บุกไปโดน โคโม่ อัดจน ‘โคม่า’ ว่าหนักแล้ว แต่ล่าสุดเหมือนจะหนักกว่า เพราะในเกมพรีเมียร์ลีกที่เพิ่งจบไปเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กลับมาเล่นในบ้านที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างน้อยแฟนๆ คงคิดว่าพวกเขาจะไม่แพ้ แต่ที่ไหนได้ดันโดน ‘บอร์นมัธ’ บุกมาถล่ม ‘คาบ้าน’ ไปแบบเละเทะ 3-0 แน่นอนว่าจากผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ขนาดนี้ย่อมส่งผลกระทบต่ออนาคตของกุนซืออย่าง ไมเคิล คาร์ริค แน่นอน โดยมีรายงานว่าอาจจะโดนปลดเร็วสุดวันนี้ หรือช้าสุดไม่เกินพรุ่งนี้
วันนี้เราเลยจะพาแฟนผีไปดู 3 แคนดิเดตกุนซือใหม่ ‘ปีศาจแดง’ สักหน่อยว่ามีใครบ้าง ไปดูกันเลย

เอ็ดดี้ ฮาว
คนแรกต้องบอกว่าตรงสเป็คบอร์ดบริหารของทีมแบบสุดๆ กับ เอ็ดดี้ ฮาว อดีตกุนซือ ‘สาลิกาดง’ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เนื่องจากข้อแรกเลยคือเป็นคนอังกฤษ เข้าใจฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบทะลุปรุโปร่ง มีผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์มาแล้วกับทีมจากเมืองอีสานของอังกฤษตลอด 5 ปีที่คุมทีม โดยพาทีมต่อกรกับบรรดาบิ๊กทีมได้ดีขึ้นพร้อมคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ ได้ 1 สมัย
สำหรับสไตล์การทำทีมถือว่าน่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาของผีแดงในตอนนี้ได้ดีเลยทีเดียว จากการเล่นฟุตบอลเพรสซิ่งสูงตามคติการทำทีมของเขาที่ต้อง ‘เข้มข้น’ เนื่องจากตอนนี้แฟนๆ มองว่านักเตะยูไนเต็ดวิ่งกันน้อยและเหยาะแหยะสุดๆ โดดเด่นในเรื่องของการเล่นแผน 4-3-3 แบบบิลด์อัพ หมุนเวียนตำแหน่งได้ดี และมีการเปลี่ยนเกมที่รวดเร็ว โดยตอนที่เขาคุมนิวคาสเซิลฯ ทีมมีการเพรสซิ่งที่ดุดัน โจมตีรวดเร็วหลังจากแย่งบอลคืนมาได้ และมีการเล่นที่เป็นระบบจากเกมรุกที่บุกทะลวงทางด้านข้าง ถือเป็นเต็งจ๋าสำหรับกุนซือใหม่ของแมนฯ ยูไนเต็ด

ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์
เต็งคนถัดมาคือทางด้านของ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ อดีตบุนเดสเทรนเนอร์ หรือ กุนซือทีมชาติเยอรมนีที่มีผลงานการคุมทีมสุดโดดเด่นมาตั้งแต่เริ่มเส้นทางอาชีพโค้ชตั้งแต่สโมสรแรกอย่าง ฮอฟเฟนไฮม์, แอร์เบ ไลป์ซิก ต่อยอดมาจนถึงทีมใหญ่ ‘เสือใต้’ บาเยิร์น มิวนิค และก้าวขึ้นมารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของทัพ ‘อินทรีเหล็ก’ โดยภารกิจล่าสุดของเขาที่เพิ่งจบไปก็คือฟุตบอลโลก 2026 ก่อนจะก้าวลงจากตำแหน่งและว่างงานอยู่ในตอนนี้
สำหรับสไตล์การทำทีมของนาเกลส์มันน์นั้นโดดเด่นในเรื่องของการไล่เพรสซิ่งเช่นเดียวกัน เหมือนกับคนก่อนหน้าคือ เอ็ดดี้ ฮาว แต่อีกข้อที่เป็นจุดเด่นของเขาคือมีรูปแบบการเล่นที่ยืดหยุ่น ในเกมรุกเขาจะเน้นเรื่องของการครองบอล มีการหมุนเวียนผู้เล่นในสนามตลอด มักจะสลับแผนการเล่นไปมาระหว่าง 4-2-3-1, 3-5-2 และ 5-2-3 เพื่อสร้างความได้เปรียบในแดนกลางและการควบคุมพื้นที่ เน้นชนะทีมคู่ต่อสู้ด้วยความได้เปรียบของจำนวนผู้เล่นบริเวณกลางสนาม เป็นอีกหนึ่งคนที่แฟนผีต้องจับตามองในเวลานี้

อันโตนิโอ คอนเต้
คนสุดท้ายเชื่อว่าแฟนบอลยูไนเต็ดหลายคนน่าจะอยากได้ที่สุดนั่นก็คือ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซืออิตาเลียนจอมเฮี้ยบที่ผลงานการคุมทีมนี่ไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้ว การันตีความสำเร็จมามากมาย โดยเฉพาะในอิตาลีที่คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ได้กับทั้ง ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน และสโมสรล่าสุดของเขาอย่าง นาโปลี ส่วนในพรีเมียร์ลีกก็เคยทำงานมาแล้วถึงสองทีมคือ เชลซี และ สเปอร์ส ซึ่งกับทีมสิงห์บลูส์เขาสร้างทีมที่แข็งแกร่งมากๆ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก กับ เอฟเอ คัพ ได้อย่างละ 1 สมัย
ในขณะที่สไตล์การทำทีมหลายคนที่ติดตามลีกสูงสุดของอังกฤษมาตลอดน่าจะเห็นผ่านตากันมาแล้วกับเชลซี ถือว่าเป็นกุนซือคนแรกๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนพรีเมียร์ลีกด้วยการนำแผนกองหลัง 3 คนเข้ามาใช้ โดดเด่นสุดๆ ในเรื่องของเกมรับที่แข็งแกร่ง การเพรสซิ่งที่หนักหน่วง มีการเปลี่ยนรุก-รับอย่างรวดเร็ว เหนือสิ่งอื่นใดคือเรื่องของเกมโต้กลับและเน้นการใช้วิงแบ็คสองข้างในการทำเกม สุดท้ายสิ่งที่แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดชอบที่สุดตอนนี้หากได้คอนเต้มาคุมทีมก็คือ ใครไม่วิ่งเตรียมตัวไปนั่งอยู่ข้างสนามแน่นอน แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่าอาจจะลุ้นยากที่สุดในบรรดาแคนดิเดตเพราะเป็นตัวเลือกรองจากสองคนก่อนหน้านี้





